นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 4875
ความเห็น: 5

สุดยอด! แม่แมวตัวอย่าง "วิ่งฝ่าเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำอาคารร้างเพื่อช่วยลูกน้อย"

คนเราบางคนจะรักลูกได้เท่าแม่แมวตัวนี้หรือปล่าวนะ?

แมวแม่ลูกอ่อนวิ่งฝ่าเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำอาคารร้างเพื่อช่วยลูกน้อยของมันออกมาทีละตัวๆ จนกระทั่งลูกแมวทุกตัวปลอดภัย แม้ว่าตัวมันจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกเปลวไฟลวกทุกครั้งที่วิ่งฝ่ากองเพลิง

             วีรกรรมเหลือเชื่อของแมวแม่ลูกอ่อนสะกดให้ทุกคนที่ได้ฟังเรื่องราวถึงกับน้ำตาซึมและเอาใจช่วยให้แมวทุกตัวปลอดภัยจากบาดแผลไฟลวกขั้นรุนแรงจนเห็นเนื้อพุพองสีแดงก่ำ ทีมสัตวแพทย์ต้องระดมกำลังเยียวยาอย่างสุดความสามารถเพื่อยื้อชีวิตแมวทั้ง 6 ตัว

                          

           บริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แห่งหนึ่งในเขตบรูกลิน ทางด้านตะวันออกของเมืองนิวยอร์ก ไม่สามารถฝ่าฟันสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองไปได้ จึงยอมแพ้เลิกกิจการ ปล่อยอาคารสำนักงานทิ้งร้างจนกลายเป็นที่มั่วสุมของพวกติดยาและเป็นที่อยู่ อาศัยของแมวข้างถนนตัวหนึ่งได้ใช้ซุกหัวนอน

นาทีชีวิต

               เรื่องราวสะเทือนอารมณ์ขย่มต่อมน้ำตาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 1996 ตำรวจดับเพลิงเขตบรูกลินได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารร้างหลังหนึ่ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาไม่นานนักก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

          แม้ว่าอาคารที่ถูกเพลิงไหม้จะเป็นอาคารร้างไร้ผู้คน หากแต่มันตั้งอยู่ในแหล่งชุมชน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำเป็นต้องควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง เมื่อเพลิงเริ่มสงบ เดวิด เกนเนลลิ (David Giannelli) เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่มีประสบการณ์นานถึง 17 ปี สังเกตเห็นแมวตัวหนึ่งคาบลูกแมวออกมาจากอาคารที่ถูกเพลิงไหม้วางลงบนฟุตปาธ นอกอาคาร

          หลังจากนั้นมันวิ่งฝ่ากลุ่มควันที่หนาทึบและเปลวไฟที่ยังคุกรุ่นกลับเข้าไปในอาคารแล้วคาบลูกแมวตัวใหม่ออกมาอีกตัว มันทำอย่างนี้กลับไปกลับมาถึง 5 เที่ยวจนกระทั่งลูกๆของมันทุกตัวรอดชีวิตจากการถูกไฟคลอก สถานที่นี้ยังไม่ปลอดภัยนัก แม่แมวคาบลูกน้อยข้ามถนนไปยังฝั่งตรงกันข้ามกับอาคารทีละตัวๆ อีกครั้งจน กระทั่งครบทั้ง 5 ตัว

          เมื่อแน่ใจว่าเปลวไฟในอาคารจะไม่ปะทุกลับขึ้นมา อีก เดวิดก็วางสายดับเพลิงมาดูแมว เขาพบว่าแมวทั้ง 6 ตัวมีบาดแผลถูกไฟคลอกรุนแรง โดยเฉพาะตัวแม่ถูกไฟไหม้ขนแทบไม่เหลือติดตัวจนมองผิวหนังเปลือยเปล่าที่ถูก ไฟไหม้จนเนื้อเป็นสีแดงสด ใบหูมีรอยไหม้ ขอบตาทั้ง 2 ข้างบวมพองจนปิดลูกตา อุ้งเท้าทั้ง 4 ข้างเป็นแผลผุพอง กลิ่นเนื้อไหม้ลอยคลุ้งตลบอบอวล

ความรักของแม่

             เดวิดดูอาการของแมวทั้ง 6 ตัวแล้วคิดว่าหากปล่อยทิ้งไว้อย่างนี้พวกมันคงไม่รอดชีวิตแน่ๆ ทุกตัวมีบาดแผลถูกไฟคลอกอย่างรุนแรง เขาเคยมีประสบการณ์ช่วยสุนัขถูกไฟคลอกมาก่อน เดวิดรู้ดีว่าจะต้องพาพวกมันไปยังสถานสันนิบาตสัตว์นอร์ธชอร์ (North Shore Animal League) ในเขตลองไอแลนด์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบรูกลินมากเท่าไร

                                               
  
            

           เดวิดค่อยๆอุ้มแมวลงใส่กล่องอย่างแผ่วเบาทีละตัว แม่แมวยังคงเป็นห่วงลูก แม้หนังตาจะถูกไฟลวกจนพองปิดตาทั้ง 2 ข้างจนใช้การไม่ได้ มันก็ยังคงใช้จมูกแตะนับลูกทีละตัวว่ายังอยู่ครบหรือไม่


                  

        เมื่อเดินทางไปถึงสถานสันนิบาตสัตว์นอร์ธชอร์ สัตวแพทย์ทำการรักษาแผลไฟไหม้ให้อย่างรีบด่วน แม่แมวถูกไฟคลอกจนยับเยินไปทั้งตัว โดยเฉพาะที่อุ้งเท้า ใบหู และขอบตา แพทย์จำเป็นต้องผ่าตัดขอบตาข้างหนึ่งเนื่องจากเป็นแผลพุพองรุนแรง ก่อนจะนำพวกมันไปใส่ตู้ให้ออกซิเจน

                                    
แม่แมวสคาร์เล็ตต์” (Scarlett)

          แพทย์ยังไม่สามารถบอกได้ว่าพวกมันจะรอดชีวิตหรือไม่ ต้องรอดูอาการของพวกมันสักระยะหนึ่งก่อน แม่แมวถูกตั้งชื่อว่า “สคาร์เล็ตต์” (Scarlett) เนื่องจากวีรกรรมที่มันบุกฝ่าเปลวเพลิงไปช่วยชีวิตลูกน้อยโดยไม่ห่วงชีวิตของตนเองเหมือนกับตัวละครที่ชื่อสคาร์เล็ตต์ โอฮาร่า (Scarlett O’hara) ในภาพยนตร์เรื่องวิมานลอย (Gone With The Wind) อีกทั้งสภาพเนื้อตัวที่ถูกไฟไหม้จนเห็นผิวหนังพุพองสีแดงสด (Scarlet)

แย่งกันเลี้ยง

              วีรกรรมอันเหลือเชื่อของสคาร์เล็ตต์ถูกสื่อมวลชนยักษ์ใหญ่ของนิวยอร์กนำไปเผยแพร่ทั่วสหรัฐ ทำให้ผู้คนเรือนหมื่นเขียนจดหมายส่งกำลังใจมาให้มันและลูกๆพ้นขีดอันตรายและหายจากบาดแผลถูกไฟคลอก บาทหลวงแกรี่ ไมเออร์ (Garry Maier) จากโบสถ์ All Saints’ Episcopal Church เมืองเกรตเน็ก เดินทางมาทำพิธีสวดให้พรแก่สคาร์เล็ตต์และลูกๆ

          น่าเสียดายที่โทสตี้ (Toasty) ลูกแมวตัวหนึ่งทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตลงในเวลาไม่กี่วันต่อมา ส่วนสคาร์เล็ตต์และลูกแมว 4 ตัวที่เหลือมีอาการดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งช่วงนี้เองมีผู้คนหลายพันคนเสนอตัวขออุปถัมภ์สคาร์เล็ตต์และลูกแมว หากแต่แมวมีเพียง 5 ตัวเท่านั้น การเลือกเฟ้นผู้อุปการะจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

          สามเดือนต่อมาหลัง จากที่แมวทั้ง 5 ตัวหายดีเป็นปรกติ ลูกแมวแซมซาร่า (Samsara) และทานุกิ (Tanuki) ถูกมอบให้ครอบครัวเวอร์ซิลโล่ (Vercillo) ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ๆกับสถานสันนิบาตสัตว์นอร์ธชอร์นั่นเอง ทานุกิจบชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งในเดือนกันยายน 2008 แม้ว่าแพทย์จะตรวจพบเนื้อร้ายก่อนหน้าหลายสัปดาห์ก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการลุกลามได้

         ลูกแมวโอริโอ (Oreo) และสโมกี้ (Smokey) ถูกมอบให้กับเดบบี้ พอลมารอซโซ่ (Debbie Palmarozzo) ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตลองไอแลนด์ ไม่ไกลจากสถานสันนิบาตสัตว์นอร์ธชอร์เช่นเดียวกัน

         สคาร์เล็ตต์ผู้โด่งดังจะต้องมีการพิจารณาผู้อุปภัมถ์อย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นพิเศษเพราะใครๆก็ อยากได้มันไปเลี้ยง คาเร็น เวลเล็น (Karen Wellen) อาศัยอยู่ในบรูกลิน เธอเพิ่งจะสูญเสียแมวไปด้วยโรคชราจากสถานที่อยู่อาศัยใกล้กับถิ่นฐานเดิมของสคาร์เล็ตต์ประกอบกับความต้องการแมวทดแทนตัวเดิมที่เพิ่งจากไปซึ่งอาจช่วยให้คาเร็นคลายความโศกเศร้าลงได้บ้างจึงเป็นการช่วยทั้งคนและช่วยทั้งแมวในคราวเดียวกัน                   

          สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งราชอาณาจักร (Royal Society for the Prevention of Cruelty to Animals) มอบโล่เกียรติคุณให้กับสคาร์เล็ตต์ และซอกส์ คลินตัน (Socks Clinton) แมวหมายเลข 1 สัตว์เลี้ยงของบิล คลินตัน (Bill Clinton) ประธานาธิบดีสหรัฐในขณะนั้น ส่งข้อความสดุดีวีรกรรมให้กับสคาร์เล็ตต์ เรื่องราวของมันถูกนำไปใช้สอนในโรงเรียนเด็กอนุบาล

หัวใจสลาย

              คาเร็นและสคาร์เล็ตต์อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขนานถึง 10 ปี จนกระทั่งในเดือนธันวาคม 2007 แพทย์ตรวจพบว่าสคาร์เล็ตต์เป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หากแต่มันได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ อย่างถูกวิธีจึงทำให้อาการบรรเทาลงไปจนพ้น ขีดอันตราย

          คาร์เร็นโล่งใจได้เพียงไม่นานเท่านั้น เดือนเมษายน 2008 แพทย์พบว่าสคาร์เล็ตต์เป็นโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะเป็นมานานหลายปีแล้วแต่ไม่แสดงอาการออกมา สคาร์เล็ตต์ต้องได้รับการบำบัดด้วยการฉายรังสี Radioactive Iodine ตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ โดยในช่วงเวลาดังกล่าวคาเร็นไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากรังสีที่ตกค้าง

           การฉายรังสีเพียงสัปดาห์เดียว สคาร์เล็ตต์ก็มีอาการดีขึ้นมากจนแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่อีกไม่กี่เดือนต่อมามันก็มีอาการหัวใจเต้นไม่ปรกติ ฟันมีปัญหาและตามด้วยตับมีปัญหา ทำให้มันต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลตลอดเวลา จนกระทั่งครั้งสุดท้ายมันมีอาการหมดเรี่ยวแรงไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้

           สัตวแพทย์ แนะนำว่าสคาร์เล็ตต์สุขภาพทรุดโทรมมากเกินกว่าจะเยียวยาช่วยเหลือได้อีกต่อไป หากปล่อยไว้อย่างนี้ก็รังแต่จะเป็นการทรมานสัตว์สมควรช่วยเหลือให้มันได้หลับอย่างสงบตลอดไป คาเร็นยอมทำตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ ยอมให้พวกเขาฉีดยาขณะที่เธออุ้มสคาร์เล็ตต์เอาไว้ในอ้อมแขน สคาร์เล็ตต์จากไปอย่างสงบในวันที่ 11 ตุลาคม 2008
     

               แม้สคาร์เล็ตต์จะจากไปแล้ว แต่คนรักแมวทั่วโลกยังคงจดจำวีรกรรมความกล้าหาญที่มันกระทำไว้เมื่อ 13 ปีก่อนได้เป็นอย่างดี และเรื่องราวของสคาร์เล็ตต์จะยังคงวนเวียนอยู่ในโลกไซเบอร์ตลอดไป

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 5 ฉบับที่ 236 วันที่ 5-11 ธันวาคม พ.ศ. 2552 หน้า 42 คอลัมน์ ร้ายสาระ โดย ศิลป์ อิศเรศ
Sections: Miscellaneous
License: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
created: 25 August 2010 15:22 Modified: 25 August 2010 15:37 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

เรื่องราวที่ดีมาก ๆ ครับ

 

Ico48
น้องอิน [IP: 192.168.100.112]
25 August 2010 22:52
#59793

เพิ่งได้อ่านเรื่องราวดี ดีแบบนี้

ที่บ้านมีลูกแมวโดนหมากัด ขาหลังลาก 1 ข้าง ควบคุมระบบขับถ่ายไม่ได้

จะทำยังไงดี จะช่วยมันยังไงดี ตอนนี้มันเล่นซนจนขาข้างที่ลากเป็นแผลแล้ว

จะช่วยยังไงดีคะ

Ico48
Chamanat999 ^_^" (Recent Activities)
01 September 2010 09:39
#59897

ถึงคุณน้องอิน

 ต้องเคยมีแมวที่ถูกหมากัดจนเป็นแผลเหวอะที่หลัง แล้วหลังจากนั้นขาหลังของเค้าก็ลากและก็ควบคุมระบบขับถ่ายไม่ได้เหมือนกันค่ะ

ตอนนั้นต้องเองก็ไม่ค่อยทราบว่าควรจะทำอย่างไรดี เพราะหลังเค้าเป็นน้ำเหลืองและมีหนองออกตลอด

ช่วงนั้นเรียนอยู่ค่ะ ไม่ค่อยมีเงิน ก็เลยไม่ได้พาไปโรงพยาบาลสัตว์ ตอนแรกๆทาเบตาดีนให้ และให้เค้าอยู่ในกรง ทำความสะอาดกรงเช้า-เย็น แต่แผลก็ยังคงมีน้ำเหลือง เพื่อนแนะนำให้เอาผงวิเศษโรยให้ เพราะมันจะดูดน้ำเหลือง ซึ่งก็ได้ผลค่ะ แผลแห้งดีขึ้น แต่เรื่องการควบคุมระบบขับถ่ายนี่เค้าก็ยังไม่สามารถควบคุมได้ค่ะ ก็เลยต้องทำความสะอาดกรงบ่อยมาก ใช้กรงหมาขนาดใหญ่ และวางกะละมังใส่ทรายอนามัยไว้ให้ จะสะอาดขึ้นค่ะ รวมทั้งจะไม่ค่อยมีกลิ่น เค้าจะนั่งแช่อยู่ในกะละมังเลยค่ะ 

ลองดูนะคะ แต่ทางที่ดี ถ้ามีกำลังทรัพย์ก็ควรจะพาไปหาสัตวแพทย์ค่ะ

Ico48
หมวย [IP: 203.172.202.41]
02 December 2011 10:33
#72548

สุดยอดของความเก่ง

Ico48
เบล [IP: 115.67.100.69]
07 Febuary 2013 23:54
#84005

ซาบซึ้งถึงความรักของแม่ ที่มีต่อลูก ยอมเจ็บ ยอมตายแทนลูกได้

ขอให้แม่แมว ไปสู่สุขคตินะคะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.233.217.242
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ