นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 9801
ความเห็น: 7

ความคิดนอกกรอบ ไม่มีอยู่จริง

โลกเราทุกวันนี้เต็มไปด้วยกรอบต่างๆ มากมาย อยู่ทุกกระบวนท่า

หลายวันมานี้ ทุ่มเทกายใจอ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ชื่อหนังสือ ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น ของทันตแพทย์สม สุจีรา อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว เกิดความคิดขึ้นมาอย่างหนึ่ง (ที่ได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้) ว่า  ความคิดไร้กรอบ ความคิดนอกกรอบ เป็นความคิดที่ไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงคำพูดที่สวยหรู ให้ดูดี และหลงไปกับถ้อยความ ว่า เราไม่ได้ทำตามกรอบที่ เค้าคนนั้นวางเอาไว้นะ 

เพราะโลกเราทุกวันนี้เต็มไปด้วยกรอบต่างๆ มากมาย อยู่ทุกกระบวนท่า ตั้งแต่การกิน อยู่ หลับ นอน ผู้ที่บอกว่า ให้คิดออกจากกรอบเสียบ้าง คิดนอกกรอบเสียบ้าง แต่จริงๆ แล้ว  เค้าผู้นั้นไม่มีทางหนีกรอบพ้น เราออกจากกรอบที่หนึ่งได้ ก็ต้องไปติดกับอีกกรอบอยู่ดีเพราะโลกเรานี้ มีกรอบอยู่ 108-1009 หากจะเปรียบเทียบกรอบจะพบได้ ตามรูป ..

 


ที่บอกว่าคิดนอกกรอบ เราก็อาจจะออกมาจากสิ่งที่เราไม่ยึดติดได้เพียงสิ่งเดียว แต่เรายังมีกรอบต่างๆ มากมาย แล้วทำอย่างไรเราจึงจะสามารถคิดนอกกรอบได้  สิ่งที่ทำได้ก็คือการทำสมาธิ พิจารณาจิต ทำแบบนี้ด้วยความมานะตั้งมั่น เราอาจจะพบทางหลุดออกจากกรอบ แต่ก็นั่นแหล่ะ ท่านอาจจะไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างคนปกติทั่วไปได้

ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น
ไอน์สไตน์พบ อะไร  และพระพุทธเจ้าเห็นอะไร และทั้ง 2 แนวทางเกี่ยวข้องกันอย่างไร ถึงกับขึ้นข้อความที่ปกว่า  "ธรรมะพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ บางสิ่งที่ไอน์สไตน์ ค้นพบ พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้มาก่อนแล้วนับพันปี"

ในหนังสือเริ่มต้น ปูพื้นที่ไอน์สไตน์  ว่าค้นพบอะไร สิ่งที่ไอน์สไตน์ค้นพบ เกิดจากการปิ๊งไอเดีย ขึ้นมาอย่างหนึ่ง ด้วยความเป็นนักวิทยาศาสตร์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิสูจน์ และอธิบายกฏเกณฑ์ จากการปิ๊งไอเดียนี้ได้ ด้วยการใส่สมการ หาหลักการ เหตุผลมาอธิบาย .. เราจึงพบว่า ไอน์สไตน์ หลังจากหลุดกรอบไปแล้ว เมื่อปิ๊งขึ้นมา ก็พยายามเอาไอเดีย ที่ได้ กลับเข้ามาอยู่ในกรอบ .. สิ่งนี้อธิบายอะไร อธิบายได้ว่า นักวิทยาศาสตร์รุ่นหลัง ก็มีสิทธิ์ปิ๊งไอเดีย ได้ แต่อาจจะถูกคลุมด้วยกรอบของไอน์สไตน์ หรือของคนอื่นๆ เสียแล้ว จึงไม่อาจหลุดจากกรอบนี้ได้ .. เราจึงพบว่าทฤษฏีหลังๆ จึงมักไม่ค่อย แหวกแนวกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งนี้ เพราะกรอบนี่เอง

ขณะที่พระพุทธเจ้า  เห็นการเกิดดับของจิต เกิดปัญญาญาณ รู้เท่าทันในสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป  พบว่า หลายสิ่งที่ ไอน์สไตน์ อธิบายไว้ สอดคล้องกับหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า เพียงแต่พระพุทธเจ้า ให้ความสำคัญกับการดับทุกข์ ถึงแม้เราจะเจริญด้วยวิทยาศาสตร์มากมาย แต่สิ่งที่เป็นอยู่เพียงแต่ตอบสนองต่อความต้องการทางกาย และใจ ชั่วครั้งชั่วคราว พอหมดไป ก็พยายามหาสิ่งใหม่ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

อาจจะเป็นไปได้ว่าสิ่งที่ไอน์สไตน์ค้นพบ กับสิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบ อาจจะเป็นสิ่งเดียวกัน ผู้เขียนกล่าวว่า หากไอน์สไตน์ ได้มีโอกาสศึกษา พระพุทธศาสนา อย่างถ่องแท้ .. บางที หลักคิดของไอน์สไตน์ อาจจะไม่หยุดแค่ทฤษฎีสัมพันธภาพก็เป็นได้  .. หลายเรื่องผู้เขียนเปรียบเทียบไว้ดีมากๆ ค้นคว้าข้อมูลมาดี ..ผมไม่เห็นด้วยอยู่อย่างเดียว คือเรื่องการเกิด ดับของจิต เมื่อเราตายไป หนังสือเขียนไว้อย่างไร ต้องอ่านเองครับ (ถ้าสนใจ)

คุณอยากหลุดออกจากกรอบหรือเปล่า ครับ?

หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 21 เมษายน 2551 21:43 แก้ไข: 28 สิงหาคม 2551 08:08 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เห็นชื่อหนังสือนี้รู้สึกดีใจจัง มีคนอ่านเหมือนเราด้วย

(เอ๊ะหรือเราอ่านเหมือนเค้า)

 

ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น

เป็นอีกเล่มหนึ่งที่เห็นแล้วหยิบเลย แล้วก็กลายเป็นว่า

เป็นหนังสือที่ต้องใช้สมาธิอย่างมาก ๆๆๆ ในการอ่าน

และตอนนี้ก็ยังอ่านไม่จบ ฮี่ ๆ...เนื้อหาเยอะข้อมูลเยอะ

 

ให้คุณแม่พี่ปิ่นไปช่วยอ่านก่อน .......

 

(แอบดีใจมีคนอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วย)

  • ตามมาอ่านเพราะน้องก็เพิ่งซื้อหนังสือเล่มนึงมาเหมือนกัน ของ ทันตแพทย์สม สุจีรา เหมือนกันค่ะ แต่คนละเล่ม กะไว้ว่าอ่านจบ ก็จะมาเล่าสู่กันฟังเช่นกัน แต่กว่าจะอ่านจบเมื่อใดนั้น ไม่ขอกล่าว (ฮา)
  • พี่เอมาทิ้งประเด็นให้สนใจตอนท้ายซะงั้นน่ะ เหอ ๆ ว่าแต่พี่เออ่านจบรึยังเอ่ย?? อิอิ รู้จุดประสงค์น้องมั้ย? ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ (ซะงั้นอ่ะ) เอิ๊กกกกกกกกกกกกกก
  • หนูณิชน์  นานๆ จะได้เจอคนคอเดียวกัน .. ความจริง ผมชื้อหนังสือไว้เยอะเหมือนกัน บางครั้งอ่านไม่ทัน ชอบไปนัก งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ.. บางครั้งพบว่าหนังสือของปีที่แล้วยังอ่านไม่หมดเลย (^_^) ตอนนี้จึงต้องพยายามเก็บตกเรื่อยๆ .. อ่านทุกคืน คืนละ 1-2 ช.ม.
  • โถๆ น้อง ลี่ ต้องการอะไร มิบอกมาตามตรง ทำให้พี่ งง เป็น ตาสับปะรดอยู่ .. ยังว่างนะครับ หนังสือแบบนี้ คงหาคนเข้าคิวยาก .. อยากอ่านพรุ่งนี้ M มาบอกนะครับ (^_^)
  • คิดนอกกรอบได้...แต่ห้ามคิดนอกใจนะน้อง
  • มีหวังแน่.....

ทึ่งตรงที่ทันตแพทย์สม สุจีรา อธิบายไว้อย่างน่าสนใจว่า ในทางวิทยาศาสตร์ยอมรับกันว่าไม่มีอะไรที่จะเร็วไปกว่าแสงได้ แต่ในทางพุทธศาสนา มีพุทธพจน์ระบุว่า "แสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญาไม่มี"

 

หากไร้ซึ่งกรอบละครับ ความคิดเราจะเป็นอย่างไร

จักรวาลมีกรอบหรือ????

อ่านแล้วค่ะ     ต้องยกความดีความชอบให้งาน "สันติศึกษา" ของสุราษฎร์ ที่ขนหนังสือแนวนี้ ดีดี มาไว้ให้อ่านแบบเพียบๆ...(^__^)

หนังสือเล่มนี้...ปุยชอบนะคะ  แต่ก็เห็นประเด็นนึงว่า อาจจะสะท้อนความยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนาโดยตั้งใจ (ชัดไปสักนิด)  พร้อมๆกับตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของวิทยาศาสตร์  โดยเทียบเคียงศาสนากับวิทยาศาสตร์ 

 ฟังดูเหมือนว่า  พุทธศาสนายิ่งใหญ่กว่าวิทยาศาสตร์  แต่มองอีกมุมนึง 

ถ้าพุทธศาสนาโดดเด่นกว่า  ต้องเอาพุทธศาสนาเป็นแกน  แล้ววิทยาศาสตร์มาเทียบ ยอมรับวิทยาศาสตร์เพราะพิสูจน์ได้ด้วยศาสนา

 หนังสือเล่มนี้ เข้าทำนองพุทธศาสนา น่าเชื่อถือ ยิ่งใหญ่ เพราะเทียบเคียงได้ด้วยวิทยาศาสตร์

ก็..อยู่ในกรอบคิดที่วิทยาศาสตร์เป็นใหญ่...เป็นความเชื่อหลักของโลก

 ส่วนเรื่องวิทยาศาสตร์เป็นศาสตร์ที่จริงแท้ไหมนั้น  ถ้ามีคนชอบคุย  คงคุยได้ยาว...อิอิ  เพราะปุยชอบ

เขียนบทความส่งครูไว้เรื่องนึงค่ะ  เรื่อง

สวนโมกข์นานาชาติในฐานะแก็งค์กู้โลก

ดูท่าจะมีคอนี้หลายคน ไว้จะเอามาลงบันทึก แล้วขอคำชี้แนะนะด้วยนะคะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.172.195.49
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ