นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1496
ความเห็น: 2

บันทึกการเดินทาง...ในอดีต

ฉันเลือกที่จะเรียนรู้อดีตมากกว่าที่จะจดจำมันไว้เป็นขยะมูลฝอยในความทรงจำ

   ทุกคนต่างต้องเคยบ้างที่จะมีน้อยเนื้อต่ำใจในชีวิตและโชคชะตาของตัวเอง และฉันก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เคยเป็นเช่นนั้น เคยคิดท้อแท้ต่อฟ้าดินลิขิต เคยหมดอาลัยตายอยากกับหนทางที่ต่างจากคนอื่นรอบกาย และเคยรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า...แต่ในชีวิตของเราทุกคนมักจะมีเรื่องสุข รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ปะปนอยู่มาก ฉันจึงเลือกจะจดจำเรื่องทุกข์ไว้เป็นบทเรียน และจดจำเรื่องสุขไว้เป็นกำลังใจ

   ฉันมีชีวิตบนหนทางอันเรียบง่าย___ในโรงเรียนเทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง อาคารไม้หลังเก่าแก่สีเขียว ฉันมีชีวิตในวัยเรียนที่นั่น ที่ที่ฉันได้พบกับคำว่า ครู,เพื่อน,สนามเด็กเล่น ฉันมีชีวิตวัยเด็กต่างจากเด็กสมัยนี้อย่างสิ้นเชิง ไม่มีเรียนพิเศษ ไม่มีเดินห้างสรรพสินค้า ไม่มีมือถือ ไม่มีไอแพด ฉันในตอนนั้น ในวัยเพียง 10 ขวบ ฉันไม่เคยคิดว่าโตขึ้นฉันจะเป็นอะไร เวลาผู้ใหญ่ถามว่า "โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร?"  เราก็มักจะตอบอาชีพอะไรก็ตามที่เรารู้จักและคุ้นชิน แต่ก็มีเด็กไม่น้อยที่เติบโตมาบนความฝันแบบนั้นจริงๆ ฉันสนใจแต่สนามเด็กเล่นกับลานกว้างๆของสนามที่เป็นพื้นที่ให้ฉันกับเพื่อนๆได้สนุกสนาน หัวเราะกันจนลั่นโรงเรียน อาคารเรียนไม้ถูกขัดด้วยกากมะพร้าวจนเป็นมันวาว กิจกรรมที่สนุกที่สุดบนอาคารนั้นคือ การวิ่งให้เร็วที่สุดและหยุดกระทันหันให้ถุงเท้าทำหน้าที่พาเราลื่นไถลไปบนพื้นราวกับอยู่บนลานสเกต 

   ความสนุกในวัยเด็กของฉันไม่เคยเกิดขึ้นในร้านเคเอฟซีหรือสเวนเซ่น หากแต่เกิดขึ้นหน้าโรงเรียนนั่นแหละ ร้านลูกชิ้นไม้ละ 3 บาท, ร้านน้ำอัดลม, ร้านชำโป๋ยที่มีบิดลูกไข่ มีจับฉลากลุ้นรางวัล และมีขนมมีของแถมมากมาย ความสุขของฉันเกิดขึ้นที่นั่นทุกตอนเย็นหลังเลิกเรียนไอติมรสรวมมิตรใส่โคนสามเหลี่ยม ไก่ทอดสีแดงๆกับน้ำอัดลมแก้วละ 5 บาท เป็นมื้อโอชะหลังจากเลิกเรียน เป็นมื้ออาหารนอกเหนือจากข้าวและแกงในถาดหลุมของโรงเรียนที่เราต้องจับจ่ายซื้อเองด้วยเงินที่เหลือในกระเป๋ากางเกงซึ่งรวบมัดหนังยางไว้อีกทีหนึ่ง...

   ฉันเติบโตขึ้นจาก 10 ขวบ สู่ 11 ปี 12 ปี จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงวัยแห่งมัธยม เราเติบโตขึ้น จากเด็กโรงเรียนใกล้บ้านที่สามารถเดินไปเรียนเองได้ กลับเป็นต้องพึ่งมอเตอร์ไซค์ 2 ล้อเป็นพาหนะไปรับ-ส่ง จากเวลาที่เคยวิ่งเล่นในสนามกว้างๆ กลายเป็นต้องรีบไปแต่เช้าเพื่อทำการบ้าน จากการหยุดเสาร์อาทิตย์เพื่อวิ่งเล่นในละแวกบ้านกับพี่ๆน้องๆ กลายเป็นต้องเริ่มไปทำงานกลุ่มที่โรงเรียน ชีวิตเริ่มเปลี่ยนแปลงไปกับโรงเรียนมัธยม ที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีสวดมนต์ตอนเช้าด้วยเป็นโรงเรียนคริสเตียน แต่ฉันสนุกกับการได้ร้องเพลงเป็นประจำของที่นี่ ฉันเป็นคนที่ไม่ได้เรียนเก่งมากและโรงเรียนแห่งนี้ก็ไม่ได้เป็นโรงเรียนที่สร้างเด็กที่มีชื่อเสียงมากมาย ทว่าฉันก็ภูมิใจเสมอที่ที่นี่บ่มให้ฉันเป็นฉัน และรู้ว่าฉันควรมีชีวิตอย่างไร ที่นี่ฉันได้รู้จักเพื่อนที่ไม่วิ่งเล่น ไม่ไกวชิงช้า แต่ฉันได้รู้จักเพื่อนที่ช่วยกันแข่งกีฬาสี ช่วยกันทำงานกลุ่ม สุมหัวกันทานข้าวเที่ยง ฉันได้รู้จักครูที่เขี้ยวเข็ญวัยรุ่นหัวดื้อ ได้รู้จักครูที่สอนให้ทำรายงานเล่มหนาๆ ที่นี่...ชีวิตมัธยม ช่างเป็นเวลาที่สนุกต่างจากวัยวิ่งเล่น สนุกในวัยหนุ่มสาวแรกรุ่น วัยที่อยากรู้ อยากทำ วัยที่กล้าท้าทาย วัยที่ไม่เกรงกลัว วัยที่ทุกอย่างดูสับสนและเฟื่องฟูที่สุดของการมีชีวิต ในความคิดของฉัน มัธยม คือ ช่วงเวลาแห่งสีสัน

  และฉันก็ได้พบกับ "สงขลานครินทร์" ในครั้งแรกที่หาดใหญ่ มันช่างกว้างเหลือเกินในสายตาเด็กต่างจังหวัด จะไปทางไหน จะไปอย่างไร ที่นี่คืออะไร ตรงนั้นเป็นอย่างไร จะกินที่ไหน จะนอนยังไง ทุกอย่างเป็นคำถามเมื่อฉันเดินเข้ามาที่นี่ ที่ที่ไม่คุ้นเคย ระยะเวลา 4 ปีที่นี่เป็นดั่งเวลาของลูกนกที่ได้บิน ไม่มีคนคอยตักเตือนควบคุม อิสระในการเที่ยว การใช้ชีวิต มหาลัยสอนให้ฉันรู้จักการควบคุมตนเอง เรียนรู้ในห้องเรียน พร้อมกิจกรรมนอกห้องเรียน วันแล้ววันเล่าผ่านไปกับการใช้ชีวิตทั้งสุข ทั้งทุกข์ เพื่อนจากต่างที่ต่างถิ่นมารวมตัวกัน ใช้ชีวิตด้วยกัน เป็นเวลาที่ฉันได้พบกับโลกใบใหญ่ เจอกับทัศนคติเท่าผืนทะเล เจอกับเหตุผลของคนเหมือนก้อนเมฆบนฟ้า สงขลานครินทร์ไม่ได้ทำให้ฉันเก่งขึ้นจากแต่ก่อนมากนัก ในใบบันทึกผลการเรียนของฉัน A จนกระทั่ง E คือรอยขีดข่วนขรุขระของตัวเองตลอด 4 ปี สงขลานครินทร์กลับตอบแทนฉันด้วยสมบัติที่มีค่า คือ การรู้จักคิดและเข้าใจโลกนี้ ที่นี่ไม่ได้ทำให้ฉันเก่งแต่ทำให้แันตอบตัวเองได้ว่า ฉันต้องการอะไรและจะเดินไปตรงเป้าหมายนั้นอย่างไร สงขลานครินทร์บอกให้ฉันรู้จักให้ก่อนจะรู้จักรับ รู้จักคุณค่าของตนเองในการทำอะไรเพื่อคนอื่น ที่นี่ได้ให้หีบสมบัติที่ไม่ใช่สมบัติผู้ดี หากแต่เป็นสมบัติของการเป็นมนุษย์ ฉันจากที่นี่ไปหลังจาก 4 ปีกับหีบสมบัติ 1 ใบ ในนั้นใส่อะไรไว้มากมาย และฉันตระหนักดีว่า สมบัติที่มีค่าไม่ใช่สมบัติที่เราบอกคนอื่นว่าเรามีเท่าไหร่ มากแค่ไหน แต่สมบัติที่มีค่าของฉันคือการได้ส่งต่อสิ่งที่มีให้แก่คนอื่นๆ เพื่อให้เขาเป็นทุนรอนในการสร้างคุณค่าแก่ผู้อื่นต่อไป...

   ตอนนี้ฉันไม่ได้ร่ำรวยขึ้น แต่ฉันรู้สึกดีใจกับสิ่งที่ฉันเป็นตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ทุกวันนี้ฉันใช้ชีวิตกับงาน กับครอบครัวพ่อและแม่ กับเพื่อนเก่าในวัยเรียน กับคนรอบกายอันเป็นมิตรที่ดีต่อฉัน และฉันก็ยังคงเลือกที่จะบอกเล่าเรื่องราวอันเป็นความสุขมากกว่าความทุกข์ เลือกที่จะเก็บความทุกข์เป็นบทเรียนแล้วเก็บความสุขเป็นพลัง เลือกที่จะเรียนรู้อดีตมากกว่าจดจำไว้เป็นขยะมูลฝอยในความทรงจำ ฉันยังคงเป็นฉัน ฉันเฝ้านึกถึงวัยใกล้ฝั่งของตัวเองก่อนมันจะถูกลบด้วยการวิ่งเล่นซุกซนสมัยเด็ก และฉันก็เรียนรู้ว่ามันไม่สำคัญที่จะวาดภาพอนาคตไว้มากมาย เพียงแต่ฉันเรียนรู้ที่จะร่ายรำกับวันนี้ และพร้อมจะตื่นมาเจอแสงแรกของพรุ่งนี้ได้ด้วยรอยยิ้มก็น่าจะเพียงพอสำหรับชีวิตของฉัน

 

   บันทึกไว้ ณ วันที่ 28/7/56 รำลึกและขอบคุณช่วงเวลาที่ผ่านไป

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): ความทรงจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 29 กรกฎาคม 2556 16:01 แก้ไข: 29 กรกฎาคม 2556 16:01 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 ServiceMan, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ชีวิตวัยเด็กช่างน่าจดจำ

ต่างจากเด็กตอนนี้สิ้นเชิง

แต่สิ่งเดียวที่ไม่ต่างกันคือเด็กต้องให้คำแนะนำเขา ตักเตือนเขา

ไม่ว่าสังคมจะเปลี่ยนแค่ไหน หากสถาบันครอบครัวยังเหนียวแน่นก็ยังบ่มให้เขาเป็นคนดีของสังคมได้

จากคนต่างจังหวัดเหมือนกันคะ

ฉันเขลาฉันเยาว์ฉันทึ่ง
ฉันจึงมาพบความหงอย
ฉันหยิบฉันฉวยเพียงหนึ่งปอย
นิดติดน้อยเนื้อความรู้เรา

ฉันทึ่ม ฉันทึ้ง ฉันดึงเพียงนิด
กระม้วนมิด คิดนอก คิดหลังเขา
หอบความหวัง หิ้วความฝัน แนบดังเงา
ติดตามเฝ้าหลอกหลอนนอนหลับตื่น

ตื่น ตื่น ตื่น ยืน งง งง คงฝันไป
เอ๊ะยังไง กันหนอเรา เกาะเสาไฟ
ที่นั่นโน่น ที่นั่งนี่ ที่นั่นไง
เบียดแทรกไป ซุกตัวนั่ง หงายหลังหลับ

อิอิอิ

เราเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.239.150.57
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ