นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1617
ความเห็น: 0

ปุจฉา-วิสัชณา ประสากระต่าย

คุณรู้เรื่องเกี่ยวกับกระต่ายเหล่านี้ดีแค่ไหน?

 ปุจฉา-วิสัชณา ประสากระต่าย

1. กระต่ายกินน้ำแล้วตายจริงหรือไม่ ?

ปกติแล้วกระต่ายเป็นสัตว์ที่มีความต้องการน้ำเช่นเดียวกับสัตว์ชนิดอื่นๆ ถ้ากระต่ายได้รับน้ำน้อยจะทำให้เติบโตช้า แต่การที่คนส่วนใหญ่เห็นว่ากระต่ายที่เลี้ยงกันนั้นไม่ได้ให้น้ำเลย ให้แต่ผัก หญ้า ก็ยังเห็นกระต่ายปกติดี เนื่องจากว่าในผักและหญ้านั้นมีน้ำมากเพียงพอที่จะทำให้กระต่ายมีชีวิตอยู่ได้ แต่ถ้าให้น้ำเพิ่มด้วยจะทำให้กระต่ายเติบโตเร็วยิ่งขึ้น การที่กระต่ายกินน้ำแล้วตายอาจเนื่องมาจากภาชนะที่ใส่น้ำเป็นชามที่กระต่ายสามารถทำล้มได้ง่ายทำให้น้ำหกเจิ่งนองพื้น ซึ่งจะทำให้กระต่ายเป็นหวัดหรือปอดบวม และมีโรคอื่นๆ แทรกซ้อนจนทำให้ตายได้

2. จับท้องกระต่ายจะทำให้กระต่ายตายจริงหรือไม่ ?

การจับกระต่ายที่ถูกวิธีและทำด้วยความนุ่มนวลโอกาสที่กระต่ายจะตายนั้นมีน้อยมาก แต่สัญชาติญาณของกระต่ายเมื่อโดนจับบริเวณท้องมันก็จะดิ้น คนที่จับไม่เป็นหรือไม่รู้โดยเฉพาะเด็กๆ เมื่อเห็นมันดิ้นก็จะยิ่งจับหรือบีบให้แน่นยิ่งขึ้นเพราะกลัวว่ากระต่ายจะหลุดจากมือ ทำให้อวัยวะภายในได้รับอันตรายจนกระทั่งกระต่ายช๊อคตายได้

3. ทำไมกระต่ายสีขาวจะมีตาสีแดง ?

การที่กระต่ายจะมีตาสีอะไรขี้นกับเม็ดสี (Pigment) ที่อยู่ในตา แต่ในกระต่ายสีขาว เช่น พันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์หรือแคลลิฟอร์เนียน ไม่มีเม็ดสี ทำให้เห็นเส้นเลือดสีแดงในตาซึ่งจะสะท้อนแสงให้เราเห็นตากระต่ายเป็นสีแดง ส่วนในกระต่ายพันธุ์พื้นเมืองนั้นมีตาสีดำเนื่องจากมันมีเม็ดสีเป็นสีดำในตานั่นเอง

4. กระต่ายเป็นสัตว์ที่จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ฟันแทะเช่นเดียวกับหนูใช่หรือไม่ ?

แต่ก่อนนักสัตววิทยาได้จัดให้กระต่ายอยู่ในกลุ่มสัตว์ฟันแทะเช่นเดียวกับหนู ต่อมาได้พบว่ากระต่ายกับหนูนั้นมีข้อแตกต่างกันที่กระต่ายมีฟันตัดหน้าบน 4 ซี่ ส่วนหนู มีเพียง 2 ซี่ ทำให้มีการจัดกลุ่มใหม่ โดยให้กระต่ายอยู่ในอันดับกระต่าย (Order Lagomorpha) และหนูจัดอยู่ในอันดับสัตว์ฟันแทะ (Order Rodentia)

5. ทำไมช่วงที่อากาศร้อนจัด ๆ กระต่ายถึงช็อคตาย ?

เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อ ทำให้การระบายความร้อนเป็นไปได้ยาก ในช่วงที่อากาศร้อนๆ กระต่ายจะหายใจถี่ขึ้น โดยสังเกตุที่จมูกจะสั่นเร็วขึ้น และมีการระบายความร้อนที่เส้นเลือดแดงใหญ่กลางหูมากขึ้น แต่ก็ยังระบายความร้อนไม่ทันทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงมากจนถึงขั้นทำให้ช๊อคตายได้

6. ค่าทางสรีรวิทยาของกระต่าย

ช่วงชีวิต : 5-13 ปี
วัยเจริญพันธุ์ : 4-6 เดือน
อายุที่เหมาะสำหรับผสมพันธุ์ : 6-8 เดือน
วงรอบการเป็นสัด : 16 วัน
ระยะเวลาตั้งท้อง : 29-35 วัน
อายุหย่านม : 6-8 สัปดาห์ 
จำนวนโครโมโซม : 22 คู่
อุณหภูมิร่างกาย : 101.5 +/- 1 องศาฟาเรนไฮท์
อัตราการหายใจ : 35-65 ครั้ง/นาที
อัตราการเต้นของหัวใจ : 120-300 ครั้ง/นาที

______________________________________________

ที่มา : http://www.doae.go.th/library/html/detail/rabbit/know.htm

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): กระต่าย
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 25 สิงหาคม 2553 13:45 แก้ไข: 01 กันยายน 2553 10:05 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.207.240.230
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ