นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1863
ความเห็น: 3

ความจริงในฐานะสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นทางสังคมผ่านภาษา

เดือนที่แล้วผมขึ้นไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาที่กรุงเทพฯ โดยพักอาศัยอยู่กับเพื่อนรักที่คบหากันมานานนับตั้งแต่สมัยมัธยม ค่ำคืนวันหนึ่งเราได้สนทนากันลึกๆ ถึงความจริงในฐานะสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นทางสังคม (social construction of realities) ผ่าน “ภาษา” ผมเริ่มเล่าในสิ่งที่ผมได้เรียนมาเกี่ยวกับญาณวิทยาในแบบหลังโครงสร้างนิยม

ผมบอกเพื่อนว่า สัจธรรมและนิพพานอาจมีอยู่ แต่มันก็อยู่นอกเหนือการรับรู้ของเรา ความจริงทั้งหลายที่เรารับรู้ทั้งหมดล้วนต้องผ่าน “ภาษา” เป็นตัวบอกทั้งสิ้น เช่น เราได้ยินคนพูดถึงความจริงที่ว่าดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก หรือนักวิทยาศาสตร์พิสูจน์โน่นนี่นั่นมันจริงอย่างนั้นมันจริงอย่างนี้ มันจะจริงหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ที่ผมรู้ก็คือ ความจริงที่ว่านั้นมันสร้างขึ้นผ่าน “ภาษา” (ภาษาที่ผมพูดถึงนี้ใช้ในความหมายที่กว้างมาก ได้แก่ ภาษาตัวอักษร ภาษาภาพ ภาษาสัญลักษณ์ ภาษาคณิตศาสตร์ ภาษาวิทยาศาสตร์ ภาษากาย ภาษามือ ภาษาสื่อสัญญาณ และภาษาโฆษณา เป็นต้น) และ “ภาษา” ต่างหากที่สร้างความจริงที่ว่านั้น ผมขอสรุปว่าทุกสิ่งทุกอย่างในสังคมมนุษย์เป็นความจริงที่ถูกสร้างขึ้นโดย “ภาษา”

ผมอยากจะบอกด้วยว่า "ภาษา" เป็นชนิดหรือประเภทหนึ่งของวัฒนธรรม เมื่อ "ภาษา" สร้างความจริงทางสังคม วัฒนธรรมก็สร้างความจริงทางสังคมดุจเดียวกัน แต่ "ภาษา" คือองค์ประกอบขั้นปฐมของการสร้างความจริงทางสังคม แม้บางคนอาจบอกว่าสัจธรรมอาจมีอยู่ แต่ผมขอเถียงว่า ถึงมีอยู่ก็ไม่มีมนุษย์หน้าไหนเข้าถึง และต่อให้มีผู้เข้าถึง (ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์) ผู้เข้าถึงสัจธรรมก็จะประกาศการเข้าถึงนั้นผ่าน "ภาษา" อยู่ดี หรือการที่่ีมีคนบอกว่านิพพานมีอยู่ ผมไม่รู้หรอกว่า นิพพานมีอยู่หรือไม่ แต่ "ภาษา" ต่างหากที่สร้างความจริงว่านิพพานมีอยู่ หาใช่ตัวนิพพานหรือสภาวะนิพพานไม่ ผมไม่เห็นด้วยกับ อาจารย์ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬารที่เขียนสรุปงานศึกษาของฌาค แดร์ริดาไว้ในตอนท้ายของบทความชิ้นนี้

https://www.facebook.com/notes/%E0%B8%99%E0%B8%

B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2

%E0%B8%A3-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%

E0%B8%A9%E0%B8%B2/%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0

%B8%93%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8

%A2%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0

%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0

%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8

%B2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AB

%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%82%E0

%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8

%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99

%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0

%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8

%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB

%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0

%B8%A2%E0%B8%A1-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0

%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8

%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0

%B8%8D%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9

%82/10151254020893493

 

ที่ว่า "แดร์ริดาใช้วิธีการ 'รื้อสร้าง' เพื่อเผยให้เห็นถึงอำนาจของวรรณกรรม รวมตลอดถึงการมองนิพพานในพุทธศาสนาว่าไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่คืออัตตาแบบหนึ่ง"

ข้อถกเถียงของผมก็คือ ผมไม่รู้หรอกว่า นิพพานเป็นอัตตาแบบหนึ่งหรือไม่ แต่ "ภาษา" ที่อาจารย์ไชยรัตน์เขียนต่างหากที่บอกความจริงว่า "นิพพานเป็นอัตตาแบบหนึ่ง" ถ้าไม่ใช่ก็ลองโต้แย้งโดยไม่ใช้ "ภาษา" ดูสิครับ

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 16 มีนาคม 2557 21:21 แก้ไข: 16 มีนาคม 2557 21:21 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 คนธรรมดา, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ภาษา คือ ส่วนหนึ่งของการสื่อสารหรือไม่ครับ

ผมเห็นการสื่อสารของสัตว์ต่างสายพันธุ์ ก็ดูเหมือนว่ามันจะเข้าใจกันอยู่บ้าง

ผมยอมรับว่าภาษาเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างสังคมครับ

แต่เราอาจจะกลับไปสู่ปรัชญาเดิมอีกครั้งว่า แรกเริ่มเดิมที่นั้น มนุษย์ทุกคนนั้นดี หรือมนุษย์เราชั่วร้ายมาแต่กำเนิดก็ได้

'ภาษา คือ ส่วนหนึ่งของการสื่อสาร' นับเป็นประเด็นใหญ่ที่ปรัชญาสายที่ผมว่านี้ต้องการดีเบท ภาษาเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารอาจจะใช่ แต่ภาษาทำอะไรมากกว่านั้นนั่นคือการผลิตสร้าง 'ความจริง' ยกตัวอย่างเช่น คำว่า 'ผี' ที่มนุษย์สร้างขึ้นผ่าน 'ภาษา' นักปรัชญาสายนี้ตระหนักเป็นอย่างดีถึงความสำคัญของภาษามากกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คิดและมองในแง่เครื่องมือสื่อสาร ถึงขนาดที่ Ludwig Wittgenstein (ค.ศ.1889-1951) นักปรัชญาที่มีชื่อเสียงที่สุดในศตวรรษที่ 20 ปรารภเอาไว้ว่า “ภารกิจเดียวที่หลงเหลืออยู่สำหรับวิชาปรัชญาคือการวิเคราะห์ภาษา” (The sole remaining task for philosophy is the the analysis of language.) ตัวอย่างงานศึกษาที่น่าสนใจและวิเคราะห์การนำภาษามาใช้สร้างความจริงในทางการเมือง ดาวน์โหลดได้ที่นี่ครับ http://ed-share.educ.msu.edu/scan/te/danagnos/te9201a.pdf

ผมไม่ปฏิเสธว่าสัตว์มีการสื่อสารกันผ่าน 'ภาษา' แต่สำหรับสังคมมนุษย์แล้ว 'ความจริง' ทางสังคมของมนุษย์ถูกสร้างขึ้นได้โดยผ่าน 'ภาษา' ครับ

ปรัชญาเดิมที่อาจารย์ว่า มนุษย์ทุกคนนั้นดีหรือมนุษย์เราชั่วร้ายมาแต่กำเนิด อยากจะลองตั้งคำถามกับตัวเราเองดูว่า ว่าทำไมทุกเช้าก่อนมาทำงานถึงได้ล็อคกุญแจบ้านหรือกุญแจห้อง ทำไมไม่เปิดประตูบ้านหรือประตูห้องทิ้งไว้ หรือลงจากรถถึงได้ล็อคกุญแจทุกครั้ง เอาเข้าจริงลึกๆ ในใจมนุษย์เราเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนนั้นดีหรือไม่? ธาตุแท้ในใจคนนั้นเลวร้าย ทั้งละโมบเห็นแก่ตัว กอบโกยผลประโยชน์ รักของใหม่ หน่ายของเก่า หวาดระแวง คลางแคลง หนำซ้ำพร้อมกับวัยวุฒิที่เพิ่มขึ้น และประสบการณ์ที่ได้รับทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชั้นแล้วชั้นเล่า ระบายสีทับแล้วทับอีก จนบางครั้งจดจำตัวเองแทบไม่ออก

แต่ในทางกลับกัน นิสัยใจคอของคนก็มีด้านที่ดีงามเช่นกัน ถ้าคุณบาดเจ็บหรือล้มลงกับพื้น ในช่วงเวลาที่โลกเกิดความสันติสุขจะมีคนช่วยพยุงคุณขึ้นมา เมื่อคุณหิวกระหาย ก้าวเท้าแทบไม่ออก ในฤดูเก็บเกี่ยวอันอุดมสมบูรณ์จะมีคนช่วยเหลือจุนเจือคุณ

ใช่แล้วครับ "มนุษย์จะดีหรือชั่วร้ายแต่กำเนิด" หรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ "มนุษย์นั้นดีหรือชั่วร้ายได้ภายใต้เงื่อนไขกำหนด" ผมจึงขอเติมคำว่า "ในช่วงที่โลกเกิดความสันติสุข" และ "ฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์" ทั้งนี้ก็เพราะว่าเวทนาจิตของคนเราจะบังเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเขาสามารถดูแลตัวเองได้ เราจะไปเรียกร้องให้คนที่หาเช้ากินค่ำ คนที่ลูกๆ อดอยากหิวโหยหยิบยื่นอาหารหรือบริจาคเงินให้แก่คนอื่นได้อย่างไร? นี่คือมนุษย์นะครับอาจารย์

อาการย่อมถูกส่งผ่านทางภาษา แต่ภาษาที่แสดงจะเข้าใจตรงกันหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ความจริงเป็นสิ่งที่มีอยู่แต่เดิม แต่การที่เราจะสื่อสารว่าสิ่งนั้นมีอยู่ก็ต้องผ่านภาษา

ความจริงเป็นสิ่งที่สร้างภาษาหรือภาษาเป็นสิ่งที่สร้างความจริง

ถ้าเข้าถึงปรัชญาของพุทธศาสนาได้จริงก็ไม่จำเป็นต้องโต้แย้งโดยใช้ภาษาครับ

การโต้แย้งโดยไม่ใช้ภาษา (สื่อสาร) จึงเป็นทฤษฎีของการ "ปิดปาก"

หรือหากการตั้งตรรกะแบบนี้ถูกตั้งแก่ผู้เข้าถึงนิพพานแล้วไซร้ ผมยังคิดว่าไม่มีคำโต้แย้งใด ๆ ว่านิพพานจะเป็นอัตตาหรืออนัตตาจากผู้เข้าถึงนิพพานครับ

อิอิอิ

เราเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.239.158.107
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ