เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL

ฮ.นกฮูกตาโต
Ico64
นาง พิรุณ ฉิมพลีศิริ
นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ
กองแผนงาน สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Recent Activities
  • Not Available
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

Page Visits: 5505
comment: 2

แก้ปวดคอจากการตกหมอน

หลายๆคนคงเคยเจออาการปวดคอจากการตกหมอน
 คอลัมน์...มหัศจรรย์นวดแผนจีนทุยหนา     โดย...หมอหลินตันเฉียน     กล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับภาวะปวดคอจากการตกหมอน รวมทั้งวิธีการนวดทุยหนา 8 ขั้นตอนเพื่อรักษาผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าวไปแล้วนั้น ในสัปดาห์นี้ จึงอยากจะมาแนะนำวิธีการ นวดตัวเองแบบง่ายๆ 6 วิธีเพื่อนำกลับไปใช้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่มีอาการปวดคอไม่มากมายอะไรนัก       เรียกว่าเป็น ของแถมที่ไม่อาจพลาดด้วยประการทั้งปวง
       
เมื่อท่านมีปัญหาปวดคอจากการตกหมอน ให้ เริ่มต้น ด้วยการใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างถูไปมาที่บริเวณต้นคอจนกระทั่งเกิดความรู้สึกร้อน เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อต้นคอ และทำให้การไหลเวียนของโลหิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น       
       
จากนั้นวิธีที่สอง ประสานมือเข้าหากันที่บริเวณต้นคอ แล้วขยับแขนทั้งสองข้างเข้าหากันเพื่อบีบฝ่ามือไปตรงจุดต่างๆ ที่มีปัญหา จะเป็นตรงกลางหรือด้านข้างก็สุดแล้วแต่ว่าจะมีปัญหาหรือไม่ บีบและคลายออกต่อเนื่องเป็นระยะๆ ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้ว วิธีการแบบนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เฉพาะเมื่อมีปัญหาปวดคอแต่อย่างใด หากแต่สามารถใช้วิธีนี้นวดเพื่อบริหารกล้ามเนื้อเป็นประจำทุกวันก็ได้       
       
วิธีที่สาม เป็นการกดจุดสำคัญที่บริเวณท้ายทอย โดยใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้กดลงไปที่ จุดฟงฉือที่อยู่สองข้างของต้นคอ ซึ่งจุดนี้สังเกตง่ายๆ คือจะอยู่ตรงบริเวณรอยเชื่อมต่อระหว่างศีรษะกับต้นคอด้านบน กดแล้วผ่อน กดแล้วผ่อนต่อเนื่องประมาณสัก 1 นาที       
       
อย่างไรก็ตามนอกจากจุดฟงฉือแล้ว ยังสามารถใช้นิ้วมือกดลงไปตรงจุดที่มีปัญหาหรือจุดที่สร้างความเจ็บปวดให้กับเราได้อีกด้วยโดยไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด       
       
วิธีที่สี่ ให้ใช้มือขวาไปจับที่เส้นกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ด้านซ้าย นวดไปตรงเส้นที่เชื่อมต่อจากลำคอต่อเนื่องมาถึงหัวไหล่ ใช้แรงบีบลงไป เสร็จแล้วให้ใช้มือซ้ายไปจับที่เส้นกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ขวา นวดสลับสับเปลี่ยนกันไปเพื่อทำให้เลือดลมไหลเวียนได้สะดวก       
       
วิธีที่ห้า ใช้ฝ่ามือถูต้นคอเพื่อให้เกิดความอุ่นร้อนอีกครั้ง ซึ่งถ้าจะให้ดีก็สามารถทายาหม่องสมุนไพรลงไปด้วยก็ได้ เพราะนอกจากจะช่วยบำบัดอาการปวดคอแล้ว ยังสามารถลดการระคายเคืองจากการนวดได้อีกด้วย       
       
และสุดท้าย วิธีที่หก ใช้หัวแม่มือกดที่จุดลั่วเจิ่งซึ่งอยู่ตรงร่องกลางของต้นคอจากนั้นให้หมุนคอเป็นวงกลมจากซ้ายไปขวา โดยเมื่อกดลงไปแล้วจะรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้น แต่ถ้ากดแล้วเจ็บก็ต้องผ่อนแรงลงมา       
       
เป็นไงครับ สำหรับ 6 วิธีง่ายๆ ในการนวดตัวเองเพื่อแก้อาการปวดคอจากการตกหมอน ไม่ยากใช่ไหมครับ ซึ่งถ้าหากทำตามหลักที่แนะนำไปทั้งหมด ก็จะสามารถช่วยในเรื่องนี้ หรือในรายที่ยังไม่ปวดคอ ก็สามารถนวดบริหารตามวิธีทั้ง 6 ก็ได้ ไม่ผิดกติกาประการใด       อย่างไรก็ตาม ก่อนจากกันในสัปดาห์นี้ หมออยากฝากแง่คิดหรือคำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อ ป้องกันอาการปวดคอที่อาจจะเกิดขึ้นกับทุกคนได้สักนิด เพราะถ้าหากเราดูแลรักษาคอของเราให้ดีแล้ว ปัญหาก็อาจจะไม่เกิดขึ้น หรือถ้าเกิดขึ้นก็ไม่รุนแรงอะไร       
       
ข้อควรจำประการแรกคือ ต้องหมั่นบริหารคอเป็นประจำเพื่อให้คอเกิดความแข็งแรง ขณะเดียวกันต้องจำให้ขึ้นใจด้วยว่า เวลานอน อย่านอนหมอนที่สูงเกินไป แข็งเกินไป รวมทั้งเวลานอน ไม่ว่าจะนอนหงาย นอนคว่ำ หรือนอนตะแคง ต้องให้ศีรษะมีความสมดุล ไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง       
       
สำหรับในรายที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ ไปในประเทศที่มีอากาศเย็น เวลานอนต้องพยายามห่มผ้าให้ถึงบริเวณต้นคอด้วย ไม่เช่นนั้นแล้ว ความเย็นอาจแทรกซึมเข้ามาทำร้ายต้นคอและทำให้เกิดการปวดคอได้       
       
แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ เมื่อเกิดอาการปวดคอขึ้นมาอย่าปล่อยปละละเลย ต้องรีบหาทางรักษาตัวเองเบื้องต้น และถ้าไม่หายต้องรีบไปพบหมอในทันที....
   
หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 04 มกราคม 2551 10:03 แก้ไข: 04 มกราคม 2551 10:03 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

เอ๋..อย่างงี้ถ้านอนไม่หนุนหมอน..จะได้ไม่ต้องตกหมอน จะดีหรือเปล่าคะ?...

Ico48
เมื่อไรจะหายปวดคอกะหลัง [IP: 58.11.20.158]
23 มิถุนายน 2552 20:03
#45684

"เมื่อไรจะหายปวดหลัง" มักเป็นคำถามที่ถูกถามบ่อยขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก

ไม่เพียงเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น ปัจจุบันอาการปวดหลังมักพบในวัยหนุ่มสาวมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่นั่งทำงานออฟฟิศ และการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ

 

ความจริงแล้วอาการปวดหลังของเรานั้น มีสาเหตุที่สำคัญๆเพียงไม่กี่ข้อ

เรามาดูกันดีกว่าว่า คุณเข้าข่ายข้อไหนบ้าง

 

1. คุณเป็นโรคที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับข้ออักเสบหรือไม่

2. คุณเคยประสบอุบัติเหตุที่คอหรือที่หลังมาก่อนหรือไม่ (เช่นรถชน กีฬา หรือได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง และไม่ว่านานแค่ไหน 20-30 ปีก่อน ก็นับรวมด้วย)

3. คุณเป็นคนเดินหลังค่อม ไหล่ห่อหรือไม่

4. คุณนั่งทำงาน หรือยืนเดิน ติดต่อกันเป็นเวลานานหรือไม่ (มากกว่า 1 ชม.)

5. คุณขาดการออกกำลังกาย พักผ่อนน้อย หรือว่าเครียดบ่อยๆ หรือไม่ (พิจารณาตามความเหมาะสม)

 

ถ้าปรากฏว่า คำตอบส่วนใหญ่ของคุณอยู่ที่ข้อ 3-5

ขอแสดงความยินดีกับคุณด้วย เพราะเป็นโรคที่คุณสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวคุณเอง

คุณเป็นโรคปวดหลังที่เกิดจากการใช้งาน (ฟังดูเหมือนไม่ร้ายแรงเท่าไร แต่ขอตอบตามตรงว่า หายยาก แต่ก็ไม่ยากเกินไปถ้าคุณปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมดังนี้)

 

1.Posture ปรับท่าทางของคุณให้อยู่ในแนวสมดุลธรรมชาติที่สุด คือ อกผาย ไหล่ผึ่ง เดินให้ตัวตรง แอ่นอกเล็กน้อย แต่ไม่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อหลัง พยายามปล่อยตัวให้สบายๆ การเดินท่านี้กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายของคุณจะอยู่ในความยาวที่เหมาะสมที่สุด (แปลว่ามันไม่ต้องทำงานมากเกินไป) ข้อต่อไม่ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป และเส้นประสาททั้งร่างกายของคุณจะถูกดึงรั้งน้อยที่สุด

 

2.Behavior คือพยามยามปรับพฤติกรรมการทำงานของคุณโดย เปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 1 ชม. ไม่เกิน 2 ชม. อย่างเช่น ถ้าเรานั่งทำงานอยู่ ให้เราไปเข้าห้องน้ำ เดินไปคุยกับเพื่อนบ้าง (การขยับขา ยังไม่ถือเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถนะคะ) เพราะการที่เรานั่ง ดูเหมือนกล้ามเนื้อไม่ได้ทำงานใช่มั้ยคะ คำตอบคือใช่ค่ะ แต่เฉพาะกล้ามเนื้อขาเท่านั้น แต่กล้ามเนื้อคอและหลัง ยังต้องทำงานตลอดเวลา เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ในการทรงท่า (คือมันจะทำงานตลอดเวลา ยกเว้นคุณนอน) กล้ามเนื้อที่หดเกร็งตัวอยู่ตลอดเวลา ก่อให้เกิดการอักเสบแบบเรื้องรังได้ค่ะ

 

3.Exercise ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความยืนหยุ่นให้กับร่างกาย เน้นว่าเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นนะคะ เช่น การยืดกล้ามเนื้อ การเล่นโยคะ (ไม่ใช่ไปเล่นเวท การเล่นเวทถือเป็นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงค่ะ หรือการว่ายน้ำ วิ่ง เต้นแอโรบิค ถือเป็นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความทนทานและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจค่ะ) นอกจากนี้ยังควรพักผ่อนให้เพียงพอ และพยายามรักษาทัศนคติของเราไว้ในแดนบวก เพื่อให้ไม่เครียดด้วยนะคะ (ว่ากันว่าเวลาที่เราเครียดเราจะยกบ่า 2 ข้างโดยไม่รู้ตัวค่ะ)

 

4.การรักษาด้วยตนเอง

   - ใช้การประคบ ร้อน-เย็น บริเวณที่มีอาการปวด ร้อน เหมาะกับการอักเสบแบบเรื้อรัง (เป็นมากกว่า 1-2 สัปดาห์) แต่เย็นเหมาะกับอักเสบแบบเฉียบพลัน อาการปวด บวม แดง ร้อน อย่างเช่น ข้อเท้าแพลง เป็นต้น

   - ใช้เครื่องนวดไฟฟ้า เป็นเครื่องนวดที่มีระบบการนวดทั้งแบบปุ่มและแบบนวดด้วยคลื่นรังสีอินฟราเรด

          * มีขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก 

          * เครื่องนวดจะช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้า

          * กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

          * ลดอาการปวด และลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อ

          * มีประเภทของหัวนวดให้เลือกถึง 4 แบบ  ซึ่งจะทำให้คุณสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ และช่วยเพิ่มความสะดวกในส่วนของร่างกายบางส่วนที่อาจจะยากต่อการเข้าถึง

          * เป็นเครื่องนวดคุณภาพสูง ชนิดแข็งแรงพิเศษ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล สามารถปรับความแรงได้ 2 ระดับ High-Low อาศัยหลักการทำงานแบบสั่น ของคลื่นความถี่สูง (High – Frequency Vibration) จึงทำให้บรรเทาอาการปวดเมื่อย ตามกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ทั้ง คอ, ไหล่, หลัง, เอว, แขน, ขา, ฝ่ามือ, ฝ่าเท้า ตามหลักสรีระของร่างกายได้

 

***เครื่องนวดไฟฟ้านี้สามารถใช้ได้กับทุกคน เพื่อบรรเทาอาการสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลัง เข่า คอ บ่า แขน ขา จากอุบัติเหตุหรือจากการใช้งาน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการปวดจากโรคมะเร็ง เป็นต้น เน้นว่าการใช้เครื่องนวดนี้จุดประสงค์หลักคือเพื่อบรรเทาอาการ แต่ก็สามารถหายได้ในรายที่มีอาการไม่มาก

 

จากประสบการณ์พบว่าหลังจากใช้แล้วจะรู้สึกสบายตัวขึ้น โล่ง เบา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีอาการปวดหลัง ควรใช้เครื่องนวด นวดตลอดแนวกล้ามเนื้อหลังทั้ง 2 ข้าง และนวดไปจนถึงกล้ามเนื้อสะโพกทั้ง 2 ข้าง รวมถึงกล้ามเนื้อด้านข้างขา 2 ข้าง (เนื่องจากร่างกายคนเรา มีความสัมพันธ์กัน ถ้าตึงที่จุดไหนจะส่งผลไปถึงอีกจุดได้) จุดละ 5-10 นาที/พื้นที่ และควรทำอย่างช้าๆ และนุ่มนวล จะช่วยลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามคุณสามารถปรับเปลี่ยนการใช้ได้ตามความเหมาะสม ยินดีให้คำปรึกษาแบบไม่คิดค่าบริการค่ะ

   อย่างไรก็ตามหากมีอาการมากควรพบแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัด เพื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

 

สนใจเครื่องนวดไฟฟ้า ในราคาพิเศษ 1,490 บาท พร้อมคำแนะนำการใช้อย่างละเอียด สามารถติดต่อได้ที่ คุณต้อย 085-506-2334

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 54.81.35.97
Message:  
Load Editor
   
Cancel or