นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3067
ความเห็น: 2

งานเริ่มต้นทางด้านพืชศาสตร์ระยะแรก (ตอน 9)

ได้ที่ปรึกษาคนสำคัญเรื่องของการเกษตรภาคใต้ (อาจารย์เทอด สุวรรณคีรี) และได้องครักษ์ของอาจารย์ในภาคพืชศาสตร์ (อาจารย์พรทิพย์ สุวรรณคีรี)

 

 

 

 

5. งานเริ่มต้นทางด้านพืชศาสตร์ระยะแรก        

       ผมมีรุ่นพี่เกษตรกรณีพิเศษอยู่คนหนึ่งที่สนิทสนมคุ้นเคยกันมากนานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ผมยังไม่ได้มาทำงานที่ ม.อ.หาดใหญ่ คือ อาจารย์เทอด  สุวรรณคีรี  หรือ ครูเทอด ของบรรดาเกษตรกรสงขลา  บ้านของท่านอยู่ตรงข้ามกับศูนย์วิจัยการยาง หาดใหญ่   ท่านเป็นศิษย์เก่าเกษตรรุ่นเก่าแก่ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีวิทยาลัยเกษตรกรรมที่จังหวัดสำคัญๆบางจังหวัดทั่วประเทศ   และยังไม่มีมหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ บางเขน   เพราะสมัยที่ท่านเรียนเกษตรนั้น ทั้งประเทศไทยของเรา ยังมีแค่เพียงโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม คอหงส์ แห่งเดียวเท่านั้น   โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่มี สามปรมาจารย์เกษตร (พระช่วงเกษตรศิลปกรรม  หลวงอิงคศรีกสิการ  และหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ) ซึ่งเพิ่งจบมาจากเมืองนอกใหม่ ๆ และยังหนุ่มอยู่เป็นครูกลุ่มหนุ่มแกนสำคัญของสถาบันการศึกษาทางเกษตรของประเทศไทย ร่วมกับครูอาวุโสท่านอื่นๆของสมัยนั้น  โรงเรียนนี้มีหลักสูตรการสอนการเรียนทั้งวิชาครู และวิชาเกษตรต่างๆ 3 ปี  ผู้สำเร็จการศึกษาแล้วจะได้รับวุฒิ ปป. ก. (ประโยคครูประถมกสิกรรม)   อาจารย์เทอด สุวรรณคีรี  (อาจารย์เทอด  สุวรรณคีรี    ได้รับพระราชทานปริญญา วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เกษตรศาสตร์) จากคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2523      ท่านถึงแก่กรรม เมื่อ  วันที่  23  ตุลาคม  พ.ศ.2541) เป็น ที่ปรึกษา คนสำคัญที่สุดของผมครับในเรื่องของการเกษตรภาคใต้   โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องไม้ผลพื้นเมืองของแต่ละท้องที่   ท่านแนะนำ และสามารถบอกผมได้ทันทีว่า ต้นไม้ผลที่ดีที่สุดชนิดใดมีอยู่ที่ตำบลใด อำเภอใด และในจังหวัดใด   และพร้อมที่จะพาผมกับอาจารย์น้องๆกลุ่มพืชศาสตร์ไปศึกษา และเก็บรวบรวมพันธุ์ได้ทุกแห่ง   หรือในบางคราวที่ผมจะเดินทางไปราชการในจังหวัดใด ท้องที่ใด   ผมมักจะไปเรียนถามท่านเสียก่อนว่าในเส้นทางที่ผมจะไปถึง หรือในระหว่างเส้นทางนั้น   มีต้นผลไม้คุณภาพยอดเยี่ยมอะไรบ้าง และอยู่ที่ไหน   หากช่วงเวลานั้นถ้าท่านว่าง ท่านจะร่วมเดินทางไปด้วย ถ้าครั้งใดท่านติดธุระไม่อาจร่วมเดินทางไปด้วยได้  ท่านก็มักจะเขียนแผนที่สังเขปให้ผมหาเวลาแวะไปสืบถามเอาจากชาวบ้านในท้องที่นั้นเอาเอง  เช่นขนุนเนื้อหนา หวานกรอบและลูกใหญ่มากที่ละแม ชุมพร   จำปาดะเนื้อไม่เละ และเม็ดลีบที่บ้านปรักหนู  อ.สะบ้าย้อย  สงขลา    ลองก็องเนื้อดี หวาน  เม็ดเล็ก พวงใหญ่ ที่ สุไหงปาดี นราธิวาส     สะตอฝักยาวใหญ่ มีเม็ดที่เนื้อแน่นอร่อยเฉลี่ยฝักละไม่ต่ำกว่า  22  เม็ด ที่ควนกาหลง สะตูล (ผมขอพันธุ์มาได้ต้นหนึ่ง และปลูกไว้ที่บริเวณบ้านพักของผมในสมัยนั้นซึ่งอยู่ติดๆกับบ้านพักท่านอธิการบดี(ตรงกันข้ามกับบ้านพักของท่านรองคณบดีฝ่ายบริหาร ผศ.วรวิทย์ วณิชาภิชาติ ในปัจจุบัน   ผมได้ทราบว่าสะตอต้นนี้มีขนาดสูงใหญ่และออกดอกออกฝักทุกปี  และมีคนจองเก็บไปรับประทานกันจนไม่มีเหลือติดต้นได้นานถึงขนาดฝักแก่มากพอที่จะเอามาเพาะขยายพันธุ์ได้อีก ต่อไป)   มะแพร้วซึ่งต่างกับมะพร้าวตรงที่ไม่มีหางประจำแต่ละลูกในทุกๆทะลายที่ต้นสูงลิบลิ่วริมประตูด้านในของวัดหนองจิก ปัตตานี    มุดม่วงลูกใหญ่ที่ไม่เหม็นกลิ่นขี้ใต้ที่ธารโต ยะลา   มะม่วงนาทับ ลูกใหญ่มากที่นาทับ สงขลา  และมะขามเปรี้ยวฝักใหญ่และยาวมากเกือบถึงหนึ่งฟุตที่หลังวัดสทิงพระ สงขลา  ผมยังทันได้เห็นต้น มะขามเปรี้ยวต้นนี้ที่หลังวัดซึ่งมีคูผ่านไปถึงทุ่งนาก่อนที่จะต้นแม่ต้นนี้จะโค่นตายไป  ยังดีที่มีผู้นำพันธุ์ของมะขามยอดเยี่ยมต้นนี้ไปขยายต่อไว้ได้ที่ตำบลเกาะแต้ว และสำนักงานส่งเสริมการเกษตรจังหวัดสงขลาในปัจจุบันได้รับเป็นธุระดูแล โครงการพัฒนามะขามเปรี้ยวฝักใหญ่ สงขลา และสนับสนุนเข้าโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ของจังหวัดสงขลา     เมื่อหลายปีมาแล้ว ผมเคยได้ทั้งเมล็ดพันธุ์ และฝักแก่จัดซึ่งทั้งยาวทั้งใหญ่ เต็มถุงใหญ่เอามาฝากให้ทางหัวหน้าฝ่ายภาค สนามของภาควิชาพืชศาสตร์เพาะขยายพันธุ์ เพื่อการปลูกในคณะของเราต่อไป    ผมยังเคยได้ไปเห็นต้นกล้ามะขามยักษ์จำนวนมากมาย ที่ฝ่ายงานสนามของภาควิชาพืชศาสตร์เพาะจากเมล็ดพันธุ์ที่ผมนำมาให้นี้ใส่ถุงดำเอาไว้   เรียงกันเป็นตับอยู่ในเรือนเพาะชำ  และมีขนาดสูงโดยเฉลี่ยประมาณต้นละ 50 - 60   ซ.ม.    

                                    

       อาจารย์เทอด  สุวรรณคีรี  หรือ พี่เทอด ของผม  และ ลุงเทอด หรือ  อาเทอด  ของอาจารย์น้อง ๆ กลุ่มพืชศาสตร์ หรือ ครูเทอด ของเกษตรกรพื้นบ้านสงขลา เป็นเจ้าพนักงานส่งเสริมการเกษตรประจำจังหวัดสงขลาในสมัยนั้นครับ  ท่านรอบรู้สภาพการเกษตรของภาคใต้อย่างกว้างขวาง ท่านเข้าใจประเด็นปัญหาการเกษตรที่ชาวบ้านต้องประสบในแต่ละพื้นที่  ท่านรู้จักแหล่งพันธุ์ไม้ผลพื้น เมืองชนิดต่างๆ    เฉพาะอย่างยิ่งต้นที่มีคุณภาพดีที่สุด   และให้ผลผลิตสูงสุดของแต่ละท้องถิ่น              

       ผมบอกอาจารย์น้องๆ ทางกลุ่มพืชศาสตร์มาตั้งแต่แรกว่า ขอให้มุ่งศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพืชสำคัญในท้องถิ่น ทั้งไม้ยืนต้น เช่น ยางพารา  ปาล์มน้ำมัน  ไม้ผลชนิดต่างๆที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ  เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองก็อง  แม้กระทั่งสะตอ  เหรียง และลูกหยี   พวกไม้ล้มลุก ทั้งไม้ดอก และพืชผักพื้นเมืองก็ขอให้รู้อย่างละเอียดลึกซึ้งกันจริงๆ   ใครเรียนมาทางไหนขอให้จับทางนั้นกันตั้งแต่เริ่มแรก  จะได้เป็นผลงานของตัวเอง ซึ่งจะเป็นผลในทางที่ดี  มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับของวงการ  และก็จะพลอยเป็นผลดีไปถึงคณะทรัพยากรธรรมชาติของเราโดยรวมด้วย  ผมได้ขอให้บรรดาอาจารย์น้องๆ ในกลุ่มพืชศาสตร์ช่วยกันแสวงหา และนำพันธุ์มาเพาะมาขยายด้วยเทคนิคการขยายพันธุ์พืชแต่ละวิธีที่เหมาะสม  เอามารวบรวมไว้ที่คณะทรัพยากรธรรมชาติของเราเป็นเป้าหมายอันดับแรกเสียก่อน  เพื่อเตรียมการไว้สำหรับงานศึกษาวิจัยในระยะหลังๆที่คณะของเราจะต้องมีความพร้อมมากขึ้นๆตามลำดับ  มากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนั้นอย่างแน่นอน    และนี่ก็คือความจำเป็นของผมอย่างหนึ่งในระยะที่ผมเริ่มมีบรรดาอาจารย์น้อง ๆ กลุ่มพืชศาสตร์ ทยอยเข้ามา ร่วมบุกเบิกก่อตั้งคณะทรัพยากรธรรมชาติ เช่น อาจารย์วัลลภ อาจารย์ขวัญจิตร  อาจารย์มงคล ฯลฯ  ความจำเป็นนี้มันเกิดขึ้นในขณะที่คณะของเรายังไม่มีพื้นที่ของคณะเราเอง   และผมก็หาอัตราตำแหน่งครูเกษตร กับตำแหน่งคนงานประเภทลูกจ้างประจำมาบรรจุลงที่กลุ่มพืชศาสตร์เป็นรุ่นแรกได้แล้วด้วย   ผมจึงตัดสินใจใช้พื้นที่ในบริเวณบ้านพักของผมซึ่งมีลำธารเล็กๆไหลผ่าน มาปลูกสร้างเรือนเพาะชำต้น ไม้ชั่วคราวแบบใช้ไม้ไผ่ทำเสาและโครงหลังคา  แล้วใช้ใบมะพร้าวทั้งทางมาพาดคลุมเป็นเครื่องกรองแสง  เพื่อจะได้ดูแลพันธุ์ไม้ดีๆ ที่อาจารย์น้องๆกลุ่มพืชศาสตร์อุตส่าห์ดั้นด้นไปแสวงหามาได้ทีละอย่างสองอย่าง 


        ผมโชคดีอีกอย่างหนึ่งครับในสมัยนั้นคือในตอนเย็นวันหนึ่งหลังเลิกงาน ผมได้ไปเยี่ยมพี่เทอดที่บ้านของท่าน  ขณะที่นั่งคุยกับท่านในบ้าน มีเด็กผู้หญิงรุ่นสาว รูปร่างทะมัดทะแมง  แข็งแรง สวมเสื้อผ้าชุดเล่นกีฬา  ถือแร้กเก๊ตเทนนิสเดินก้มๆ ตัวออกมาจากข้างในบ้านจะผ่านออกไปนอกบ้าน แต่พี่เทอดเรียกตัวเอาไว้  พรทิพย์มาหาป๋าก่อน มารู้จักอาเจือ มาสวัสดีอาเจือก่อนลูก  เด็กสาวรุ่นๆ คนนั้นเดินค้อมตัว หน้ายิ้มๆเข้ามาไหว้ผมแล้วรีบถอยออกไป ยังไม่ทันได้ทักทายพูดคุยอะไรกันเลย   ผมจึงได้แต่ซักถามถึงเด็กสาวคนนั้นเอาจากพี่เทอด ก็ได้ความว่าเป็นลูกสาวคนที่สองของพี่เทอดเอง เพิ่งเรียนจบมาจากวิทยาลัยเกษตรกรรมไสใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช  เป็นเด็กแข็งแรง กล้าหาญ ชอบเล่นกีฬา ชอบท่องเที่ยวผจญภัยแบบบู๊ๆไม่กลัวใครยังกับเด็กผู้ชาย   นี่เพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ  ยังไม่ได้ไปสมัครทำงานที่ไหน   พี่เทอดบอกว่าอยากปล่อยให้ลูกได้พักสมอง ได้เที่ยว ได้เล่น ไปก่อนอีกสักพัก  แล้วค่อยคิดหางานทำกันทีหลัง         

      บอกตรงๆ ครับว่าผมดีใจแทบเนื้อเต้น   เพราะกำลังอยากได้เด็กผู้หญิงที่แข็งแรง  และกล้าหาญไม่กลัวใครที่เรียนจบเกษตรระดับ ป.ว.ส. หรือถ้าได้ ระดับ ป.ม.ก. ด้วยก็ยิ่งดี  เพราะผมต้องการจะให้มาเป็นเพื่อน  มาเป็นองครักษ์ของอาจารย์น้องๆในภาคพืชคือ อ.ขวัญจิตร และ อ.มงคล ที่ผมขอให้ช่วยรวบรวม และศึกษาให้ลึกซึ้งทางด้านพืชผัก และผลไม้พื้นเมืองของภาคใต้เป็นผลงานประจำตัว  และเพื่อเป็นงานหลักอีกส่วนหนึ่งของคณะเรา          ด้วยความที่ผมสนิทสนมกับพี่เทอดมากและรักเคารพท่านดุจพี่ชายแท้ๆของผมเอง  จึงเรียนขอกับพี่เทอดไปในวันนั้นเลยว่าผมขอเอาอาจารย์พรทิพย์มาทำงานที่คณะเราเสียตอนนี้แหละไม่ให้พัก ไม่ให้ไปเที่ยวไปเล่นที่ไหนอีกแล้ว   เพราะผมมีตำแหน่งระดับนี้พร้อมอยู่  ขอมาช่วยผมบุกเบิกก่อตั้งคณะทรัพยากรธรรมชาติด้วยอีกคน                       

       ผมมีความคิดอยู่ในใจของผมอยู่แล้วว่า  อยากได้คนหนุ่มคนสาวที่เอาการเอางาน  กล้าสู้กับงานหนัก ที่เรียนจบจากวิทยาลัยเกษตรกรรม หรือจากโรงเรียนอาชีวศึกษาเกษตรกรรมที่ผมคุ้นเคย  คือ  จาก รัตภูมิ-สงขลา  จาก ไสใหญ่-นครศรีธรรมราช   จาก ควนกุฏิ-พัทลุง จากบางพระ- ชลบุรึ  และจาก แม่โจ้ - เชียงใหม่   และต้องเป็นผู้ที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของ คนใต้ โดยกำเนิด  และผมก็โชคดีที่ได้มาพบเด็กที่จบมาจาก ไสใหญ่ คือลูกสาวของพี่เทอดของผมคนนี้    ในวันนั้นผมเห็นพี่เทอดอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังพอสังเกตเห็นลักษณะยิ้มๆ พูดคุยสนุกสนานตามแบบฉบับของท่านเหมือนเดิม    พี่เทอดบอกขอบคุณผมแต่ไม่ได้รับปากแต่ประการใด   บอกผมมาแต่เพียงว่าขอถามลูกพรทิพย์เขาเสียก่อน  นี่ป่านนี้คงกำลังเล่นเทนนิสอยู่ที่สนามในศูนย์วิจัยการยางกับเพื่อนๆ แน่ๆ   เพื่อนของลูกพรทิพย์เขามีอยู่หลายคนที่นี่     คงสนุกอยู่กับเพื่อนจนเย็นค่ำเหงื่อโชกตัวกลับบ้านเหมือนอย่างเคย   พี่เทอดบอกผมในตอนเย็นวันนั้นว่าถ้าลูกพรทิพย์เขาสนใจก็จะให้ไปหาผมทันทีในวันรุ่งขึ้น แล้วผมก็โชคดีจริง ๆ ที่ อาจารย์พรทิพย์ สุวรรณคีรีในปัจจุบัน ( คนที่คอยดูแลงานภาคสนามของภาควิชาพืชศาสตร์ รวมทั้งคอยควบคุมดูแลการฝึกหัดปลูกผักของนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งจนมืดค่ำอยู่เป็นประจำแทบ ทุกวันนั่นแหละ ) ได้มาหาผมที่ๆทำงานในวันรุ่งขึ้น    ผมจึงรีบพาไปฝากตัวไว้กับ พี่ขวัญ (จิตร) และ พี่หมอ(มงคล) ของน้องๆ ในกลุ่มงานพืชศาสตร์ และขอให้ พี่ขวัญ-พี่หมอ ช่วยเป็นธุระพาไปดำเนิน การขั้นต่อไปตามระเบียบราชการ

      

                                   

       แล้วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทั้ง รศ.ดร.ขวัญจิตร  สันติประชา  และ รศ.มงคล  หลิม ในสมัยนั้น ก็มีน้องสาวจอมบุกตะลุยเป็นมัคคุเทศก์  และเป็นองครักษ์แบบไปไหนก็ไปด้วย อย่างถึงไหนถึงกันในท้องที่ต่างๆ ที่จะไปศึกษา รวบรวมพันธุ์ไม้ผล และพืชผักพื้นเมืองหรือในเรื่องอื่นๆ อย่างที่ผมไม่ต้องคอยเป็นห่วงเหมือนตอนแรกๆที่มีอยู่เพียงสองสาว สองคนคู่หู ที่บุกตะลุยกันไปตามลำพัง    ส่วนอาจารย์น้องๆ ที่เป็นผู้ชายในครั้งนั้นคืออาจารย์วัลลภ สันติประชา และต่อมาก็มีเพิ่มอีกคืออาจารย์อภินันท์ กำนัลรัตน์  อาจารย์พรชัย เหลืองอาภาพงศ์  และอาจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์  ฯลฯ   ผมไม่ค่อยห่วงเท่าไร  เพราะน้องๆ ผู้ชายเหล่านี้มุ่งไปทางพืชไร่ พืชอาหารสัตว์ ปาล์มน้ำมัน  และการควบคุมกำจัดวัชพืช ฯลฯ และแต่ละคนก็ล้วนเป็นคนหนุ่มโสดที่แข็งแกร่ง สามารถตะลุยไปทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำกันได้อย่างสบายมากอยู่แล้ว  อีกทั้งคณะเราตอนนั้นก็มีคนงานผู้ชายทั้งที่ยังเป็นหนุ่ม และที่เป็นผู้มีอายุมาร่วมงานอยู่ด้วยแล้วหลายคน  จะเอาคนไหนไปเป็นเพื่อนด้วยก็ย่อมได้

 

***************************************

 

สารบัญ ประวัติการบุกเบิกก่อตั้งคณะทรัพยากรธรรมชาติ  ที่ได้บันทึกมาแล้ว 
ตอน 1  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9665 

ตอน 2  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9772 

ตอน 3  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9822 

ตอน 4   http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9882

ตอน 5  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/9934

ตอน 6  
http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/10042

ตอน 7  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/10208

ตอน 8  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/10274

ตอน 9  http://share.psu.ac.th/blog/natural-jear/10550

สร้าง: 16 ธันวาคม 2551 09:47 แก้ไข: 23 ตุลาคม 2552 12:52 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ได้ทราบแหล่งพันธุ์ไม้ผลหลากหลายในภาคใต้น่าทานทั้งนั้นค่ะ และองครักษ์ของ อ.ภาควิชาพืชศาสตร์ คือ พี่ทิพย์ ของน้องๆ นี่เอง! ยังคล่องแคล่วและเป็นที่ปรึกษาของ นศ. น้องๆที่ทำงานได้อย่างเป็นกันเองมากค่ะ ‿◕✿

พี่ทิพย์ สมกับตำแหน่งองครักษ์ จริงๆ ค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.196.72.162
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ