นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 393
ความเห็น: 0

รู้จักเจลาตินก่อนเริ่มวิเคราะห์ด้วย LC-MS-MS

เราจะเห็นได้ว่าแต่ละเทคนิคแต่ละวิธีการมีข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ไม่มีเครื่องมือชนิดไหน วิธีการใดที่สามารถตอบโจทย์ทุกอย่างได้ในคราวเดียวกัน เรียนรู้ข้อจำกัดของแต่ละวิธีแล้วเลือกใช้วิธีการให้ตรงกับความต้องการ ก็ช่วยตอบโจทย์และปัญหาได้ตรงประเด็นมากขึ้น

 เจลาติน ได้มาจากคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง สามารถสกัดได้จากกระดูก เนื้อเยื้อ หนังของสัตว์ เช่น วัว ควาย หมู ปลา สลายคอลลาเจนด้วยกรดหรือด่าง

หลังจากสกัดคอลลาเจนได้แล้วนำไปผ่านกระบวนการ hydrolysis ด้วยกรดหรือด่างเพื่อทำให้คอลลาเจนเปลี่ยนเป็นเจลลาติน ซึ่งเจลาตินที่ได้จะเป็นของผสมระหว่าง เปปไทด์และโปรตีน

ลักษณะของเจลลาตินมีหลายรูปแบบ เช่น เป็นผง เป็นแผ่น เป็นเม็ดเล็กๆ นอกจากนั้นคุณสมบัติของเจลาตินคือ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส ทำให้เจลาตินเป็นที่นิยมนำไปใช้ในเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์หลายชนิด เช่น

เครื่องสำอาง ยา อาหาร และฟิลม์ถ่ายรูป ทางเภสัชกรรมจะใช้เจลาตินในการเคลือบเม็ดยา, ผลิตเป็นแคปซูลทั้งชนิดแคปซูลแข็งและแคปซูลนิ่มเพื่อใช้บรรจุยา, ใช้เป็นสารเพิ่มความหนืดในตำรับยาต่าง ๆ ,ใช้เป็นส่วนผสมของยาชนิดครีม ทางเกษตรใช้เป็นตัวกลางสำหรับแร่ธาตุที่จำเป็นในการปลูกพืช เป็นต้น ส่วนในผลิตภัณฑ์อาหารนั้นนำไปใช้ได้มากมาย ได้แก่

ผลิตภัณฑ์นม  ใช้ในกระบวนการ HTST หรือ UHT นม, นมเปรี้ยว(ใช้ 0.2-0.8%), เนยนิ่ม (soft cheese) เช่น ซาวร์ครีม, ครีสชีส, คอตเตจชีส, ชีสสเปรด(เนยทาขนมปัง)), เค้กแช่แข็ง, พุดดิ้ง, เต้าหู้นมสด, คัสตาร์ด, มูส, ไอศครีม, เนยไขมันต่ำ, มาการีน (ใช้เจลาติน 0.5-3.5%)

ขนมหวาน เยลลี่, เม็ดเยลลี่,มาชแมลโล, อาหารเคลือบน้ำตาล, เคลือบผิวขนม, เค้กแช่แข็ง, เคลือบทอฟฟี่(ช็อกโกแลตหรือหมากฝรั่ง), กัมมีแบร์, หมากฝรั่ง, นูกัต, ลิโคริส, ขนมเคี้ยวหนึบ,แยม , ชีสเค้ก, ซีเรียลบาร์
ผลิตภัณฑ์เนื้อ เนื้อบรรจุกระป๋อง, ไส้กรอก, เคลือบผิวแฮม, อาหารทะเลกระป๋อง

อาหารอื่นๆ ซุป, ซอส, มายองเนสไขมันต่ำ, น้ำสลัด, น้ำผลไม้

อ้างอิงข้อมูล http://guru.sanook.com/8067/

จากที่ทราบข้างต้นว่าเจลาตินสามารถสกัดได้จากสัตว์หลายประเภท แล้วเราจะมีวิธีการทดสอบได้อย่างไรว่า เจลาตินที่เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มาจากสัตว์ชนิดไหน วิธีทางวิทยาศาสตร์จะเป็นตัวช่วยในการตอบโจทย์ปัจจุบันมีวิธีทดสอบเจลาตินอยู่หลายวิธีแต่ละวิธีก็จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป เช่น

1. วิธี polymerase chain reaction (PCR), ซึ่งวิธี PCR อาจจะยากสำหรับการทดสอบเจลลาตินว่าได้มาจากสัตว์ชนิดไหน เนื่องจากในกระบวนการผลิตเจลาติน ทำให้ species-specific DNA ของสัตว์ถูก denatured ทำให้ยากในการตรวจพิสูจน์ว่าเจลาตินนั้นเป็นของสัตว์ชนิดไหน

2.  Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) เป็นวิธีที่มีความจำเพาะเจาะจงสูง เป็นการใช้ปฏิกิริยาที่เฉพาะเจาะจงของแอนติบอดี้ (antibody) และแอนติเจน (antigen) แต่วิธีการนี้ก็มีข้อจำกัด คือ ELISA จะตรวจได้เฉพาะโปรตีนที่เราสนใจเท่านั้น แต่ไม่สามารถตรวจโปรตีนตัวอื่นๆที่มีอยู่ในตัวอย่าง คือไม่สามารถวิเคราะห์ชนิดของโปรตีนได้ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน ทำให้อาจเกิดผลเป็น false negatives and positives

3. LC-MS/MS เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้ในการตรวจวัดชนิดของเจลาตินในรูปของเปปไทด์ โดยใช้เปปไทด์จากสัตว์ชนิดต่างๆเป็น Marker วิธีการดังกล่าวเป็นวิธีที่มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ 

https://sciex.com/Documents/brochures/Pork-in-gummy-bears_QTRAP-4500-TripleTOF-5600_09270214.pdf

เราจะเห็นได้ว่าแต่ละเทคนิคแต่ละวิธีการมีข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ไม่มีเครื่องมือชนิดไหน วิธีการใดที่สามารถตอบโจทย์ทุกอย่างได้ในคราวเดียวกัน เรียนรู้ข้อจำกัดของแต่ละวิธีแล้วเลือกใช้วิธีการให้ตรงกับความต้องการ ก็ช่วยตอบโจทย์และปัญหาได้ตรงประเด็นมากขึ้น

..............................................................................................................

 


 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 05 มิถุนายน 2560 10:19 แก้ไข: 12 สิงหาคม 2560 08:50 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 ดำขำ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.225.59.14
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ