นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 8359
ความเห็น: 7

หนีเที่ยว เรียนรู้แบบไทย ๆที่เมืองโบราณ

สาระทางวิชาการไม่ค่อยจะมี มีแต่ประสบการณ์ชีวิตทีหาไม่ได้ในห้องแลบ

 

 

 

 

หลังจากบันทึกที่แล้ว ได้เอาของฝากจากสวนโมกข์มาให้

หวังว่าหลาย ๆ คนอ่านแล้ว คงได้แนวคิด ไปปฏิบัติกันนะคะ

ทำได้ถือว่าดี ทำไม่ได้ก็พยายามต่อไป...เพื่อสันติภาพของโลก

 

ถัดจากสวนโมกข์ รายการต่อไป ก็คือ ทัศนศึกษา ณ เมืองโบราณ

ก่อนจะไปดู รูปถ่ายผ่านเลนส์ของหนูณิชน์ ต้องของกล่าวถึงที่มา

ของเมืองโบราณสักนิดนึง ว่าทำไม น้อง ๆ ที่เรียวิชา มรดกไทย 1ถึงต้องมาที่นี่กัน

 

เมืองโบราณ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุด ในโลก มีพื้นที่ประมาณ 800 ไร่ 
เริ่มก่อสร้างเมื่อปลายปี 2506  เป็นศูนย์รวมปูชนียสถานที่สำคัญ ๆ ของแต่ละจังหวัด
เช่น เขาพระวิหาร ปราสาทหินพนมรุ้ง วัด มหาธาตุสุโขทัยพระพุทธบาทสระบุรี
พระธาตุเมืองนคร พระธาตุไชยา ฯลฯ โดยสร้างให้มีขนาดเล็กลงบาง
แห่งเท่าแบบจริง การสร้างฝีมือปราณีต นอกจากนั้น ยังเป็นแหล่งรวบรวม
ศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้าน ที่นับ วันจะสูญหายไปจากสังคมยุคใหม่

ผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของประเทศไทย จะศึกษาได้จากเมือง โบราณแห่งนี้


เมืองโบราณ คือเมืองไทยในอดีต ที่ประกอบด้วยท้องถิ่นและภูมิภาคต่าง ๆ
ที่มีความ หลากหลายทางด้านสังคมและวัฒนธรรม โดยใช้พื้นที่เกือบ 800ไร่
รูปร่างคล้ายแผน ที่ประเทศไทย กำหนดเป็นจังหวัดและภาคต่าง ๆ
คือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

 


แสดงด้วยรูปแบบสถาปัตย์กรรมอันเป็น สัญญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์
และวัฒนธรรมของแต่ละแห่ง บางแห่งเป็นศิลปกรรม ดั้งเดิมที่เมืองโบราณ
ได้ย้ายนำมาปลูกสร้างไว้ บางแห่งสร้างขึ้นจากหลักฐานเอกสาร
 ดั้งเดิม และบางแห่งได้ถ่ายแบบจากสถานที่จริงมาก่อสร้างขึ้น ศิลปกรรมต่าง ๆ
ที่มี อยู่ในเมืองโบราณนั้น เป็นโครงสร้างทางรูปธรรมนำมาซึ่งความหมาย
และความเข้าใจ ที่เป็นนามธรรมของสังคมไทย โครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม
การปกครอง รวมถึงระบบ ความเชื่อ และจักรวาล (
มีต่อ)

 


สำหรับบางคนแล้ว อดีตนับเป็นสิ่งเลวร้ายที่ไม่น่าจดจำ แต่กับ เล็ก วิริยะพันธุ์ แล้ว อดีตถือเป็น

สะพานเชื่อมต่อระหว่างปัจจุบันกับอนาคต ซึ่งชายชื่อเล็กแต่มักจะทำอะไรใหญ่ๆ ก็ได้สะท้อนแนว

คิดนี้ออกมาด้วยการสร้าง เมืองโบราณ ขึ้นมาในปี พ.ศ. 2506 ด้วยการจำลองสถาปัตยกรรม

และศิลปกรรมชิ้นโบว์แดง 76 จังหวัดทั่วไทยมารวมไว้ ในผังบริเวณ (สมัยนั้น) ที่จำลองให้คล้าย

ไทยแลนด์แดนขวานทอง และเมื่อแล้วเสร็จ ก็เปิดตัวอวดโฉมต่อสายตานักท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515

หลังจากนั้นเมืองโบราณก็สร้างโน่น สร้างนี่ เก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อย ซึ่งนับวันก็มีแต่น่าสนใจมากขึ้น

ณ วันนี้ หากไปเที่ยวเมืองโบราณนอกจากเราจะได้เที่ยวชมและสัมผัสกับสุดยอดสถาปัตยกรรม

และศิลปะกรรมจำลองแล้ว เรายังจะได้สัมผัสกับบรรยากาศแห่งอดีต ที่น่าจะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในเมืองไทย (มีต่อ)

 

แค่เกิ่นนำจากผู้ที่เคยเข้าชมแล้วก็ทำให้รู้สึกว่าพลาดไปแล้วที่เพิ่งจะมาหาข้อมูลเอาตอนนี้
เพราะก่อนไปไม่มีข้อมูลอะไรเลย ครั้งก่อนที่ไปสมัย 2539 โน่น ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หลายๆสถานที่ยัง

ไม่เสร็จ

เมืองโบราณแห่งนี้หากดูแผนที่แล้วจะพบว่า มีรูปร่างคล้ายกับประเทศไทยของเรา
ดังนั้น จึงแบ่งพื้นที่เป็นภาคต่าง ๆ แล้วก็ทำการสร้าง จำลอง รวมถึงผาติกรรม
สิ่งสำคัญของแต่ละพื้นที่ไว้ ครบทุกภาค

สำหรับครั้งนี้หนูณิชน์มาพร้อมกับ อ.ปัญญา ป้าหมู อ.หญิงน้อย (คณะศิลปศาสตร์)
และน้อง ๆ นักศึกษา อีก 26 ชีวิต (แถม ตากล้องของหนูณิชน์อีกคนด้วย)

หลังจากตื่นแต่เช้า ชาวคณะก็ได้ขึ้นรถบัสมุ่งหน้าไปยัง ต.บางปูใหม่ จ.สมุทรปราการ

(ใกล้ ๆ กทม นิดเดียวเอง)

 

 

เริ่มกันเลย...กับการซื้อบัตรเข้าชม เมืองโบราณ

 

 

รอบแรกเราจะนั่งรถราง ชมรอบเมืองโบราณก่อน พร้อมฟังไกด์ของเมืองโบราณบรรยาย

 

 


หลังจากนั้น เราก็ขอลงที่ พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ซึ่งครั้งก่อนที่ไปยังสร้างไม่เสร็จ
หรือกำลังบูรณะ ก็ไม่แน่ใจ แต่รู้ว่าอดดู และไม่รู้จักว่า พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท คืออะไร
หากไปเมืองโบราณขอแนะำนำให้ไปเที่ยวชม พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ซึ่งถือเป็นดังหัวใจของ

เมืองโบราณ เพราะท่านผู้รู้ที่พาเราไปบอกว่า เป็นการสร้างจากจินตนาการและหลักฐานทางประวัติศาสตร์

เห็นแล้วก็อึ้ง... เมื่อก่อน คนไทยเก่งขนาดนี้เลยหรอเนี่ย

 

 

รู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ของเมืองอยุธยา ความงาม ความตั้งใจ ความใส่ใจ
รวมถึงภูมิปัญญา ความรู้ของคนไทย พระที่นั่งฯ ที่สร้างขึ้นในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ แห่งกรุง

ศรีอยุธยา โดยรวบรวมเอาเอกลักษณ์แห่งความเป็นอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน ไล่ไปตั้งแต่เสา หลังคา

ลวดลายประดับต่างๆ โดยทางเมืองโบราณได้ค้นคว้าจากหลักฐานต่างๆที่เหลือ ก่อนที่จะมาถอด

แบบเป็นผังและก่อสร้างออกมาโดยย่อลงมา 3 ใน 4 ส่วน จากของจริง ซึ่งไม่ได้งดงามแค่ภายนอกเท่านั้น

 

 

 

เพราะเมื่อเข้าสู่ภายใน ความรู้สึกร้อนจากอากาศด้านนอกได้แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกทึ่งแทนที่

เนื่องจากภายในพระที่นั่งฯ ล้วนแต่งงดงามวิจิตรไปหมด ผนังงดงามด้วยลายปูนปั้นลงรักปิดทอง

และประดับด้วยกระจกสี เพดานงดงามด้วยดาวเพดาน
หน้าต่างงดงามลายประดับมุก พระที่นั่งของทั้ง 2 ฝั่ง งดงามด้วยงานแกะสลักไม้อย่างมีฝีมือ

เข้าไปนั่งเล่นได้นานเลยค่ะ เข้าไปซึมซับความเป็นไทย ความสวยงาม

 

 

 

Photobucket

 


หลังจากชมความงาม ของพระที่นั่งสรรเพชญปราสาท แล้วก็ย้ายกันไปที่เรือนขุนแผน
ซึ่งจำลองบรรยากาศบ้านไทยภาคกลางเอาไว้ ได้อย่างสวยงามสมบูรณ์  ร่มรื่นดี อยู่ริมน้ำ

 

รือนไทยในสมัยอยุธยาคงเป็นเรือนไม้ชั้นเดียว ยกพื้นสูง ใต้ถุนโปร่ง มักสร้างเป็น 3 คูหา ฝาทำ

เป็นกรอบ ใส่ลูกฟัก หรือที่เรียกว่า "ปะกน" คูหาหนึ่งมีหน้าต่างขนาดเล็กและแคบเปิดเข้าภายใน

บนเดือยไม้ประตูก็สร้างวิธีเดียวกัน โดยตั้งอยู่บนพรึง และมีระเบียงสร้างขนานไปตามความยาว

ของตัวเรือน หลังคาสูงชัน และคลุมลงมาถึงส่วนที่เป็นระเบียง

หลังคามุงด้วยกรเบื้องดินเผา แผ่นไม้หรือจาก ติดปั้นลมบนหัวแปที่หน้าจั่วของหลังคา และมีชาน

ติดต่อถึงครัวและ ห้องน้ำ

(อันที่จริง อ.ปัญญา บรรยายอะ แต่จำไม่ได้เลยไปหาข้อมูลจากที่อื่นมาใส่ให้)

 

 

 

 

 

 

หลังจากพักให้หายร้อนที่เรือนขุนแผนแล้ว ก็นั่งรถรางต่อ ไปยัง...
เขาพระวิหาร

อันนี้ไม่มาไม่ได้แล้ว จะไปขึ้นของจริงก็ลำบากแล้วล่ะนี่
ไกด์บอกว่า เขาพระวิหารเป็น สถานที่แรกที่ เจ้าของเมืองโบราณได้ทำการสร้างขึ้น
โดยทำภูเขาจำลองสูง 54 เมตร ขึ้นมา เพื่อจำลองเอาเขาพระวิหารมาไว้ที่นี่
โดยย่อส่วนจากของจริง 10 เท่า เราเสียเขาพระวิหารในปี 2505
และคุณเล็กได้สร้างเขาพระวิหาร จำลองไว้ในปี 2506 เพื่อให้คนรุ่นหลัง
ได้ระลึกว่า ครั้งหนึ่ง เคยเป็นของเรา

 

 

 

 

 

ชักจะหมดแรงลงมาจากเขาพระวิหารก็ แวะกินน้ำแข็งใสกันก่อน
อาหารที่นี่ถือว่าไม่แพงนะ กับบรรยากาศที่จัดร้าน และการบริการ
ถือว่า โอเคเเลยทีเดียว

 

 

สีแดง จัดจ้าน มาก ๆ เลย

 

รอรถรางผ่านมา เราก็บอกว่าจุดหมายของเราคือ...ตลาดน้ำ เราจะไปทานมื้อเที่ยงที่นั่น
ไม่รอช้า เอาภาพมาฝากกันเลย

มาตลาดน้ำก็ต้องกิน ก๋วยเตี๋ยวเรือ
แต่เดี๋ยวก่อน ต้องแปลงเงินเราให้เป็นเหรียญรูซะก่อน แบบสมัยโบราณไง

 

มื้อเที่ยงผ่านไป เราก็เดินทางกันต่อ ไปวัดจองคำจังหวัดลำปาง
โอ้ว...ไม่น่าเชื่อ แค่เดินเแป็บเดียวถึงแล้ว ลำปาง ฮ่า ๆ ไม่ใช่ ๆ
อีกแห่งที่พลาดไม่ได้ที่ต้องแวะมาชมกันคือ วัดจองคำ ลำปาง
วัดนี่ไม่ใช่ของจำลองหรือสร้างใหม่นะคะ แต่เค้ายกมาจากวัดกันเลย
วัดนี้เมืองโบราณไปผาติกรรมมา แล้วก็เป็นงานสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่ ที่ได้รับอิทธิพลของ
พุกามมา ตัวอาคารจะรวมเอาวิหาร ศาลา และกุฏิไว้ด้วยกันทั้งหมด ฝีมือรายละเอียดลวดลายงาน
สลักไม้เฉียบมากๆ สวยมาก ๆ เลย สมัยนี้คงหาคนทำได้ยากแล้วแน่เลย


แล้วก็แวะไปชมหอคำ เป็นที่อยู่ของเจ้าครองนครลำปางสมัยรัตนโกสินทร์นี่เอง ของจริงถูกรื้อทิ้งไป

แล้ว แต่เมืองโบราณอาศัยรูปถ่ายสร้างขึ้นมาใหม่

 

สุดท้ายเราก็จะไปเที่ยวตลาดบกกัน เป็นตลาดโบราณ ที่จะเห็นของใช้ ของกิน ของเล่น
สมัยคุณแม่เราน่ะะ...อิอิ (ก็แม่เก็บไว้ให้เราเล่นไง เลยรู้จัก) เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะ สนุกไปกันมัน
ทั้งหมากฝรั่งนกแก้ว กิมจ๊อ อมยิ้มโคล่า ลูกโป่งวิทยาศาสตร์ หม้อข้าวหม้อแกง

 

 

หมดวันแรกไปด้วยความสุข และรักเมืองไทยมากขึ้น
เรียนรู้วัฒนธรรมไทยจาก เมืองโบราณที่ทันสมัย...(เอ๊ะ ยังไง)
ก่อนกลับ เก็บ ประโยค ดี ๆ จาก เมืองโบราณมาฝากกันนิดนึง


ข้อเขียนของคุณประไพ วิริยพันธุ์ ในโบร์ชัวร์ของเมืองโบราณที่ว่า

 

“ เหตุวันนี้ย่อมสืบเนื่องมาจากเมื่อวานนี้ ฉะนั้นเรื่องของอดีตคนปัจจุบันจำเป็นจะต้องรู้ หากเราไม่รู้จักอดีตก็เหมือนเดินเรือในท้องทะเลโดยปราศจากเข้มทิศและหางเสือ ผลที่จะเกิดขึ้นกับเรือลำนั้นเป็นที่น่าวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง ”

 

 


Dawn of Inspiration...รุ่งอรุณแห่งความคิด

 *

 *

*
Learning from the past...เรียนรู้จากอดีต

 *

 *

 *
Evidence-based Invention...สรรสรางจากหลักฐาน

 *

 *

*
Elegant Art Decor...วิจิตรศิลปกรรม

 *

 *

*
Architecture Through Imagination...สถาปัตย์รังสรรค์

 *

 *

*
Concrete of Oriental Philosophy...รูปธรรมแห่งปรัชญา

 

 

 

ตามหาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ในเมืองโบราณนะคะ

 

 

(เพราะทั้งหมดนั้น คือ มรดกไทย เราจึงต้องมา..เย้)

หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 24 กรกฎาคม 2551 11:23 แก้ไข: 28 กรกฎาคม 2551 14:33 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เมืองโบราณสวยงามมากครับ น่าไปเที่ยวสักครั้ง

นานมาแล้วที่ได้ไปเที่ยวเมืองโบราณ ปัจจุบันมีการปรับปรุงขึ้น ทำให้อยากไปเที่ยวอีกคะ

ช่ายค่ะ พี่ sukit หาโอกาสไปให้ได้  แต่ไปแล้วก็ต้องไปอีก

เพราะเมืองโบราณ ปรับปรุงสร้าวเพิ่ม ตลอดเลยค่ะ เหมือนที่ บุ้ม psu. บอกไว้เลยค่ะ

ไปเที่ยวเมืองไทยกันดีกว่า

Ico48
ปลานิลจิ๋ว [IP: 58.8.62.206]
23 สิงหาคม 2551 08:54
#34622

ถ่ายภาพได้สวยทุกมุมมองเลยครับ

 

Ico48
MK [IP: 192.168.100.112]
02 พฤศจิกายน 2553 08:49
#61293

เก็บรายละเอียดได้มากมาย น่าไปเยียมชมครับ

Ico48
paelw [IP: 180.183.213.37]
15 กรกฎาคม 2555 13:13
#78708

สวยมากๆ

ไปมาแล้ว

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.232.51.240
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ