สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
 
To Live Is To Learn
ว่าที่ร.ต.ไพศาล บรรจุสุวรรณ์
อ่าน: 3570
ทฤษฎีสองนคราประชาธิปไตย
เพราะเกษตรกรชาวนาชาวไร่ในภาคชนบทเป็นได้เพียง “ฐานเสียง” และเป็น “ผู้ตั้ง” รัฐบาล ขณะที่ชนชั้นกลางชาวเมืองเป็น “ฐานนโยบาย” และมักจะเป็น “ผู้ล้ม” รัฐบาล

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่ยังฝุ่นตลบอยู่ในขณะนี้ หลายท่านอาจเคยได้ยิน ทฤษฎีสองนคราประชาธิปไตยวันนี้ผมจะมาขยายความให้ฟังกันครับ

ทฤษฎีสองนคราประชาธิปไตยเป็นบทสรุปจากงานวิจัยของ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ โดยเขาได้ตั้งข้อสังเกตถึงความแตกต่างของสองพฤติกรรม สองความคิด สองความต้องการของชาวนาชาวไร่ภาคชนบทและชนชั้นกลางชาวเมืองว่า

เป็นเพราะเกษตรกรชาวนาชาวไร่ในภาคชนบทเป็นได้เพียง ฐานเสียงและเป็น ผู้ตั้งรัฐบาลโดยอาศัยคะแนนเสียงอันท่วมท้นในการเลือกตั้ง ขณะที่ชนชั้นกลางเป็น ฐานนโยบายและมักจะเป็น ผู้ล้มรัฐบาลโดยการวิพากษ์วิจารณ์ และก่อกระแสกดดัน ประท้วงขับไล่รัฐบาล

กอปรกับการประสานสอดรับกับการกระหน่ำโจมตีรัฐบาลของสื่อมวลชน ตลอดจนการกดดันของคณะทหาร เปรียบเสมือนสองนคราประชาธิปไตยที่ขัดแย้งกันอยู่  

ประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่ ดร.อเนก เสนอเพื่อแก้ไขปัญหาสองนครา ก็คือประเด็นที่ว่า

(1) ทำอย่างไรชนชั้นกลางจึงไม่เพียงแต่ ล้มรัฐบาลได้ หากแต่สามารถ ตั้งรัฐบาลได้ด้วย

(2) ทำอย่างไรเกษตรกรชาวนาชาวไร่จึงไม่เพียงแต่ ตั้งรัฐบาลได้ หากสามารถ ควบคุมและ ถอดถอนรัฐบาลนั้นได้เช่นกัน

(3) ทำอย่างไรชนชั้นกลางจึงไม่เป็นเพียง ฐานนโยบายหากเป็น ฐานเสียง ของพรรคการเมืองได้ด้วย

(4) ทำอย่างไรเกษตรกรชาวนาชาวไร่จึงไม่เป็นเพียง ฐานเสียงหากเป็น ฐานนโยบายได้เช่นกัน และโดยส่วนตัวผมเองนั้น อยากจะเสนออีกสักข้อหนึ่ง เป็นข้อที่

(5) คือ ทำอย่างไรให้การเมืองของนักการเมืองหรือที่เรียกขานกันว่าระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน (representative democracy) เปลี่ยนไปสู่การเมืองภาคประชาชน (participatory democracy) ที่ประชาชนมีส่วนร่วมในระดับที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับเงื่อนไขที่สำคัญสองประการ คือ

 การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองและการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เนื่องจากกว่า

ตามหลักการของการเมืองไทยปัจจุบัน แม้ว่าจะมีนัยเป็นแบบตะวันตก แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็ยังแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแบบไทยๆ ที่ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมทางการเมืองแบบไพร่ฟ้า (โดยเสียงส่วนใหญ่ตัดสินได้แค่ความต้องการ แต่ไม่สามารถตัดสินความถูกต้องได้ เพราะคุณภาพของการตัดสินใจยังไม่สูงพอ) วัฒนธรรมแบบอำนาจนิยมและระบบอุปถัมภ์

ตราบใดที่ยังแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นไม่ได้ ประชาธิปไตยไทยก็เป็นสองนคราอย่างนี้ต่อไปแหละครับ

สร้าง: พฤ. 27 ธ.ค. 2550 @ 13:16   แก้ไข: พฤ. 27 ธ.ค. 2550 @ 13:17   ขนาด: 10052 ไบต์
ความคิดเห็น
P
1. mbunsong
เมื่อ พฤ. 27 ธ.ค. 2550 @ 16:25
7143 [ลบ]

สงสารประเทศไทยจังครับ เพราะไม่มีนักการเมืองคนไหนรักประเทศไทยจริงเลย .. ถึงมีก็น้อยมากๆ

 

P
2. Kon1Kon
เมื่อ พฤ. 27 ธ.ค. 2550 @ 19:54
7178 [ลบ]

โดยเสียงส่วนใหญ่ตัดสินได้แค่ความต้องการ แต่ไม่สามารถตัดสินความถูกต้องได้ เพราะคุณภาพของการตัดสินใจยังไม่สูงพอ

เห็นด้วยสุดๆ เลยค่ะ...

ไม่มีรูป
3. นิธิบูรณ์
เมื่อ จ. 27 ต.ค. 2551 @ 16:47
37315 [ลบ]

เรื่องทุกเรื่องที่มันทำให้เกิดปัญหามันมาจากความที่คนเราไม่มีจิตรสำนึก

ไม่เคารพในสังคม

เห็นแก่ตัว

เห็นแก่ผลประโยชน์ของตัวเองและพวงพร้อง

หรืออาจจะเป็นเพราะว่าประเทืศไทยมีประชาธิปไตยเร็วเกินไปโดยที่คนส่วนรใหญ่ที่มีสิทธฺเลือกตั้งยังไม่รูด้วยซ้ำว่าประชาธิประไตยหมายถึงอะไรในความเป็นจริง

ไม่มีรูป
4. วิ
เมื่อ อ. 03 ก.พ. 2552 @ 13:51
40695 [ลบ]

 

 เห็นด้วยค่ะ ทุกคนเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนด้วยกันทั้งนั้น

สังคมไทยมีสองชนชั้นใช่ไหมคะ

ชนชั้นล่างมีความคิดน้อยกว่า แต่มีเสียงมาก

ชนชั้นกลางมีความคิดมากกว่าเหรอคะ แต่มีเสียงน้อย

อยากให้มีคนดี มีความซื่อสัตย์ คำว่าคนดี เอาอะไรมาวัดเหรอคะ

ทุกคนมีความดีอยู่ในตัวตามความคิดเรา

ที่ตัดสินคนอื่นเพราะมันมีผลต่อเราต่างหากถึงได้เดือดร้อนกัน ถ้าไม่ใช่กงการของเรา ส่วนใหญ่ไม่เข้ายุ่งหรอกใช่ไหมคะ

อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวกับสองนคราเท่าไหร่ เป็นความคิดของเราเองล่ะค่ะ

ไม่มีรูป
5. Ex-PAD
เมื่อ พ. 25 ก.พ. 2552 @ 12:10
41552 [ลบ]

ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ในแนวคิดของสองนคราประชาธิปไตย ในเรื่องที่คนชนบทตั้งรัฐบาล และคนเมืองล้มรัฐบาล

แต่ผมขอตั้งข้อสังเกตที่ว่า การเมืองแบบตัวแทน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทย และ ประเทศประชาธิปไตยแทบทุกแห่งใช้ นั่นคือ การเลือกตั้ง สส. เข้าไปทำหน้าที่ในสภา  และแนวคิดการเมืองภาคประชาชน  อาจารย์คิดว่ามันแตกต่างกันหรือครับ

 ปัจจุบัน ประชาชนก็มีส่วนร่วมในการเมืองโดยการเลือก สส. และ ตรวจสอบ สส. ในการปฏิบัติหน้าที่ และ ทำนโยบายให้สำเร็จตามที่สัญญาไว้อยู่แล้ว

 แต่ถ้า อาจารย์คิดว่า การเมืองภาคประชาชน คือ การที่ประชาชนเดินออกมาไล่รัฐบาลที่ตนเองไม่ได้เลือกมานั้น ผมว่า มันไม่ใช่การเมืองภาคประชาชนนะครับ แต่มันเป็นการไม่ยอมมติเสียงส่วนใหญ่ โดยอ้างข้างๆ คูๆ คือ "โดยเสียงส่วนใหญ่ตัดสินได้แค่ความต้องการ แต่ไม่สามารถตัดสินความถูกต้องได้ เพราะคุณภาพของการตัดสินใจยังไม่สูงพอ.

ไม่มีรูป
6. Freeman
เมื่อ อ. 05 พฤษภาคม 2552 @ 18:32
43911 [ลบ]

อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย

1 คน 1 เสียง

1 เสียง ไม่มีใคร ดีกว่าใคร ฉลาดหรือโง่กว่าใคร

แล้ว คุณเป็นใครจึงคิดว่า 1 เสียง 1 เมือง หรือ 1 เสียงของคุณเหนือกว่า 1 เสียงอื่น

ในระบอบประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ คือ "เจตจำนงค์" ของ ประชาชน

ไม่มีรูป
กดที่นี่เพื่อเพิ่มความคิดเห็น
(หน้าต่างใหม่สำหรับให้ความคิดเห็นจะถูกเปิดขึ้น)
บันทึกอื่นๆ
เกี่ยวกับบล็อกนี้
กุมภาพันธ์ 2553
 
           

มนุษย์ทุกคนเกิดมาเพื่ออะไรเล่า ถ้ามิใช่เพื่อการเรียนรู้ ฝึก ศึกษา และพัฒนาตน ฉะนั้น ขอเพียงท่านมีหัวใจที่ใฝ่ศึกษา ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ล้วนเป็นครู