นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1731
ความเห็น: 0

โครงการส่งเสริมการเลี้ยงแพะและแกะภาคใต้ (ตอนที่ 30)

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2520 ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยฯ เห็นชอบให้ใช้ชื่อ "โครงการส่งเสริมการเลี้ยงแพะและแกะภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์" และเห็นชอบให้คณะทรัพยากรธรรมชาติเป็นผู้ดำเนินการในนามมหาวิทยาลัยร่วมกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ด้วยวิธีแพร่ขยาย พันธุ์แพะนมและแกะพันธุ์ดีออกไปสู่ราษฎร








        โครงการส่งเสริมการเลี้ยงแพะและแกะภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2520 หลังจากที่สภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  ในคราวการประชุมสภามหาวิทยาลัยครั้งที่ 7/2520 เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2520 ณ ห้องประชุมทบวงมหาวิทยาลัย กทม.ได้พิจารณารับหลัก การ โครงการส่งเสริมการเลี้ยงแพะนม ตามที่คณะทรัพยากรธรรมชาติเสนอโดย ให้เพิ่ม งานส่งเสริมการผลิตแกะเนื้อวัยรุ่น    เข้าไว้ในโครงการนี้ด้วย และให้ขยายขอบข่ายของงานให้ครอบคลุมทั้ง 14  จังหวัดภาคใต้  แทนการเจาะจงเฉพาะ 5 จังหวัดชายแดนตอนล่าง คือ  สงขลา  สตูล  ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส  ส่วนชื่อโครงการนั้นสภามหาวิทยาลัยฯ เห็นชอบให้เปลี่ยนเป็น  โครงการส่งเสริมการเลี้ยงแพะและแกะภาคใต้  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเห็นชอบให้คณะทรัพยากรธรรมชาติเป็นผู้ดำเนินการในนามมหาวิทยาลัยร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยวิธีแพร่ขยาย พันธุ์แพะนมและแกะพันธุ์ดีออกไปสู่ราษฎร โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญอยู่ 2 ประการ คือ

       1.  เพื่อช่วยให้ราษฎรในชนบทภาคใต้ และเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยให้สามารถผลิตนมแพะและเนื้อแพะเนื้อแกะขึ้นมาบริโภคได้เอง

       2.  เพื่อช่วยให้ราษฎรมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายผลผลิตที่ได้จากการเลี้ยงแพะนมและแกะพันธุ์ดีไว้ประจำบ้านตามกำลังความสามารถ หรือความเหมาะสมของแต่ละครอบ ครัว

      ทั้งนี้ เพราะราษฎรในชนบทภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยและถึงแม้ราษฎรเหล่านี้จะนิยมเลี้ยงแพะและแกะกันอยู่แล้วก็ตามแต่แพะและแกะเหล่านี้ก็ล้วนแต่เป็นพันธุ์พื้นเมืองซึ่งโตช้าตัวเล็กให้นมและเนื้อน้อย ไม่มีผู้นิยมรีดนมจากแพะที่เลี้ยงมารับประทาน    ส่วนการเชือดแพะพื้นเมืองที่เลี้ยงเอาเนื้อมารับประทานนั้นก็จะทำกันนาน ๆ ครั้งเนื่องในโอกาสพิเศษและก็ได้เนื้อแพะไม่มากนักเพราะตัวเล็ก ไม่เหมือนกับแพะนมพันธุ์แท้ของทางยุโรปซึ่งตัวใหญ่กว่ามากถึงครึ่งต่อครึ่งแพะนมพันธุ์แท้ดังกล่าวนี้สามารถให้น้ำนมโดยเฉลี่ยได้สูงสุดถึงวันละ 4 ก.ก.ในกรณีที่เลี้ยงแบบขังคอกและให้การดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด และถ้าจะเชือดแพะตัวผู้ส่วนเกินที่เลี้ยงมาจนโตเต็มที่แล้วก็จะได้เนื้อแพะมารับ ประทานไม่ต่ำกว่าตัวละ 20 ก.ก.

         ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการเลี้ยงแพะพื้นเมืองของราษฎรดังกล่าวล้วนเป็นการเลี้ยงแบบ ปล่อยให้แพะหากินหญ้าและใบไม้บางชนิดที่ขึ้นอยู่ในท้องถิ่นตามธรรมชาติ  หรือแสวงหาสิ่งที่กินได้เอาเองตามยะถากรรม  มิหนำซ้ำยังเป็นการเลี้ยงแบบปล่อยให้แพะผสมพันธุ์กันเองโดยมิได้มีการคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แพะพื้นเมืองของราษฎรในชนบททั่วไปจึงมีคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควรทั้งในเรื่องของการให้เนื้อ  และให้นมซึ่งเป็นอาหารโปรตีนที่สำคัญ    ดังนั้นคณะทรัพยากรธรรมชาติจึงได้พิจารณาจัดทำ  โครงการส่งเสริมการเลี้ยงแพะนม    นำเสนอขอความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยฯ และได้รับการพิจารณาเห็นชอบ

สร้าง: 09 ธันวาคม 2556 14:16 แก้ไข: 09 ธันวาคม 2556 14:23 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Our Shangri-La, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.230.119.106
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ