เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL
อ่าน: 8617
ความเห็น: 3

เศรษฐกิจพอเพียงกับอาชีพสวนยาง

ใครๆ ก็รู้ว่าการทำสิ่งที่ยากให้กลายเป็นของง่ายนั้นเป็นเรื่องยาก ขณะที่การทำสิ่งที่ง่ายให้เป็นเรื่องยากนั้นเป็นของง่าย

    วันนี้ผมได้รับเชิญจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้ไปเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ "เศรษฐกิจพอเพียงกับอาชีพสวนยาง" ตามโครงการ "ยุวเกษตรกรชาวสวนยาง สุราษฎร์ธานี เมืองคนดี" ณ โรงแรมนิภาการ์เด้นท์ ถนนเลี่ยงเมือง เวลา 10.45 - 12.00 น. โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นยุวเกษตรกรจากหลายอำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

     หากกล่าวย้อนกลับไปในอดีต ผมเคยไปเป็นวิทยากรให้กับกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาครั้งหนึ่งแล้ว นั่นคือเมื่อวันที่ 6 กันยายนปีที่แล้ว ซึ่งเขาจัดกันที่โรงแรมวังใต้ กลุ่มเป้าหมายในตอนนั้นเป็นเกตรกรชาวสวนยาง ครั้งนั้นผมรับบรรยายในหัวข้อเรื่อง "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" เพียงอย่างเดียว เหตุการณ์ผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งๆ ที่ผมเองยังเป็นมือใหม่หัดขับ

     มาครั้งที่สองนี้กลุ่มเป้าหมายเป็นลูกๆ หลานๆ ของกลุ่มเป้าหมายในครั้งแรก หัวข้อที่บรรยายครั้งนี้ได้บวกเรื่องของอาชีพสวนยางเข้ามาด้วย ทำให้ผมหนักใจไม่น้อย ผมเองต้องออกตัวในห้องประชุมไว้แต่เนิ่นๆ ว่าไม่ใช้ลูกหลานชาวสวนยาง แต่เป็นลูกหลานชาวประมง สิ่งที่บรรยายจึงเป็นเรื่องของประสบการณ์ครูลักพักจำจากการได้ค้นคว้าด้วยตนเองและจากการไปดูงานในที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่ชุมชนไม้เรียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราชของลุงประยงค์ รณรงค์ (ไปมา 2 ครั้งแล้วครับ) อย่างไรก็ดี เนื้อหาที่ผมบรรยายส่วนใหญ่จะหนักไปในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมากกว่าเรื่องอาชีพสวนยาง

     ช่วงเวลาที่ผมเข้าบรรยายนั้น เป็นช่วงเวลาที่ต่อจากการบรรยายพิเศษของ คุณสายัณห์ เกี่ยวข้อง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางของส่วนกลางการเข้าบรรยายในครั้งนี้ทำให้ผมได้ข้อสรุปว่าการพูดให้เด็กๆ ฟังยากกว่าการพูดให้ผู้ใหญ่ฟังหลายเท่านัก เพราะเราต้องทำให้เกิดอาการเพลิน หากไม่ทำให้เพลิน เด็กๆ ก็จะไม่สนุก เมื่อไม่สนุกเขาก็จะไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับผู้บรรยาย

     ยิ่งไปกว่านั้น การพูดให้เด็กๆ ฟังเพื่อให้เขาได้เข้าใจจะต้องทำทุกอย่างให้ง่าย (Simplicity) แต่ใครๆ ก็รู้ว่าการทำสิ่งที่ยากให้กลายเป็นของง่ายนั้นเป็นเรื่องยาก ขณะที่การทำสิ่งที่ง่ายให้เป็นเรื่องยากนั้นเป็นของง่าย อย่างไรก็ดี ผมก็ได้พยายามสนองพระราชดำริของในหลวงโดยพยายามที่จะทำสิ่งที่ยากให้กลายเป็นของง่าย ทำสิ่งที่สลับซับซ้อนให้เด็กๆ เข้าใจได้ง่าย โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนจะทำได้จริงหรือไม่นั้น เด็กๆ ที่ได้เข้าฟังคงจะมีคำตอบในเรื่องนี้

     ผมเริ่มต้นชี้ให้เด็กๆ เห็นว่า เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ส่วนปรัชญาก็คือเรื่องของชีวิตและการดำเนินชีวิต ปรัชญาจึงมีฐานะเป็นแม่ของทุกศาสตร์ (ตัวอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องนี้ก็คือคนที่เรียนจบถึงระดับปริญญาเอกจนได้คำนำชื่อหน้าว่า Ph.D หรือ Philosophy of Doctor นั่นก็หมายความว่า เขาต้องการให้คนที่เรียนจบถึงขั้นนี้เป็นนักปรัชญาในสาขาที่จบ เป็นนักปราชญ์และเป็นผู้รู้จริงในเรื่องนั้นๆ) พูดในช่วงนี้จบ ผมสังเหตุเห็นเด็กๆ เริ่มทำหน้างง ขณะที่ผมก็เริ่มเข้ากระบวนการทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย (?) 

     การทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายวิธีที่ดีที่สุดก็คือการยกตัวอย่าง ผมยกตัวอย่างลุงประยงค์ รณรงค์ในฐานะที่เป็นเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ไม่ได้สนใจทำแต่เรื่องยางพาราเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังร่วมมือกับชาวบ้านทำเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ การเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง การเลี้ยงสุกร การเพาะเห็ดด้วยขี้เลื่อยไม้ยาง การปลูกผักปลอดสารพิษ การแปรรูปข้าว การแพทย์แผนไทย การผลิตของใช้ในครัวเรือน การเลี้ยงกบคอนโด การเลี้ยงปลาดุกในบอซีเมนต์ เป็นต้น

กบคอนโดและปลาดุกบิ๊กอุยผม

     ขอยกตัวอย่างเรื่องการเลี้ยงกบคอนโดก็แล้วกัน เรื่องกบคอนโดนั้นผมได้ฟังมาจากลุงประยงค์และนำมาเล่าต่อให้เด็กฟังอีกที ลุงประยงค์เล่าว่า ก่อนที่จะมาเลี้ยงกบคอนโดนั้น เคยเลี้ยงในบ่อธรรมดามาก่อน แล้วพบว่าอัตราการรอดของกบมีน้อย เพราะเวลาให้อาหารกบตัวใหญ่จะไล่กินกบตัวเล็ก กบตัวเล็กเองก็ไม่มีที่ซ่อนตัว ผิดธรรมชาติของกบที่ชอบอยู่ในรู ในที่มืด ลุงประยงค์ไปพบคำตอบของปัญหานี้ที่จังหวัดปทุมธานี เพราะบังเอิญไปเห็นกบตัวใหญ่หลายตัวที่กระโดดออกมาจากยางรถยนต์ที่เขากำลังรื้อ ลุงแกเลยปิ้งไอเดียเพราะได้คำตอบของปัญหาจึงนำยางรถยนต์มาซ้อนกันเป็นชั้นๆ เหมือนคอนโดแล้วใส่น้ำในล้อยางของแต่ละชั้นในปริมาณนิดหน่อยเพื่อให้กบได้อยู่อาศัยตามวิสัยธรรมชาติของกบ

     ผลปรากฎว่า อัตราการรอดของกบสูงขึ้นคือหากเลี้ยง 100 ตัว จะรอดถึง 95 ตัว ส่วนการให้อาหารนั้น ลุงประยงค์เล่าว่าต้องให้อาหารให้สอดคล้องกับธรรมชาติของกบ นั่นคือ อาหารจะต้องมีการเคลื่อนไหว ลุงประยงค์จึงให้อาหารในถาดที่มีน้ำ ทั้งกบตัวเล็กและกบตัวใหญ่ก็กระโดดมากินอาหาร เมื่อตัวใหญ่กินอิ่มก็จะหาเรื่องไล่กินกบตัวเล็ก กบตัวเล็กเมื่อโดนไล่ก็สามารถกระโดดหนีขึ้นซ่อนตัวบนคอนโดได้ นี่แหละครับจึงเป็นที่มาของกบคอนโด ซึ่งเป็นการเลี้ยงกบที่สอดคล้องกับหลักธรรมชาติอย่างแท้จริง

     ผมเล่าให้เด็กๆ ฟังโดยยกตัวอย่างในหลายๆ เรื่อง กล่าวเฉพาะในกรณีของลุงประยงค์ กล่าวได้ว่าลุงประยงค์ รณรงค์นั้นถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของคนที่ทำอาชีพสวนยาง เป็นผู้นำชุมชนที่ร่วมกับชุมชนยกร่างแผนแม่บทยางพาราไทย เป็นตัวอย่างของผู้ที่สู้กับปัญหา สู้ด้วยยุทธศาสตร์ (ยุทธศาสตร์การเรียนรู้) รบด้วยปัญญา (ค้นคว้าหาความจริงของธรรมชาติ) และชนะด้วยความรู้ (ใช้หลักวิชาและความมีเหตุผล) 

     ลุงประยงค์จึงเป็นตัวอย่างหนึ่งของการจัดระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นตนเองทำให้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงเกิดขึ้นจริงมีรูปธรรมที่ชัดเจนจับต้องได้ครับ 

ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ชอบมากครับ บันทึกนี้ กบคอนโด ได้จากการสังเกตุซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญมาก

ชอบจัง เรื่องแบบนี้ไม่รู้คนเมืองเขาจะเข้าใจไหม แต่ชอบมากค่ะ สู้ด้วยยุทธศาสตร์ (ยุทธศาสตร์การเรียนรู้) รบด้วยปัญญา (ค้นคว้าหาความจริงของธรรมชาติ) 
และชนะด้วยความรู้ (ใช้หลักวิชาและความมีเหตุผล)

 

  • พี่คนหนึ่งที่เป็นลูกชาวสวนยาง และสามีกับทำงานกองทุนสวนยาง(นักวิชาการสงเคราะห์การทำสวนยาง)เคยเล่าให้ฟังว่าในการบรรยายหรือให้คำแนะนำในการทำสวนยางบ่อยครั้งพบว่าเจ้าของชาวสวนยางเขาจะพูดบ่อยว่าคุณแก่แต่ทฤษฏี และเมื่อตัวเองมาปูลกยางหรือทำสวนเองก็จะเข้าใจถึงที่ถูกชาวสวนเขาว่าเขาก็เพิ่งจะมาเข้าใจดีที่สามารถแนะนำได้เมื่อตัวเองปลูกสวนยางนี่เอง
  • พออ่านบันทึกของอาจารย์ก็นึกได้ว่ากรณีที่เล่ามาต้อง Learning by doing ใช่ใหมอาจารย์

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.81.53.224
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ