นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2656
ความเห็น: 6

เป็นหมอรักษาคนไข้ก็มีสิทธิ์ติดคุก

บางครั้งการสื่อสารระหว่างหมอกับคนไข้อาจจะไม่เข้าใจกันหรือไม่ดีพอ ขาดการอธิบายในเรื่องผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาในทุกๆ ด้าน

ผู้ที่มีอาชีพเป็นหมอ นับว่าเป็นอาชีพที่ต้องอุทิศตน เพื่อผู้อื่น ในการบำบัดรักษาความทุกข์ร้อน ความเจ็บไข้ได้ป่วย บางครั้งยังต้องรักษาชีวิตผู้อื่นให้ยืนยาวต่อไป ถึงแม้จะได้ค่าตอบแทนที่สูง แต่เมื่อพิจารณาแลกกับความทุกข์ร้อนจากคนไข้ ที่หมอต้องแบกรับ นับว่าหนักเอาการ .. เมื่อคิดในทางบวก อาชีพหมอสามารถสร้างบุญ สร้างกุศลอย่างมากมายมหาศาล ในการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก การช่วยเหลือชีวิตคน เป็นบุญกุศลยิ่งกว่าการทำบุญด้วยสิ่งอื่นใด   ..

แต่ปัจจุบันเมื่อทุกคนมีสิทธิ์ รู้จักรักษาสิทธิ์ สื่อสารมวลชนก้าวหน้า การกระทำบางอย่าง ที่เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่เป็นความผิดพลาดที่ไม่อาจจะแก้ไขได้และอาจจะเป็นผลลบได้เช่นกัน ..  หลายวันก่อนได้ฟังข่าว การพิพากษาให้หมอผู้หญิงท่านหนึ่ง มีความผิดฐานประมาท เลินเล่อ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ศาลชั้นต้นจึงตัดสินจำคุก คุณหมอท่านนั้นเป็นเวลา 3 ปี  .. ลองฟังเรื่องของหมอท่านนี้ หน่อยหนึ่งนะครับ

คุณหมอท่านนี้ เป็นหมอที่โรงพยาบาล อ.ร่อนพิบูลย์ นครศรีธรรมราช วันนั้นมีคนไข้มาขอรับการรักษาด้วยอาการปวดท้อง ซึ่งคุณหมอได้วินิจฉัยว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ .. การรักษาไส้ติ่งอักเสบมีอยู่ทางเดียว คือ ต้องผ่าตัด คุณหมอมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ  ผ่าตัดทันที  หรือส่งต่อไปที่โรงพยาบาลที่มีความพร้อมมากกว่า คือโรงพยาบาลมหาราช ซึ่งต้องนั่งรถไปอีกชั่วโมงกว่าๆ  และไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าไส้ติ่งจะแตกหรือไม่  ซึ่งมีความเสี่ยง ถ้าไส้ติ่งแตกก็จะทำให้เกิดภาวะช่องท้องอับเสบและเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดตามมา อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

คุณหมอท่านนี้ จึงเลือกที่จะผ่าตัดทันที .. ในการผ่าตัดนั้น จำเป็นที่จะต้องมีการให้ยาระงับความรู้สึก โดยวิธีดมยาสลบหรือฉีดยาชาเข้าช่องน้ำไขสันหลัง หรือที่เรียกกันว่า บล็อคหลัง (Spinal Block) เนื่องจากโรงพยาบาลนี้ไม่มีวิสัญญีแพทย์  (การให้ยาระงับความรู้สึกจำเป็นต้องใช้แพทย์และพยาบาลที่ศึกษาเพิ่มเติมและมีความเชี่ยวชาญด้านนี้ โดยเฉพาะ เนื่องจากกำชีวิตผู้ป่วยเอาไว้)  แต่! อย่างที่บอกเป็นโรงพยาบาลอำเภอ จึงไม่มีแพทย์ ทางด้านวิสัญญีเลย คุณหมอท่านนี้จึงจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้ให้ยาระงับความรู้สึกโดยการบล็อคหลังเอง (หมอมีสิทธิ์ทำได้อยู่แล้วเพราะได้ฝึกหัดตอนเป็นนักศึกษาแพทย์มาแล้ว) การณ์กลับเป็นว่าระดับการชาขึ้นสูงจนกระทั่งกดการหายใจของผู้ป่วย การผ่าตัดเสร็จสิ้น แต่คนไข้อาการไม่ดี หายใจไม่ออก จึงต้องนำส่งต่อไปที่โรงพยาบาลมหาราช นครศรีธรรมราช สรุปว่าคนไข้เสียชีวิต .. ญาติคนไข้ จึงฟ้องร้องต่อศาล และหมอก็ได้รับการตัดสินในศาลชั้นต้นว่า มีความผิดฐานประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ถูกตัดสินจำคุก 3 ปี

ประเด็นที่ผมติดใจ คือ ผมควรให้กำลังใจข้างไหนข้างหมอหรือข้างญาติคนไข้ (หมอเจตนาดีแต่ผิดพลาด ส่วนญาติคนไข้เป็นผู้สูญเสีย) เมื่อเขียนมาถึงตรงนี้ ก็ต้องบอกว่า บางครั้งการสื่อสารระหว่างหมอกับคนไข้อาจจะไม่เข้าใจกันหรือไม่ดีพอ  ขาดการอธิบายในเรื่องผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาในทุกๆ ด้าน บางแห่งอาจไม่ได้เซ็นต์ยินยอมการรักษาหากหมอต้องช่วยชีวิตผู้ป่วยไว้ก่อน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้า ทำให้หมอของเราต้องขึ้นโรงขึ้นศาลบ่อยๆ และเป็นจุดบอดให้ญาติผู้ป่วยโจมตีได้

เขียนมาเพื่อให้กำลังใจหมอ .. ยังมีคนไข้อีกมาก ที่รอการรักษาครับ

หมายเหตุ : วิสัญญีแพทย์ เป็นแพทย์สาขาขาดแคลน พิจารณาเฉพาะจังหวัดสงขลา โรงพยาบาลที่มีวิสัญญีแพทย์ มี 3 โรงพยาบาลได้แก่ โรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลสงขลา (ประมาณ 2-3 คน) และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ประมาณ 10 คน)

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 27 มีนาคม 2551 08:50 แก้ไข: 27 มีนาคม 2551 09:01 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เห็นใจทั้งหมอและคนไข้ค่ะ

ช่วงหลังมีข่าวการฟ้องร้องบุคลากรแพทย์บ่อย ๆ ทำให้แพทย์เองต้องระวังมากขึ้น แต่ก็เป็นสิทธิ์ของคนไข้ ค่ะ

สำหรับกรณีนี้ ข้าพเจ้าคิดว่า เมื่อแพทย์รู้ดีว่าเครื่องมือและอุปกรณ์ไม่พร้อม แต่มีความจำเป็นต้องช่วยเหลือชีวิตคนไข้ อาจแจ้งให้ญาติของคนไข้รับทราบข้อมูลต่าง ๆ ว่าจริง ๆ ทางโรงพยาบาลไม่พร้อมในด้านนี้ แต่หากส่งตัวไปโรงพยาบาลมหาราช อาจมีความเสี่ยง เพราะระยะทางไกล ได้ การแจ้งให้ญาติรับทราบข้อมูล ทำให้ญาติเข้าใจ และมีข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะรับการรักษาแบบไหนค่ะ

Ico48
หนูณิช [IP: 192.168.100.112]
27 มีนาคม 2551 09:41
#25705

มีเพื่อนเป็นหมอ สงสารเพื่อนเหมือนกันค่ะ

ทำได้แค่รักษาสุขภาพตัวเองให้ดี ไม่ไปเพิ่มงานให้เค้า ....

 

 

     งานนี้ นู๋ตาลเห็นใจคุณหมอนะคะ เพราะเชื่อว่ากรณีที่เกิดขึ้น เป้าหมายหลักคือรักษาคนไข้ แต่น่าเสียดายที่รู้ไม่รอบ (แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่คนเราจะรู้ได้ไม่ทุกเรื่อง)

     แต่แง่ดีในกรณีนี้คือ คุณหมอทั่วไปเองก็จะได้ดูแลเราอย่างดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เพราะเราก็มีสิทธิ์เรียกร้องได้เหมือนกัน

     @^_^@  ขอให้โลกสงบสุข

(^_^) เฮ้อ! ชะตาชีวิต
Ico48
NAT [IP: 202.149.24.161]
01 สิงหาคม 2551 17:03
#33404

วันนี้จะทำการบ้านเรื่องทุกข์ของคนไข้นะ แต่มาเจอทุกข์ของหมอแทน เฮ้อ ! เราก้อเป็นคนสาสุขคนหนึ่ง เห็นใจทั้งสองฝ่ายนะคะ คงไม่มีใครอยากให้เกิดอะไรที่ไม่ดีขึ้น ได้ยินข่าวในทีวีแต่ไม่เคยมีใครชี้แจงว่า ทำไมหมอจึงทำแบบนั้น ข่าวเสนอด้านเดียว สงสารหมอจัง อย่างนี้จะมีใครอยากทำอะไรดีดีเพ่อคนอื่นอีกละ ...คงต้องไปหาทุกข์ของคนไข้ต่อละนะ

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่ศาลจังหวัดทุ่งสงได้ตัดสินคดีแล้ว แพทย์หญิงสุทธิพรได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 เนื่องจากแพทย์หญิงสุทธิพร เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลชุมชน ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข ให้ทำหน้าที่ดูแลรักษาพยาบาลประชาชน และทุกคนต่างตั้งใจปฏิบัติงานเพื่อให้ผู้ป่วยหาย ไม่มีใครต้องการให้ผู้ป่วยเสียชีวิต โดยเฉพาะในโรงพยาบาลชุมชนที่อยู่ห่างไกล ซึ่งตามกฎหมายของแพทยสภา แพทย์ทุกคนสามารถดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทุกประเภท แม้ว่าจะไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก็ตาม เนื่องจากผู้ป่วยมีจำนวนมาก ผลการพิพากษาในเช้าวันนี้ (11 กันยายน 2551) ศาลอุทธรณ์ได้ยกฟ้องคดีดังกล่าวแล้ว ทำให้แพทย์หญิงสุทธิพรไม่มีความผิด นับเป็นขวัญกำลังใจแก่บุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศที่ให้การรักษาพยาบาลประชาชน และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนตั้งใจทำงานเพื่อให้บริการผู้ป่วยต่อไป

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.93.75.242
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ