นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Hunter (Alone in the dark)
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 1

อ่าน: 2583
ความเห็น: 0

หน้าที่ของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์คืออะไร ?

แค่รักษาลูกหลานบุคลากรก็พอแล้ว !

ประวัติโรงพยาบาล

โรงพยาบาลสงขลานครินทร์สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 
4 ประการ คือ
•  เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาแพทย์
    พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์
•  เพื่อให้บริการด้านรักษาพยาบาล การบำบัดโรค
    และการป้องกันโรคให้แก่ประชาชนในจังหวัดภาคใต้ 
•  เพื่อให้บริการตรวจพิเศษและตรวจทางห้องปฏิบัติการแก่
    โรงพยาบาลใกล้เคียง 
•  เพื่อใช้เป็นสถานที่ค้นคว้าและวิจัยอันที่จะนำไปแก้ปัญหา
   สาธารณสุขของภาคใต้

ข้อความข้างต้นผมคัดมาจากลิงค์ประวัติโรงพยาบาล

แต่สิ่งที่ผมไปเจอกับตัวเมื่อวานนี้ (11 ก.ค. 2554) ทำให้ผมได้รู้ทราบถึงความเป็นจริงว่าการที่ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาหรือใช้บริการจากโรงพยาบาลในฐานะที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องบุคลากรนั้นยากลำบากไม่น้อย 

ไหนจะต้องเจอคำพูดที่ทำร้ายจิตใจจากพยาบาลบางคน

ไหนจะต้องตรวจสอบสิทธิการรักษา เช่น ประกันสังคม 30บาท และอื่นๆ

เนื่องจากนโยบายประกันสังคมของโรงพยาบาลคือรับเฉพาะบุคลากร

สิทธิบัตร 30 บาท ก็พยายามที่จะตัดสิทธิออกถ้าไม่ใช่นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่

หมายความว่า ถ้าไม่ใช่คนในคุณมีโอกาสได้รับบริการทางการแพทย์ต่ำกว่า 50% 

นี่มัน 2 มาตรฐานชัดๆ

เหตุการณ์นี้ผมเจอมากับตัวเอง เรื่องของเรื่องก็คือน้องสาวผมได้สิทธิ 30บาทมา สมัยที่ยังศึกษาอยู่ที่นี่ แต่เมื่อวานเธอไม่สบายขณะที่เดินทางไปฝึกงาน ณ ศาลเด็กและเยาวชน จ.สงขลา จึงต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงขลา (ทางไปเกาะยอ) หมอวินิจฉัยว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบในนอนพักที่โรงพยาบาล 1 วันเพื่อดูอาการ แต่เนื่องจากบ้านผมอยู่หาดใหญ่ และมีสิทธิ 30บาทที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จึงได้ย้ายมาเพื่อรับกการรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์แทน โดยทางโรงพยาบาลสงขลาได้แนบผลตรวจทางแลบมาให้

  เมื่อมาถึงห้องฉุกเฉินก็ได้ทำบัตรเพื่อเข้ารับการรักษาซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รับทำบัตรให้ท่านก็ได้ตรวจสอบสิทธิให้(ยังมี) แต่เมื่อเอกสารมาถึงพยาบาลหน้าห้องฉุกเฉิน ขณะที่ซักประวัติปรากฏว่าไม่ได้ศึกษาที่นี่แล้ว แต่มีสิทธินางพยาบาลคนนั้นก็พยายามถามคนรอบๆ ว่าสิทธินี้ไม่น่าจะใช้ได้แล้ว (ซึ่งคนที่ตอบเค้าล้วนบอกว่าก็เค้ายังมีสิทธิรักษาอยู่) พยาบาลคนนั้นยังไม่ยอมหยุดจึงโทรศัพท์(โทรไปไหนไม่รู้) เพื่อสอบถามอีกครั้ง (โอ้ว! นี่จะถาม 2 คนยังไม่พอ จะขอ 3) ซึ่งผมก็ยืนดูกิริยาและท่าทางของเค้าโดยตลอด (ไม่อยากรับ ท่าทางและการกระทำมันฟ้อง) ผมก็เลยบอกเค้าว่า ถ้ายังมีสิทธิก็รักษาไปสิจะทำอะไรมากมาย

หลังจากได้รับการยืนยันทางโทรศัพท์แล้วว่ามีสิทธิ นางพยาบาลคนนั้นก็บอกกับพวกผมว่า ... "น้องมีสิทธิ(หน้าดุ) แต่เราจะพยายามตัดสิทธิออก"  "แค่รักษาลูกหลานบุคลากรก็พอแล้ว !"

ชิบ เอากันแบบนี้เลยนะ

แฟนผมก็เลยถามไปว่าน้องผมไม่ใช่คนเหรอคับ ถึงได้พยายามปฏิเสธการรักษาจังเลย

ด้วยอารมณ์ผมเดือดแล้วล่ะ ผมก็เลยถามว่าเงินที่คุณได้รับทุกเดือนไม่ได้มาจากภาษีประชาชนเหรอครับ 

หลังจากที่โดยฝั่งผมต่อว่า เค้าก็เลยแถไปว่ากลัวน้องเค้าจะไม่มีสิทธิรักษาในขั้นต่อๆ ไป ? สับสนกับคำพูดซะแล้วพยาบาลคนนี้

เรื่องนี้ก็อยากให้ "คนใน" อย่างเราๆ อ่านไว้เป็นอุทาหรณ์ละกันครับ มันเป็นเรื่องน่าเบื่อ 

สำหรับคำส่งท้าย ขอเป็น "ยินดีด้วยครับ เราอินเทรนด์จริงๆ นี่มัน 2 มาตรฐานชัดๆ" 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ Public_domain
สร้าง: 12 กรกฎาคม 2554 12:30 แก้ไข: 12 กรกฎาคม 2554 12:30 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.204.55.168
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ