นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2366
ความเห็น: 3

สติ...คำเดียวที่ทำให้เรารู้จัก "พอ"

ก้อนหินที่เค้าโยนมานั้น เราก็แค่ ไม่รับมันมาใส่ใจ ไม่กำไว้ให้เจ็บมือ ไม่เอาหัวเราไปรับให้หัวโน หัวแตก เท่านั้น เราก็ ลดความโกรธ ความขุ่นมัว

ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ ใครหลายคนในวงแชร์นี้คงรู้จักกันเป็นอย่างดี

จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีชื่อเสียง มีคนรู้จัก...

แล้ววันนี้ หลายคนถามว่า...ทำไมเงียบไป เงียบจัง

ทุกทีไปไหนมาไหน ก็จะมีเสียงพูดถึงศูนย์เครื่องมือฯ ลอยเข้าหู

ก็เลยมาส่งเสียงว่า ชาวศูนย์ฯไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่

กำลังปรับตัวกับ หน้าตาของแชร์ชุดใหม่นี้ ดูแปลกตาไปมาก

 

หลังจากผ่านมรสุมหัวใจของตัวเองมาได้ จนมีความฮึดที่จะ

กลับมาเขียนในวันนี้ ก็อยากเสนอสิ่งที่ได้พบเจอกับตัวเองมา

มันอาจจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์สำหรับคนที่ยังหลงทาง ในใจตัวเอง

 

 

ก่อนหนานี้ ตั้งแต่ต้นปี การทำงานที่ดูเหมือนจะราบรื่นนั้น

จริง ๆ แล้วมีคลื่นลูกใหญ่บ้าง เล็กบ้าง  เข้ามากระทบจิตใจ

ตลอดเวลา แล้วเราเองก็เก็บแรงปะทะนั้นไว้กับตัว

เก็บความเคียด ความเค้น ความตึง ความอึดอัดเอาไว้

จนมันคงทนไม่ไหว ระเบิดออกมาทางสายตา คำพูด และการกระทำ

ทำให้เรายิ่งร้อนรน นั่นคือ ความโกรธนั่นเอง....

 

ได้ไปพักที่ sc park hotel เค้ามีหนังสือ มนต์คลายโกรธให้อ่านด้วย

อ่าานไปไม่กี่หน้าก็หลับ...(อย่างงี้แหละ หนังสือดี ๆ มักเป็นยานอนหลับที่ดีด้วย)

เค้า ลำดับความโกรธ ไว้ว่า มี 6 ขั้น

1. จิตขุ่นมัว

2. ตัวสั่นเทา

3. ด่าเขาอย่างหยาบคาย

4. ทำร้ายเค้าจนเป็นแผลน้อยใหญ่

5. ทำชีวิตเค้าให้แตกดับ

6. ฆ่าเขาแล้วกลับมาฆ่าตน

 

อ่านแล้วรู้สึกกลัว เพราะเราอยู่ระดับ 3 แล้ว ....

ก็ต้องหาวิธีแก้ไข.....

 

สิ่งแรกที่หนูณิชน์ทำเวลารู้สึกโกรธใครก็คือ ออกให้ห่าง

อย่าอยู่ใกล้ เดี๋ยวจะกลายเป็นโกรธระดับ 4 ไปซะ (555)

จากนั้น พยายามทำใจให้สงบ แล้วแต่ใครจะใช้วิธีอะไร

นับเลข นับแกะ หลับตา ร้องไห้ อะไรรก็ตาม เอามันออกไปซะ

เอาคลื่นนั้นออกไปจากใจ แล้วปล่อยความโกรธทิ้งไว้ตรงนั้น

อยากเอามันติดใจกลับมา ต้องทำให้ได้

 

จนวันนึง ได้ไหวพระ สวดมนต์ที่บ้านนี่แหละ

นั่งนิ่ง ๆ ในห้องพระ ที่เพื่อนบ้านแซวว่า เป็นห้องลงโทษตัวเอง

รู้สึกใจเรานิ่งได้เยอะ...นั่งสมาธิบ้างอะไรบ้างก็ทำให้ใจเย็นลง

ปลง ปล่อยวาง ไปได้ส่วนหนึ่ง...

และส่วนหนึ่งได้จากการไป...และพบเจอกับ...

 

 

มันทำให้เรามีสติ รู้ว่า...ก้อนหินที่เค้าโยนมานั้น เราก็แค่ ไม่รับมันมาใส่ใจ

ไม่กำไว้ให้เจ็บมือ ไม่เอาหัวเราไปรับให้หัวโน หัวแตก

เท่านั้น เราก็ ลดความโกรธ ความขุ่นมัว และไม่ต้องวัดระดับความโกรธ

ของตัวเองแล้ว เพียงแค่ปล่อยคลื่นที่กระทบฝั่งให้มันสลายไปตามธรรมชาติ

เท่านั้นเอง...

 

รู้สึกจะจบไม่ค่อยลง เอาแค่นี้แหละ...

ฮ่า ๆๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 09 สิงหาคม 2554 15:33 แก้ไข: 09 สิงหาคม 2554 15:33 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Our Shangri-La, และ 7 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เห็นด้วยค่ะ ที่ว่า "ก้อนหินที่เค้าโยนมานั้น เราก็แค่ ไม่รับมันมาใส่ใจ ไม่กำไว้ให้เจ็บมือ ไม่เอาหัวเราไปรับให้หัวโน หัวแตก" เพราะว่าคนที่ทำให้เราโกรธ เขาอาจไม่รู้สึกอะไร แต่เราสิ หากเราเก็บมาเครียด เราก็เสียสุขภาพจิตและกายไปเปล่าๆ ปลี้ๆ จงปล่อยวาง และแผ่เมตตาให้เขาคนนั้นดีกว่า

ไม่มีสตังค์ แต่ขอให้มีสติก็พอแล้ว

ห้องพระเป็นห้องทบทวนตัวเองมากกว่าห้องลงโทษตัวเอง ทบทวนในสิ่งที่ผ่านมา ให้ความเย็นเข้าครอบ ละลายความร้อน

บ่นอยู่(ในใจ)เหมือนกันว่า สำนัก sec หายไปไหนกันหมด

เราเอง

อะนะ ว่ากันแระพี่เน้ก...ว่าง ๆ แวะมาลงโทษ เอ๊ย ทบทวนตัวเองได้นะ 555

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.137.159
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ