นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 7239
ความเห็น: 3

แมลงตัวน้อยพิษสงอันร้ายกาจ

ด้วงก้นกระดก; ด้วงปีกสั้น; ด้วงก้นงอน; แมลงเฟรชชี่ (Rove Beetle: Paederus fuscipes Curtis)

 

 

 

           ในช่วงนี้เป็นข่าวทางทีวีขึ้นมาเกี่ยวกับแมลงแปลกๆ ซึ่งความแปลกนั้นเกิดจากการที่มีคนถูกพิษของแมลงเหล่านั้นและเกิดอาการแพ้ขึ้นมา เมื่อเป็นข่าวก็ทำให้เกิดความสนใจของผู้คนขึ้นมาว่า แมลงตัวนี้มาจากที่ไหน หน้าตาเป็นอย่างไร ทำไมถึงมีพิษร้ายกาจมากมายขนาดนี้ ซึ่งเป็นคำถามที่เกิดขึ้นมามากมาย 

           ในทางกีฏวิทยาแล้วแมลงเหล่านี้ไม่ได้มีความแปลกหรือพิเศษเลย เพราะแมลงเหล่านี้สามารถพบเห็นได้โดยทั่วไป แต่มักพบว่าไม่เป็นที่สนใจมากนัก เพราะมักไม่ทำให้เกิดความเสียหาย หรือเข้าไปรบกวนผู้คนมากนัก หรืออาจจะเป็นเพราะผู้คนทั่วไปเมื่อพบเห็นแมลงก็จะเข้าใจในทางเดียวกันว่าก็แค่แมลงตัวเล็กๆ เท่านั้น ไม่เห็นจะมีความน่าสนใจหรือสำคัญแต่อย่างไร แต่เจ้าแมลงตัวเล็กๆ นี่แหละที่สามารถก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้

            กล่าวเยิ้นเย้อมานาน สำหรับแมลงที่จะกล่าวถึงในที่นี่คือ ด้วงก้นกระดก; ด้วงปีกสั้น; ด้วงก้นงอน; แมลงเฟรชชี่ (Rove Beetle: Paederus fuscipes Curtis) จะเห็นได้ว่ามีชื่อเรียกหลายชื่อ แต่ชื่อทั้งหมดนี้ก็คือ ด้วงก้นกระดกนั่นเอง

            เรามาทำความรู้จักรูปร่างหน้าตาของมันคร่าวๆ กันดีกว่าว่ามีลักษณะเป็นเช่นไร ด้วงก้นกระดกเป็นด้วงขนาดเล็กประมาณ 7 มม. ส่วนหัวมีสีดำ ปีกน้ำเงินเข้ม และส่วนท้องมีสีส้ม


          บางคนพอเห็นด้วงก้นกระดกก็เข้าใจว่าเป็นมด เพราะมีลำตัวขนาดเล็ก แต่ความจริงแล้วมันคือด้วง มีความสามารถในการเคลื่อนไหว ได้รวดเร็ว และมักจะงอส่วนท้องส่ายขึ้นลงเมื่อเกาะอยู่กับพื้น ซึ่งเป็นคุณลักษณะเฉพาะของแมลงชนิดนี้ จึงมักเรียกว่า "ด้วงก้นกระดก" ชื่อดูน่ารักน่าชัง พบกระจายทั่วทุกแห่ง ด้วงชนิดนี้ชอบอาศัยบริเวณพงหญ้าที่มีความชื้น ชอบออกมาเล่นไฟ โดยเฉพาะจะมีมากในฤดูฝน

 
          จากข้อมูลข้างต้นไม่เห็นว่าจะมีความร้ายกาจตรงไหนเลย ตัวก็เล็กเท่ามด แต่ความร้ายกาจของแมลงชนิดนี้อยู่ที่ ด้วงชนิดนี้สามารถปล่อยสารที่เรียกว่า Pederin ออกมา สารชนิดนี้มีความเป็นพิษทำลายเนื้อเยื่อ ผู้ที่สัมผัสลำตัวด้วงชนิดนี้ จะมีอาการปวดแสบปวดร้อน คัน ในรายที่เป็นมากหรือมีอาการแพ้ต่อสารพิษนี้มาก อาจมีไข้ปวดศีรษะ หากเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้ แผลจะมีลักษณะเป็นทางยาว อาจจะพบเป็นตุ่มใส อาการเหล่านี้จะหายเองได้ภายใน 7 - 10 วัน ควรทำความสะอาดแผลและปิดปากแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ อาจใช้ยาสมานแผลพวกยาแก้แพ้ได้  ถ้าอาการไม่ดีขึ้นต้องไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

 

 

           จากข้อมูลข้างต้นก็เป็นการนำมาบอกเล่าแก่กัน เพื่อจะได้นำไปบอกเพื่อนๆ ลูกๆ หลานๆ ให้ระวัง และเพื่อให้ทุกคนได้เกิดความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของแมลงตัวเล็กๆ ชนิดนี้ ที่พิษสงของมันไม่ได้เล็กไปตามตัวของมันเลย คราวหน้าจะนำข้อมูลของแมลงตัวเล็กๆ ชนิดอื่นๆ ที่มีความร้ายกาจซ่อนอยู่มาเล่าสู่กันฟังอีก

 

ที่มา

  1. http://ict.in.th/37656
  2. http://board.postjung.com/609058.html
  3. http://world.kapook.com/pin/4fac946f38217af833000003
  4. http://www.organicgardeninfo.com/rove-beetle.html
  5. http://myvistabay.blogspot.com/2010/08/rove-beetle-update.html
  6. http://thestar.com.my/metro/story.asp?file=/2008/9/23/north/2073884
  7. http://www.flickriver.com/photos/johnhallmen/3272357880/

 

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 28 พฤษภาคม 2555 14:11 แก้ไข: 28 พฤษภาคม 2555 14:30 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Aran Ngampongsai, Ico24 Baby, และ 10 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ดูอาการแล้วไม่ได้เล็กน้อยนะครับ

อาการที่เกิดขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนโดยพิษของแมลงมากน้อยเพียงใดและแต่ละคนมีความต้านทานหรือทนทานต่อพิษที่แตกต่างกันด้วยครับ

Ico48
aloha [IP: 113.53.228.87]
15 มกราคม 2563 12:00
#110890

ลองเล่นเกมฟรี สล็อตและยิงปลา คลิกเลย slotxo

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.233.215.231
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ