เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL

ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
Network
Members · Following: 0 · Followed: 0

อ่าน: 12933
ความเห็น: 18

10 ความแตกต่าง ระหว่าง คนรวย กับ คนชั้นกลาง

10 ความแตกต่าง ระหว่าง คนรวย กับ คนชั้นกลาง

     

       ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้  ใครๆๆย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกอย่างแพงขึ้น เป็นทวีคูณเลยค๊ะ....นาทีนี้เชื่อว่าหลายคนที่ใช้รถ คงต้องแบกภาระค่าน้ำมันกันจนไหล่แทบหลุด เพราะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับสูงขึ้นทุกๆ วัน  ได้มีโอกาสอ่านบทความ  บทความหนึ่งในเว็บไซด์ก็เลยเก็บมาฝากลองอ่านดูนะค่ะ.....
     ****  เผื่อได้แง่คิดดีๆๆ เพื่อที่ว่าเราจะได้รู้ว่าเราอยู่ในด้านไหนของสังคมและจะต้องทำอย่างไรเพื่อที่ว่าเราจะได้ย้ายจากการมีแนวโน้มที่จะเป็นคนชั้นกลางสู่การเป็นคนรวยกันค่ะ...*****

      10 ความแตกต่าง ระหว่าง คนรวย กับ คนชั้นกลาง
ความแตกต่างข้อแรกก็คือ เศรษฐีนั้นคิดยาวแต่คนชั้นกลางคิดสั้น ว่าที่จริงคนที่คิดสั้นที่สุดก็คือคนจน พวกเขามักจะคิดอะไรแบบวันต่อวันทำนองหาเช้ากินค่ำ คนชั้นกลางนั้นมักจะคิดเป็นเดือนต่อเดือน นั่นคือคิดถึงวันเงินเดือนออก แต่คนรวยจะต้องคิดยาวเป็นปี ๆ หรือเป็นสิบ ๆ ปี ในใจของคนจนนั้น เขามักคิดแต่เฉพาะเรื่องของความอยู่รอดเป็นหลัก ในขณะที่คนชั้นกลางคิดถึงเรื่องความสุขสบายจากการจับจ่ายใช้สอยสินค้า ส่วนคนรวยนั้น เป้าหมายของพวกเขาชัดเจน เขาต้องการความเป็นอิสระทางการเงิน การคิดยาวนั้นมีพลังมหาศาล เพราะมันจะทำให้เขาอดออมและลงทุนระยะยาวซึ่งจะทำให้เงินงอกเงยแบบทบต้นเป็นเวลานาน และนี่คือสูตรสำคัญที่สุดในการที่จะทำให้คนมั่งคั่ง

ข้อสอง คนรวยพูดเกี่ยวกับเรื่องไอเดีย คนชั้นกลางพูดเกี่ยวกับสิ่งของ และคนจนพูดถึงเรื่องของคนอื่น นี่คงไม่ได้หมายถึงว่าคนรวยไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งของหรือคนอื่น แต่หมายถึงว่าคนรวยจะพูดถึงเรื่องของคนอื่นน้อยกว่าคนจนและมักจะเป็นคนที่มีแนวความคิดดี ๆ หรือมีมุมมองต่าง ๆ มากกว่าคนชั้นกลางและคนจน เบื้องหลังของนิสัยในเรื่องนี้คงอยู่ที่ว่า คนรวยนั้นมักจะมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนจนซึ่งมักจะชอบ “ซุบซิบนินทา” เป็นนิจสิน ในขณะที่คนชั้นกลางอาจจะเน้นการทำงานประจำ ชอบพูดถึงเรื่องรถยนต์ ดนตรี การพักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น

ข้อสาม คนรวยยอมรับการเปลี่ยนแปลง คนชั้นกลางต่อต้านการเปลี่ยนแปลง คนชั้นกลางรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงจะคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ที่ตนเองเคยชิน ในขณะที่คนรวยนั้นคิดว่าการเปลี่ยนแปลงอาจนำมาซึ่งชีวิตที่ดีกว่า เขาคิดว่าในการเปลี่ยนแปลงนั้นมักมีโอกาสที่เขาอาจจะฉกฉวยได้ เบื้องหลังนิสัยนี้อาจจะมาจากการที่คนรวยมีความมั่นใจสูงกว่าคนชั้นกลางที่มักจะกลัวว่าตนเองจะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่ ๆ ได้

ข้อสี่ คนรวยกล้ารับความเสี่ยงที่ได้มีการพิจารณาและไตร่ตรองดีแล้ว คนชั้นกลางกลัวที่จะรับความเสี่ยง นี่เป็นนิสัยที่เป็นจุดอ่อนมากที่สุดของคนชั้นกลางในความเห็นของผม คนที่ไม่ยอมรับความเสี่ยงเลยนั้นจะพลาดที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีโดยสิ้นเชิง ในขณะที่คนที่กล้ารับความเสี่ยงอย่างที่ได้มีการศึกษามาเป็นอย่างดีจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้โดยที่ความเสี่ยงจริง ๆ นั้นจะมีน้อยมาก ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือ คนชั้นกลางส่วนใหญ่นั้นมักจะกลัวการลงทุนในหุ้นหรือตราสารการเงินที่มีความผันผวนของราคาโดยที่เขาไม่พยายามศึกษาว่าในระยะยาวแล้วมันอาจจะมีความคุ้มค่ากว่าการฝากเงินในธนาคารมาก ในอีกมุมหนึ่ง คนที่กล้ารับความเสี่ยงอย่าง “บ้าบิ่น” เช่นคนที่เล่นหุ้นวันต่อวันเองก็ไม่ใช่นิสัยของคนรวย คนรวยนั้นจะต้องรับความเสี่ยงเฉพาะที่มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว

ข้อห้า คนรวยเรียนรู้และเติบโตตลอดชีวิต คนชั้นกลางคิดว่าการเรียนรู้จบที่โรงเรียน นิสัยการเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ นี้ ผมคิดว่าเป็นหัวใจเศรษฐีจริง ๆ เพราะในความรู้สึกของผมเอง การเรียนรู้จากโรงเรียนเป็นเพียงพื้นฐานที่เรานำมาศึกษาต่อด้วยตนเองได้ และเวลาหลังจากการเรียนในโรงเรียนนั้นยาวมากเป็นหลายสิบปี ดังนั้น ความรู้ส่วนใหญ่จึงควรที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่เราเรียนจบจากโรงเรียน โดยนัยของข้อนี้ คนรวยจึงน่าจะมีนิสัยรักการอ่านหรือการหาความรู้ต่อไปเรื่อย ๆ ในขณะที่คนชั้นกลางนั้น พอเรียนจบก็มักจะไม่สนใจอ่านหนังสือหรือหาความรู้ใหม่ ๆ และความรู้ที่ผมคิดว่าคนชั้นกลางพลาดไปเพราะไม่มีการสอนในโรงเรียนก็คือ ความรู้ทางด้านการเงินที่คนรวยมักจะศึกษาต่อเพราะเห็นถึงความสำคัญและอาจนำไปสู่ความร่ำรวยได้

ข้อหก คนรวยทำงานเพื่อหากำไร คนชั้นกลางทำงานเพื่อจะได้ค่าจ้าง คนรวยมองว่านี่คือหนทางที่จะทำให้รวยได้มากกว่าแม้ว่าจะมีความเสี่ยง ในขณะที่คนชั้นกลางนั้นมักจะไม่กล้าเสี่ยงและอาจจะมีความคิดสร้างสรรค์น้อยกว่า จึงมุ่งไปที่การหางานที่จะมีรายได้แน่นอน แต่รายได้จากการใช้แรงงานของตนเองนั้น มีน้อยคนที่จะทำให้ตนเองรวยได้

ข้อเจ็ด คนรวยเชื่อว่าพวกเขาจะต้องใจบุญสุนทาน คนชั้นกลางคิดว่าพวกเขาไม่มีปัญญาที่จะทำบุญ ข้อนี้ผมเองคงไม่มีคอมเม้นท์อะไร ส่วนหนึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจเนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องของแต่ละคนที่ไม่ค่อยบอกหรือรู้กันยกเว้นกรณีที่เป็นการบริจาคใหญ่ ๆ อย่างกรณีของบัฟเฟตต์หรือบิลเกต

ข้อแปด คนรวยมีแหล่งรายได้หลากหลาย คนชั้นกลางมีเพียงหนึ่งหรือสองแหล่ง ข้อนี้ก็เช่นกัน ผมเองไม่แน่ใจว่าคนรวยมีรายได้จากหลายแหล่งเพราะรวยแล้วจึงไปลงทุนในทรัพย์สินหลาย ๆ อย่าง หรือมีทรัพย์สินหลายอย่างจึงทำให้รวย แต่ที่ผมเห็นชัดเจนก็คือ คนชั้นกลางนั้น มักไม่ลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงทำให้รายได้มักจะมาจากเงินเดือนเป็นหลัก

ข้อเก้า คนรวยเน้นการเพิ่มขึ้นของความมั่งคั่งของตนเอง คนชั้นกลางเน้นการเพิ่มของเงินเดือน เป้าหมายของคนรวยนั้นอยู่ที่ว่าตนเองมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหนโดยมองที่ภาพรวม ดังนั้น ถ้าเขามีหุ้นอยู่ การที่หุ้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเขาก็มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นโดยที่เขาไม่ต้องเสียภาษี แต่คนชั้นกลางพยายามทำงานเพื่อให้มีเงินเดือนสูงขึ้นแต่เขาอาจจะลืมไปว่าเขาจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นด้วย สรุปก็คือ คนรวยเน้นการลงทุนใช้เงินทำงานแทนตนเอง คนชั้นกลางเน้นการใช้แรงงานของตนเอง

สุดท้าย ข้อสิบ คนรวยชอบตั้งคำถามที่เป็นบวกและสร้างกำลังใจ เช่น ฉันจะสร้างรายได้เป็นเท่าตัวในปีนี้ได้อย่างไร? ในขณะที่คนชั้นกลางชอบตั้งคำถามที่เป็นลบและเสียกำลังใจเช่น จะหาเงินมาจ่ายหนี้ค่าบัตรเครดิตเดือนนี้ได้อย่างไร ?

       และนั่นก็คือความแตกต่าง 10 ข้อระหว่างคนรวยกับคนชั้นกลางที่มีคนตั้งข้อสังเกตไว้

       ***ส่วนใหญ่น่าจะเป็นจริง คนรวยบางคนก็มีคุณสมบัติที่เป็นแบบคนชั้นกลาง และคนชั้นกลางจำนวนมากก็มีนิสัยแบบคนรวย แต่ถ้าเราอยากรวย คิดว่า การยึดนิสัยแบบคนรวยน่าจะทำให้เรามีโอกาสมากกว่าค่ะ **** ๙๙๙๙๙ *** 

Sections: Miscellaneous
License: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
created: 24 June 2008 10:59 Modified: 24 June 2008 11:01 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
ภัส [IP: 124.120.63.136]
17 March 2009 12:38
#42425

ต้องการผู้ร่วมธุรกิจ กระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคระดับชุมชน สนใจอ่านรายละเอียด กรอกข้อมูลเพิ่มที่ www.homebizstart.com

 

Ico48
keng [IP: 115.67.186.86]
28 April 2009 13:53
#43749

เป็นคนรวยดีมากๆๆครับ

คุณรู้หรือยังว่าจะเป็นยังไง

http://www.epayagel.com/?code=440354

 

Ico48
นันทนา [IP: 124.121.239.159]
19 May 2009 22:54
#44292

...สิ่งดีๆที่คุณไม่ควรมองข้าม...

http://www.poodangwelcome.com/?id=58

Ico48
my-aomsin [IP: 58.9.52.108]
10 October 2009 15:19
#49220

เห็นด้วยค่ะ อ่านเพิ่มเติมได้ที่

http://my-aomsin.blogspot.com

Ico48
fiat [IP: 113.53.77.254]
12 December 2009 17:58
#51940
   เห็นด้วยครับ  ขอบคุณที่ให้แง่คิดดีๆ
Ico48
อวดรวย [IP: 118.172.132.110]
10 Febuary 2010 20:39
#54002
แล้วไอ้คนโพสทั้งหลาย รวยนักหรือไงว่ะ
Ico48
มาวิน [IP: 118.172.109.192]
22 March 2010 14:08
#55571
คนรวย ชอบคิดหาวิธีหาเงินเพิ่มเสมอๆและไม่ชอบอยู่เฉยๆๆ

เป็นแง่แนวความคิดที่ะท้อนนออกมาจากสังคมได้ ชัดเจนครับ ว่าแล้วทำไม ไม่รวยสักที อิอิ

แล้วมีเทียบคนชั้นกลาง กับ คนรากหญ้า อีกไหม 

ตอนนี้พอเทียบแล้วเราน่าจะอยู่ชั้นกลาง แต่ถ้ามีรากหญ้า ไม่แน่แนวคิดเราอาจะไปตรงกับคนรากหญ้า โดยที่เราเองไม่รู้เลย อิอิ 

Ico48
กรธัช [IP: 203.144.183.117]
25 May 2010 15:48
#57278
ารคิดแตกต่าง : แค่ไหน? อย่างไร? จึงจะเหมาะสม!!กรธัช  อยู่สุข ในโลกนี้มีความแตกต่างอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา ฐานะ อาชีพ เพศ ความคิดทางเพศรวมไปถึงความคิดด้านอื่นๆที่แตกต่างกัน แต่ที่ผ่านมาความแตกต่างดังกล่าว ก็ได้กลายเป็นทรัพยากรสำคัญที่ทำให้โลกของเรามีการเปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์และพัฒนาไปข้างหน้า ซึ่งเกิดจากการนำเอาความสามารถที่เกิดจากความความหลายหลายและแตกต่างขององค์ประกอบในแต่ละบุคคลมาเป็นตัวผลักดันและขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นก่อให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์โดยรวม ดังนั้นความแตกต่างจึงไม่ได้เป็นต้นเหตุของความแตกแยกหรือความขัดแย้ง แต่ความแตกต่างคือปัจจัยสำคัญสำหรับการเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ คำว่าสร้างสรรค์นั้นคือการสร้างในทางที่ดี ทำในสิ่งที่ดีขึ้น เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม มีเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรมเป็นพื้นฐาน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างที่ที่ทุกคนในสังคมควรสนับสนุนความคิดที่แตกต่างและเคารพในความคิดที่แตกต่างด้วย แต่ก็มีการตั้งคำถามกันขึ้นว่าแล้วเราควรยอมรับและเคารพความคิดที่แตกต่างทุกเรื่องหรือไม่ คิดแตกต่างแค่ไหนจึงจะเรียกว่ามีความเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของคนในสังคมได้ เพราะความคิดแตกต่างนั้นย่อมมีทั้งการคิดในเรื่องดีละไม่ดี หรืออีกนัยหนึ่งก็มีทั้งคนที่คิดแตกต่างในทางที่ดีกับทางที่ชั่วดังนั้นเราทั้งหลายจึงควรเข้าใจกันเสียก่อนว่าพื้นฐานของการคิดแตกต่างที่เหมาะสมนั้นควรเป็นอย่างไรคนเราเกิดมาจากร้อยพ่อพันแม่ ตั้งแต่เกิดมาก็ได้รับการเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน ได้รับประสบการณ์และการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน จึงไม่แปลกที่เราจะแสดงพฤติกรรมออกมาแตกต่างกัน แม้แต่การมองวัตถุเดียวกัน เช่น การมองผู้หญิงของผู้ชาย บางคนชอบมองผู้หญิงที่ผม บางคนชอบที่หน้าอก บางคนชอบที่ขา บางคนชอบที่ตา หรือบางคนชอบมองที่รูปร่าง ถ้าจะให้แต่ละคนมาแสดงความคิดเห็นว่าทำไมตนเองจึงชอบมองที่ส่วนนั้นสวนนี้ของผู้หญิง ก็จะได้ความคิดเห็นที่แตกต่าง เพราะทั้งหมดเกิดจากความชอบที่แตกต่างกัน แต่ถ้าจะให้ทั้งหมดพยายามพูดโน้มน้าวให้ให้คนอื่นๆที่ชอบมองส่วนของผู้หญิงแตกต่างจากตน ให้หันมาชอบหรือมามองแบบที่ตนคิด คงวุ่นวายกันน่าดู เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลที่แตกต่างกันในการคิดว่าทำไมเราถึงชอบมองส่วนนั้นส่วนนี้ของผู้หญิง ดังนั้นความคิดที่แตกต่างจึงต้องมีเรื่องของความเหมาะสมเป็นพื้นฐาน แล้วความเหมาะสมที่ว่านี้คืออะไร ความเหมาะสมที่เป็นพื้นฐานของความคิดแตกต่างดังกล่าวต้องมีความเป็นสากล เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ ดังนั้นเมื่อพูดถึงหลักสากลที่ทุกคนยอมรับนั่นคือการทำคิดดี พูดดีและทำดี เพราะหลักสามอย่างนี้ไม่ว่าใครนับถือศาสสนาใดๆ หรือความเชื่อแบบไหนก็ยอมรับ เพราะการพูดดี คิดดี ทำดี เป็นหลักที่ทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันสังคมได้อย่างสงบสุข สร้างความสันติให้เกิดขึ้น นอกจากนี้การคิดดี พูดดี ทำดี ก็ยังเป็นพื้นฐานของการสร้างสรรค์และพัฒนา ความเจริญก้าวหน้าให้เกิดขึ้นทั้งแก่ตนเองและส่วนรวมอีกด้วย ดังนั้นความคิดแตกต่างที่เหมาะสมจึงต้องมีความดี มีคุณธรรม ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น ควรเป็นความคิดที่สร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม  จะคิดให้แตกต่างสุดโต่งอย่างไรก็แล้วแต่คนผู้นั้นจะคิดได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่กล่าวมา นั่นคือพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ความคิดแตกต่างของแต่ละบุคคลเป็นที่ยอมรับ ดังนั้นการคิดแตกต่างทุกความคิดใช่ว่าจะต้องได้การยอมรับและการเคารพ เพราะเมื่อไรที่ความคิดนั้นผิดต่อหลักศีลธรรม ผิดไปจากหลักการทำดี พูดดี คิดดี เป็นการคิดแตกต่างที่สร้างความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น หรือเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัว การคิดแตกต่างเหล่านี้ย่อมไม้สร้างสรรค์ ไม่เกิดการพัฒนาและไม่เป็นที่ยอมรับ คนทั้งหลายก็ไม่ควรให้การเคารพความคิดแตกต่างเหล่านี้เช่น บุคคลที่คิดสร้างอาวุธให้มีความแตกต่างจากเดิม ให้มีพลังอานุภาพมากขึ้นเพื่อไว้ป้องกันตนเองจากการรุกรานโดยผู้อื่น นับว่าเป็นคนที่คิดแตกต่างที่ยังอยู่บนพื้นฐานการการคิดที่ดีเพราะไม่ได้คิดจะสร้างอาวุธไปรุกรานใครนอกจากเอาไว้ป้องกันตนเอง  แต่หากบุคคลที่คิดนำเอาอาวุธนั้นไปทำร้ายรุกรานผู้อื่นแล้ว ยอมเป็นความคิดแตกต่างที่ขาดพื้นฐานของการคิดดี ทำดี จึงถือว่าความคิดแบบนี้ไม่เป็นที่ยอมรับ สังคมย่อมออกมาต่อต้านไม่ให้ผู้นั้นสร้างอาวุธชนิดนั้นขึ้นมา เพราะจะเป็นภัยต่อส่วนรวม เป็นต้นปัจจุบันสังคมในประเทศไทย มีความเป็นปัจเจกบุคลมากขึ้น ทุกคนมีความคิดเห็นความชอบที่แตกต่างและมีโอกาสในการแสดงความต่างต่างของตนเองให้สังคมได้รับรู้มากขึ้น ซึ่งความแตกต่างบางอย่างนั้นเมื่อก่อนอาจไม่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขาง แม้ว่าจะไม่ขัดต่อพื้ฐานของการคิดดี พูดดี ทำดีก็ตาม ทั้งนี้เพราะคนในสังคมส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างนั้นๆ แต่เมื่อนานเข้าคนในสังคมได้อาศัยอยู่ร่วมกับความแตกต่างเหล่านั้นแล้ว พบว่าความแตกต่างดังกล่าวไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสังคม คนในสังคมเองก็เริ่มให้การยอมรับการแตกต่าง หรือแม้กระทั่งสนับสนุนให้ความแตกต่างดังกล่าวมีความเด่นชัดในสังคม ยกตัวอย่างให้เห็นกันง่ายๆ อย่างประเทศไทยเราที่เมื่อก่อนความคิดเห็นเกี่ยวกับความชอบทางด้านเพศนั้นจะมีเฉพาะเรื่องของชายจริงหญิงแท้เพียงอย่างเดียว คนที่เป็นเกย์ ทอม ดี้นั้นยังไม่เป็นที่รู้จักและไม่ยอมรับ ทั้งๆที่จะว่าไปแล้วความแตกต่างในความชอบทางเพศของเขาเหล่านี้ก็ไม่ได้ขัดต่อหลักของการพูดดี คิดดีและทำดีเลย  ใครที่แสดงความแตกต่างนี้ออกมา เช่น ผู้ชายที่ตุ้งติ้ง หรือผู้หญิงที่ทำตัวเหมือนผู้ชาย มักจะถูกมองว่าแปลกแยกแตกต่าง คนในสังคมไม่ยอมรับหรือแม้กระทั่งคนในครอบครัวเองก็ตาม แต่พอเวลาเปลี่ยนไป คนเหล่านี้ก้ค่อยๆแสดงออกซึ่งการกระทำที่เป้นประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้นจากวคามสามารถที่เกิดจากความแตกต่างของพวกเขา เช่น คนที่เป็นเกย์จะมีวคามคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนทั่วไปก็เอาความคิดสร้างสรรค์นั้นมาสร้างประโยชน์และความสุขให้สังคม ไม่ว่าจะเป็นการแสดง การร้องเพลง การออกแบบ การบริการ เป็นต้น ทำให้ในปัจจุบันความชอบทางเพศเริ่มเปิดกว้างมากขึ้นและยอมรับมากขึ้นว่าในโลกนี้ไม่ได้มีแค่ ชายจริง หญิงแท้ เท่านั้นแต่ยังมีเกย์ ทอมดี้อีกด้วย นี่เป็นตัวอย่างของความชอบ และความคิดที่แตกต่างที่อยู่บนพื้นฐานของการคิดดี พูดดี ทำดี ตรงกันข้ามหากคนที่เป็นเกย์ ทอมดี้ ได้ใช้ความสามารถที่เกิดจากความแตกต่างทางที่ไม่ดี เช่น คิดร้ายผู้อื่น เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น คนในสังคมก็จะไม่ไห้การยอมรับพวกเขา ไม่ใช่ไม่ยอมรับสถานภาพเกย์ ทอมดี้ แต่เป็นการไม่ยอมรับความคิดแตกต่างที่ไปเอารัดเอาเปรียบหรือไปคิดร้ายผู้อื่น เพราะความคิดแบบนั้นไม่ว่าจะมาจากชายจริงหญิงแท้ เกย์หรือทอมดี้ ก็ไม่เป็นที่ยอมรับเพราะเป็นความคิดแตกต่างที่อยู่ไม่อยู่บนพื้นฐานของการคิดดี ทำดี พูดดีทีนี้ลองย้อนมองมาดูที่เหตุการณ์ความวุ่นวายจนถึงขั้นก่อการร้ายสร้างจราจลไปทั่วบ้านเมืองที่เพิ่งเกิดขึ้นในบ้านเมืองเราที่ผ่านมา หลายคนพยายามบอกว่า นั่นเกิดจากความคิดที่แตกต่างของคนในสังคมคิดแบบสุดโต่งที่มีอย่างน้อยสองฝ่าย แต่ละฝ่ายก็มีหลายความคิด หลายความแตกต่าง แต่ละฝ่ายก็ได้แสดงออกทางความคิดของตนตามเวทีต่างๆที่ตนมีโอกาสได้เข้าไปมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการปราศัยบนเวที การแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ การแสดงความคิดเห็นในเวบไซต์ต่างๆ การฉีดพ่นข้อความคิดเห็นบนกำแพง บนผนัง ลองมองย้อนดูว่าความคิดแตกต่างของบุคคลเหล่านั้นแท้จริงแล้วอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสม การคิดดี พูดดี ทำดี และคิดแตกต่างเพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือไม่ บางคนเมื่อถูกกระแสสังคมต่อต้านไม่ยอมรับการกระทำและความคิดเห็นที่แสดงออกมา กลับมองว่าสังคมไม่ยอมรับความแตกต่าง โดยไม่ยอมย้อนกลับมาคิดดูว่าความคิดแตกต่างและการกระทำของตนนั้นอยู่บนพื้นฐานของการคิดดี พูดดี ทำดีหรือไม่ หรือกระทำไปเพราะประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น มิใช่เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริง เพราะถ้าคิดถึงส่วนรวม คงไม่ปราศัยก่นด่าผู้อื่น เผาบ้านเมือง เผาห้าง ปิดถนน ทำร้ายผู้อื่นอย่างที่ปรากฏให้เห็น บางคนก็อาศัยเวบไซต์เครือข่ายสังคมในอินเตอร์เนตแสดงความคิดของตนด้วยประโยคที่กล่าวโทษใส่ร้ายเสียดสีผู้อื่น การกล่าวโทษคนชั่วก้คงไม่มีใครต่อต้าน แต่การกล่าวโทษใส่ร้ายบุคคลที่สังคมต่างให้การยอมรับว่าเป็นผู้ที่พูดดี คิดดี ทำดี จึงถูกต่อต้านและไม่ยอมรับ รวมถึงยังถูกสังคมประณามอีกด้วย ที่สังคมไม่ยอมรับความแตกต่างของการแสดงออกดังกล่าวก็เพราะมันขาดซึ่งการคิดดี พูดดี ทำดี เพื่อส่วนรวมมิใช่หรือ แล้วอย่างนี้จะให้สังคมยอมรับความคิดที่แตกต่างอย่างนั้นได้อย่างไร
Ico48
จากผู้เห็นด้วย [IP: 119.42.98.147]
08 June 2010 20:56
#57719
เห็นด้วยค่ะ เขียนได้ดีค่ะ
Ico48
ccbb [IP: 58.9.174.42]
17 June 2010 17:13
#57992
Ico48
รากหญ้า [IP: 114.128.221.96]
04 October 2010 11:21
#60635
จริงๆแล้วผมเองก็อยากรวยนะ พยายามมาหลายวิธีก็ไม่สำเร็จ อาจจะเป็นเพราะผมไม่ฉลาดหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ การที่จะเป็นคนร่ำรวยได้นั้น ผมพิจารณาแล้วว่า มันต้องใช้เวลาพอสมควร แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือ โอกาส คนที่บอกว่ารวยเป็นพันล้านในวันนี้ หากไม่มีมรดกของบรรพบุรุษที่สร้างมาหลายชั่วอายุคนแล้วนั้นอย่าฝันเลยว่าจะรวยได้ในยุคนี้ โดยไม่ใช้เวลาในการสร้างเนื้อ สร้างตัว
Ico48
อิอิ [IP: 58.8.143.204]
07 October 2010 14:16
#60726

คนรวย (ด้วยตัวเอง)กับ คนจน (ด้วยตัวเอง) ผมคิดว่าแตกต่างกันหลักๆ ไม่นับรายละเอียดปลีกย่อย เช่น นิสัยส่วนตัว การมองโลก ฐานะทางบ้าน ภูมิหลัง ความดีความเลว พวกนี้ไม่ขอนับนะ

ผมคิดว่าอยู่ที่ "สติปัญญาและความฉลาดกว่าคนทั่วไปครับ" ไม่เกี่ยวที่หน้าตา รูปร่าง ยกตัวอย่าง คนมีร่างกายครบ แต่โง่ คิดไม่เป็น ไม่ฉลาด ก็มีสิทธิ์เป็นคนจน

ส่วนคนที่ตัวพิการแขนขาลีบ แต่ฉลาด คิดเป็น มีไอเดีย รู้จักใช้คน รู้วิธีการสร้างธุรกิจทำเงิน เช่น คิดไปขอรับสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายโน้ตบุ๊คยี่ห่อหนึ่งแต่เพียงผู้เดียวในจังหวัดนั้น ทำทุกทางเพื่อให้ได้สิทธิ์การขายมา เพราะเขาเล็งเห็นว่า อีกหน่อยโน้ตบุ๊คจะมีกันทุกบ้าน เหมือนทีวี เป็นต้น

พอได้กำไรจากโน้ตบุ๊ค มา 10 ล้าน ก็เริ่มคิดอีกว่า สัญญาณอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกบ้านที่มีโน้ตบุ๊คต้องการ ก็หาทางรับสิทธิ์มาจำหน่ายให้ได้ เป็นต้น

พอได้กำไรจากขายสัญญาณอินเตอร์เน็ต มา 10 ล้านก็คิดต่อว่า โน้ตบุ๊คเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า มีวันต้องเสียซ่อมแซม หรือต้องการการบำรุงรักษาเพิ่มลูกเล่น แต่ตัวเขาไม่มีความรู้ด้านช่าง ก็พยายามไปเรียนรู้หรือติดต่อหาช่างมาให้ได้ เพื่อเปิดร้านรับซ่อมคอมพิวเตอร์

พอได้กำไรจาก.....อีกมากมาย 10 ล้านไปเรื่อยๆ

พอชายพิการแขนขาลีบ ได้เงินจากการทำธุรกิจมา รวม 100 ล้าน ก็แบ่งเงินออกเป็น สามบัญชี บัญชีแรกเพื่อการบริจาคการกุศล บัญชีสอง เพื่อการออมระยะยาว บัญชีสามเพื่อนำมาใช้จ่ายปัจจัยสี่ในชีวิตประจำวัน

วันดีคืนดีมีคนมาทาบทามให้ลงเล่นการเมือง และได้รับเลือกเป็นส.ส. มีอำนาจดูแลกระทรวง หน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ได้รับเครื่องราชย์มากมาย(เป็นส.ส.ทั้งที่พิการแขนขา)

วันหนึ่งพอแก่ตัวลง เนื่องจากเป็นคนดีมีคุณธรรม พระเจ้าแผ่นดินก็ทาบทาม ให้เป็นองคมนตรี คอยปรึกษาราชการ (เป็นองคมนตรีทั้งที่พิการแขนขา)

อย่างนี้ เราจะเห็นว่า สถานะทางสังคมจะเรียกชายพิการแขนขาลีบผู้นี้ ว่าเป็นคนรวย เป็นคนชั้นกลางหรือเป็นคนจน ดีละคับ?

      เห็นมั๊ยว่า มันอยู่ที่ปัญญา ฉลาดแค่ไหน ไม่เกี่ยวรูปร่างหน้าตา ใครที่ปัญญาดี ท่านสามารถรวยได้(ด้วยตัวเอง)นะคับ

ปล.ท่านเคยมั๊ยว่า ทำไมพอเรายิ่งอายุมาก เรายิ่งอยากจะเข้าใจเรื่องนั้นเรื่องนี้ อยากเข้าใจสาเหตุที่มาที่ไป เหมือนกับการตัสรู้ ของพระพุทธเจ้า ทั้งที่ตอนเด็กเราไม่เห็นสนใจ

 ในทางจิตวิทยา มาสโลว์ บอกว่า มนุษย์พออายุมากขึ้นจะเริ่มสนใจศึกษา เริ่มหาคำตอบ ที่มาที่ไปของตัวเอง ทำไมต้องอย่างนั้นอย่างนี้ พอคิดได้ก็อยากให้คนยอมรับว่า เราคิดได้ เราเข้าใจถูก

ปล.ผมไม่อยากคิดได้เลย ไม่อยากตัสรู้ รู้มันหมด เข้าใจมันทุกเรื่อง เช่น ไอ้คนนั้นมันสอบตกเพราะอะไร ออก็เพราะเขาไม่ยอมเข้าชั้นเรียน หรือไม่เข้าเรียนก็ยังไม่ยอมอ่านหนังสือเองอีก เวลาทำข้อสอบก็ทำไม่ได้ จึงสอบตก

....ผมไม่อยากรู้ไม่อยากเข้าใจเลย ไม่อยากได้รับการยอมรับว่า ฉันคิดได้ จริงๆนะ อยากเป็นเหมือนตอนเด็ก สมัยประถม ไม่เห็นต้องรู้สึกเข้าใจอะไรให้หนักจิตเลย เล่นอย่างเดียว สนุกอย่างเดียว สัมผัสประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างเดียว ไม่รู้โกรธเกลียด อาฆาตแค้นคืออะไร ปรารถนาดีคืออะไร อายคืออะไร รวย จน คืออะไร รัก หึงหวงคืออะไร แข่งขันคืออะไร เครียดคืออะไร กลัวลำบากคืออะไร หรือแม้แต่อารมย์ทางเพศฯลฯ

คือเด็กมันมีความรู้สึกแบบรวมศูนย์อารมย์เดียวเลย ไม่แบ่งแยกความรู้สึกแบบผู้ใหญ่ ที่คิดได้ก็ดีไปคิดไม่ได้ล่ะ คุณเอ้ย ความเครียดมาเยือน  

Ico48
คนสร้างตัว [IP: 124.122.121.92]
07 October 2010 19:58
#60730

เราอาจไม่ใช่ทายาทของคนร่ำรวยแต่เราสามารถเป็นต้นตระกูลของคนรวยได้ อยากเป็นคนรวยต้องรู้แบบที่คนรวยรู้ คนเราเกิดมาได้สิทธิของการเป็นคนรวยมาเท่ากันอยู่ที่เราจะใช้สิทธินั้นหรือเปล่า เหมือนที่ทุกคนมีสิทธิที่จะมีกล้ามแต่คุณวางแผนที่จะมีกล้ามเนื้อขนาดไหน มีแล้วจะสร้างคุณค่าของกล้ามเนื้อนั้นยังไง จะไปฝึกที่ไหนใครเป็นคนเทรน จินตนาการออกไหมว่าถ้าคุณมีกล้ามจะมีความสุขยังไง บางคนแค่เอ่ยถึงคนมีกล้ามก็แหวะแล้ว บางคนยังไม่รู้เลยว่าจะมีกล้ามไปทำไม อยู่แห้งๆอย่างนี้ก็ดีแล้ว แค่ไม่คิดคุณก็สละสิทธิแล้วหละ เงินสี่ด้านไปหาอ่านดูนะครับ + หนังสือพัฒนาตัวเอง+ประวัติคนรวย+เข้าเรียนรู้ฝึกนิสัยการเป็นเถ้าแก่ + ทำซ้ำ ไม่เกิน10ปีรวยแน่นอน สุดท้ายรวยก็ตายจนก็ต้องตาย คนจนก็ต้องขยันให้ถูกงานนะครับ คนรวยก็แบ่งปันเขาบ้าง แต่ไม่ว่าคุณจะจนหรือรวยคุณก็มีค่าสำหรับคนที่รักคุณเสมอ สู้ๆนะครับ

Ico48
คนกล้าฝัน [IP: 124.120.251.27]
22 October 2010 16:59
#61085
  • ความสุขในวัยเด็ก หรือสิ่งแวดล้อมในวัยเด็ก ที่สนุกสนานคือสิ่งที่เราต้องการ
  • แต่เราต้องก้าวข้ามภาระที่มีให้ได้ก่อน
  • เพราะมนุษย์เกิดมาพร้อมหน้าที่
  • คุณจะทิ้งหน้าที่แล้วหนีไปมีความสุขคนเดียวได้อย่างไร
  • เราจึงต้องรีบสร้างความสำเร็จให้กับชีวิต
  • ก่อนที่จะใช้ชีวิต
  • สังคมที่ดีจะหล่อหลอมความเป็นคนที่แตกต่าง
  • การที่คุณคิดต่างจากที่เป็นนั่นแหละคุณกำลังเป็นคนที่ดีกว่าเดิม
  • ต้องถามตัวเองว่าการที่คุณเป็นคนเดิมสร้างความสำเร็จได้เพียงใด
  • แล้วถ้ายังคิดและทำแบบเดิมมันก็สำเร็จเท่าเดิมนั่นแหละ
  • เป็นกำลังใจให้คนกล้าทำในสิ่งที่ฝัน
  • ดีกว่าคนที่เลิกฝันแล้วใช้ชีวิตแบบเดิมๆ
  • เพราะที่ใดไร้ความฝันที่นั่นกำลังไร้ความเจริญ
  • โชคดีครับ
Ico48
udorn [IP: 124.122.175.49]
20 March 2011 17:44
#64406

ต้องการรายได้เสริม แบบไม่ต้องลงทุน คลิกแบบสอบถามก็ได้เงินใช้แล้วคะ

 

 

กรอกแบบสอบถามกับ A.W.Surveys ได้ตั้ง 27$ ฟรี

น่าสนใจมากแค่กรอกแบบสอบถามนิดเดียว ใช้เวลาไม่ถึง นาที ถ้าแนะนำได้อีกเยอะ ฟรีไม่ได้ลงทุนสักบาท

(คน ต่อ เครื่อง ห้ามสมัครซ้ำ เพราะทางเว็บจะสามารถตรวจสอบได้)

ทำครบ 75 $ ก็เบิกได้แล้ว

วิธีการสมัคร

1. คลิ๊กที่ Create A Free Account มุมขวาบน

2. กรอกข้อมูลของเราให้ครบ

3. เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้วก็คลิ๊กที่ Create A Free Account ได้เลย

4. จากนั้นจะมีลิ้งค์ให้เราคลิ๊กเลือกแบบสอบถาม (คลิ๊กแล้วตอบแบบสามถามทุกลิ้งค์)

5. หลังจากคลิ๊กลิ้งค์แล้วให้คลิ๊กที่ Start Survey Now เพื่อกรอกแบบสอบถาม

6. ต้องคลิ๊กดูเว็บก่อน (Click Here for Website) จากนั้นก็พิมพ์อะไรลงไปก็ได้ เป็นภาษาอังกฤษ เช่น good , bad ง่ายดี

7. หลังจากคลิ๊ก Submit แล้วให้คลิ๊กที่ Click Here to go Home and to see your New Balance เพื่อกลับไปตอบแบบสอบถามที่เหลือ

8. พอเราตอบแบบสอบถามครบ เราก็จะได้เงิน 27$

9. ต่อจากนั้นเราก็นำลิ้งค์ที่เราได้ไปให้เพื่อนองเราสมัครต่อ แล้วเราจะได้ 1.25$ ต่อ 1 คน

10. เป็นอันเสร็จสิ้น

หมายเหตุ : จำนวนเงินที่เราสามารถเบิกถอนออกมาได้คือ 75$  , 200$ , 350$ , 500$ เราต้องทำให้ถึงจำนวนนี้ก่อนถึงจะสามารถถอนออกมาได้

ผลตอบแทน มีดังนี้

1. แนะนำเพื่อนได้เงิน 1.25$ ต่อ 1 คน ยิีงได้แนะนำมากยิ่งได้เงินเยอะตลอดชีพ

อัตราคิดเงินไทย

1. เงิน 1.00$ = 35 บาท

2. เงินสหรัฐ 75.00$ คิดคูณเงินไทยเท่ากับ 2550 บาท

3. ลองอ่านดูอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศตามกำหนดธนาคารต่างๆ

วิธีการเบิกเงินไปยังบัญชีของเรา

1. เข้า Login กับ Password ที่คุณลงทะเบียนไว้

2. เข้าเช็คดูว่าในบัญชีสมาชิกมีเงินได้เท่าไหร่ เช่น 75$ , 200$ , 350$ , 500$

3. คลิ๊กที่คำว่า Redeem Money แล้วเลือกจำนวนเงินที่ครบตามกำหนด เช่น 75$ , 200$ , 350$ , 500$ แล้วคลิ๊กถอนเงินโอนไปเข้าบัญชี Paypal

4. ทำการโอนเข้าบัญชี Paypal เรียบร้อยแล้ว รออีก 7 วัน จะเข้าบัญชีของเราได้

เงินที่เราจะได้รับมาจากวิธีดังต่อไปนี้

1. มาจากการที่เราตอบแบบสอบถาม จะได้เงิน 1$ - 25$

2. มาจากการที่เราแนะนำเพื่อน จะได้เงิน 1.25$/คน

3. มาจากการที่เราสมัครมาเป็นสมาชิกกับทางเว็บ จะได้เงิน 6$

ขอเชิญทุกท่านร่วมตอบแบบสอบภามกับ A.W.Surveys.com รับ 27$

http://www.AWSurveys.com/HomeMain.cfm?RefID=annjira

Ico48
udorn [IP: 124.122.175.49]
20 March 2011 17:48
#64407

ต้องการรายได้เสริม แบบไม่ต้องลงทุน คลิกแบบสอบถามก็ได้เงินใช้แล้วคะ

 

 

กรอกแบบสอบถามกับ A.W.Surveys ได้ตั้ง 27$ ฟรี

น่าสนใจมากแค่กรอกแบบสอบถามนิดเดียว ใช้เวลาไม่ถึง นาที ถ้าแนะนำได้อีกเยอะ ฟรีไม่ได้ลงทุนสักบาท

(คน ต่อ เครื่อง ห้ามสมัครซ้ำ เพราะทางเว็บจะสามารถตรวจสอบได้)

ทำครบ 75 $ ก็เบิกได้แล้ว

วิธีการสมัคร

1. คลิ๊กที่ Create A Free Account มุมขวาบน

2. กรอกข้อมูลของเราให้ครบ

3. เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้วก็คลิ๊กที่ Create A Free Account ได้เลย

4. จากนั้นจะมีลิ้งค์ให้เราคลิ๊กเลือกแบบสอบถาม (คลิ๊กแล้วตอบแบบสามถามทุกลิ้งค์)

5. หลังจากคลิ๊กลิ้งค์แล้วให้คลิ๊กที่ Start Survey Now เพื่อกรอกแบบสอบถาม

6. ต้องคลิ๊กดูเว็บก่อน (Click Here for Website) จากนั้นก็พิมพ์อะไรลงไปก็ได้ เป็นภาษาอังกฤษ เช่น good , bad ง่ายดี

7. หลังจากคลิ๊ก Submit แล้วให้คลิ๊กที่ Click Here to go Home and to see your New Balance เพื่อกลับไปตอบแบบสอบถามที่เหลือ

8. พอเราตอบแบบสอบถามครบ เราก็จะได้เงิน 27$

9. ต่อจากนั้นเราก็นำลิ้งค์ที่เราได้ไปให้เพื่อนองเราสมัครต่อ แล้วเราจะได้ 1.25$ ต่อ 1 คน

10. เป็นอันเสร็จสิ้น

หมายเหตุ : จำนวนเงินที่เราสามารถเบิกถอนออกมาได้คือ 75$  , 200$ , 350$ , 500$ เราต้องทำให้ถึงจำนวนนี้ก่อนถึงจะสามารถถอนออกมาได้

ผลตอบแทน มีดังนี้

1. แนะนำเพื่อนได้เงิน 1.25$ ต่อ 1 คน ยิีงได้แนะนำมากยิ่งได้เงินเยอะตลอดชีพ

อัตราคิดเงินไทย

1. เงิน 1.00$ = 35 บาท

2. เงินสหรัฐ 75.00$ คิดคูณเงินไทยเท่ากับ 2550 บาท

3. ลองอ่านดูอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศตามกำหนดธนาคารต่างๆ

วิธีการเบิกเงินไปยังบัญชีของเรา

1. เข้า Login กับ Password ที่คุณลงทะเบียนไว้

2. เข้าเช็คดูว่าในบัญชีสมาชิกมีเงินได้เท่าไหร่ เช่น 75$ , 200$ , 350$ , 500$

3. คลิ๊กที่คำว่า Redeem Money แล้วเลือกจำนวนเงินที่ครบตามกำหนด เช่น 75$ , 200$ , 350$ , 500$ แล้วคลิ๊กถอนเงินโอนไปเข้าบัญชี Paypal

4. ทำการโอนเข้าบัญชี Paypal เรียบร้อยแล้ว รออีก 7 วัน จะเข้าบัญชีของเราได้

เงินที่เราจะได้รับมาจากวิธีดังต่อไปนี้

1. มาจากการที่เราตอบแบบสอบถาม จะได้เงิน 1$ - 25$

2. มาจากการที่เราแนะนำเพื่อน จะได้เงิน 1.25$/คน

3. มาจากการที่เราสมัครมาเป็นสมาชิกกับทางเว็บ จะได้เงิน 6$

ขอเชิญทุกท่านร่วมตอบแบบสอบภามกับ A.W.Surveys.com รับ 27$

ttp://www.AWSurveys.com/HomeMain.cfm?RefID=udorn2832 

Ico48
solid [IP: 58.137.73.78]
11 มิถุนายน 2555 14:12
#77774

เคท คาเมรอน สมิท เป็นผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.167.182.201
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ