นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 949
ความเห็น: 6

ย้อนอดีตผ่านแชร์ PSU.ตอนที่ 2

ย้อนอดีตผ่านแชร์ PSU.

สมันนั้นมีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ เป็นที่พักพิงของหน่วยงานต่าง ๆ ภายในม.อ.หน่วยงานใหญ่ในปัจจุบัน เช่น คณะแพทย์ฯ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ต้องอาศัยคณะวิศวะฯ เป็นที่ทำงานและการเรียนการสอน  ไปหาหมอก็ต้องไปที่ตึกคณะวิศวะฯ  แต่เท่าที่สังเกตจะให้บริการกับบุคลากรของ ม.อ. เป็นส่วนใหญ่

               - หน่วยการเจ้าหน้าที่ หน่วยคลัง หน่วยกิจการนักศึกษา ฯลฯ ของ ม.อ. และสหกรณ์ออมทรัพยฯ และสหกรณ์ร้านค้า ธนาคารไทยพาณิชย์  ก็ต้องอาศัยคณะวิทยาศาสตร์ ใต้ตึกฟักทอง สรุปแล้วคณะวิศวะฯ และคณะวิทย์ฯ เป็นที่พักพิงของเหล่าหน่วยงานต่าง ๆ ใน ม.อ.

               - หากท่านใดเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็แผนกบริการยาที่คณะวิทยศาสตร์  

                 - การรับเงินเดือนสมัยก่อน ต้องไปยืนเข้าแถวที่ตึกคณะวิทย์ฯ แล้วเจ้าหน้าที่การเงินจะเรียกชื่อไปรับเงินพร้อมเซ็นต์ชื่อรับเงิน ต่างกับสมัยนี้แค่ใช้บัตรไปกดเงินก็ได้รับแล้ว

               - เทคโนโลยีสมัยนี้ทันสมัยเป็นอย่างมากคนที่คิดเรื่องนี้ช่างเป็นคนเก่งจริง ๆ

               - สมัยนั้นเข้าเมืองหาดใหญ่ต้องอ้อมไปสามแยกคอหงส์ และสามแยกคลองเรียน เพราะถนนช่องเขาและถนนข้างวัดโคกนาวยังไม่มียังเป็นส่วนยางพารา

      ย้อนกลับมาที่คณะทรัพย์ฯ สมัยนั้นมีรถใช้อยู่ 1 คัน คือรถแลนด์โรเวอร์ พี่สนิท  ปลื้มใจ เป็น พขร.  เวลาจะเข้าเมืองไปติดต่อซื้อของ ต้องไปพร้อม ๆ กัน   ส่วนในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของภาควิชาสัตวศาสตร์ มีรถยนต์ ได้รับบริจาคโดยท่าน ผศ .ดร.เจือ  สุทธิวนิช (คณบดีคนแรกของคณะทรัพย์ฯ) เป็นผู้ประสานงานรับบริจาค

      สมัยผมทำงานอยู่ที่ภาควิชาฯ ในตำแหน่งคนงานลูกจ้างชั่วคราว ก็มีท่านอาจารย์ของภาควิชาฯ แนะนำว่าคุณน่าจะเรียนต่อภาคค่ำเพื่อจะได้มีวุฒิสูงกว่านี้เพื่ออนาคตที่ดีในการทำงาน

      ผมก็ได้สมัครเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนบุนนาคพณิชยการในตัวเมืองหาดใหญ่  สมัยนั้นสนุกมากหลังเลิกงานรีบกลับบ้าน (เช่าบ้านอยู่ตรงข้ามกับ ร.ร.โสตนศึกษา คนหูหนวก)  บั่นจักรยานคู่ใจไปเรียนหนังสือภาคค่ำ และที่โรงเรียนแห่งนี้เองได้พบรักกับนักศึกษาร่วมรุ่น และได้แต่งงานอยู่กินกันมาจนถึงปัจจุบัน

     18 กุมภาพันธ์ 2524 ได้สอบแข่งขันบรรจุเป็นข้าราชการ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่พิมพ์ดี ได้รับเงินเดือน 1,395.- บาท รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ฝันเป็นจริงเพราะมีความตั้งใจว่าอยากจะเป็นข้าราชการของ ม.อสมัยเป็นเจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด ก็ตั้งใจทำงานด้วยความขยันและอดทน ซึ่งก็มีส่วนช่วยสนับสนุนให้คณาจารย์ของภาควิชาฯ ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ และได้ทำหน้าที่พิมพ์ตำราให้คณาจารย์ของภาควิชาฯ ได้รับต่ำแหน่ง ผศ. เกือบทุกท่าน พิมพ์ทั้งกลางวันและกลางคืน หรือนอกเวลาเพราะสมัยนั้นอาจารย์มีการขอต่ำแหน่งทางวิชาการกันเป็นจำนวนมาก  มีอยู่ครั้งหนึ่งสมัยที่คอมพิวเตอร์ยังไม่มี ผมได้พิมพ์ตำราให้กับ ท่าน ผศ. วรวิทย์  วณิชาภิชาติ  “เรื่อง ไข่และการฟักไข่”  ได้ปรึกษาก่อนพิมพ์ว่าจะทำอย่างไรให้ดิ่งหลังได้  (คือข้างหลังต้องตรง)  ทำอยากพอสมควร ต้องนับตัวอักษรประมาณสิบตัวอักษรของบรรทักสุดท้าย  แต่ผลที่ได้รับคือ  ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น  เป็นตำราเล่มแรกที่ของภาควิชาฯ  ที่ทำรูปเล่มเหมือนกับพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน    ก็เป็นที่มาของเพลง น้ำตาพิมพ์ดีด  ซึ่งผมแต่งไว้ร้องเพื่อผ่อนคลาย  “ผมเป็นพนักงานพิมพ์ดีด  นั่งน่าซีดต้องพิมพ์ดีดทั้งวัน เหน็จเหนี่ยเงื่อไหลเป็นมัน(ซ้ำ) พิมพ์จนมือสั่นเพื่อให้ทันเวลา”  ค่อยเขียนต่อตอน 3 นะครับ

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 13 กรกฎาคม 2558 16:08 แก้ไข: 13 กรกฎาคม 2558 16:08 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 คนธรรมดา, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ชอบจังเลยค่ะ พี่เปลือนน่าจะให้ใครช่วยอัดเสียงเพลงเอามาบันทึกไว้ด้วยเลยนะคะ ทำได้ไม่ยากค่ะ จะได้มีครบรสเลย และถ้าพอจะหารูปสมัยนั้นได้ก็จะยิ่งครบสูตรเลยทีเดียว เป็นบันทึกประวัติศาสตร์สำหรับพวกเราชาว ม.อ.ได้เลยนะคะนี่ 

ขอบคุณ คุณลุงเปือน มาเรื่อย ๆ

ชอบอ่านเรื่องราวแต่หนหลัง

เราเด็กรุ่นใหม่ จะได้รู้ถึงความลำบาก

ยากเย็น ของคนรุ่นเก่าก่อน

กว่าจะเดินทางมาถึงซึ่งวันนี้ได้

พวกเราเป็นคนรุ่นเดียวกันเนาะ มาเล่าอีกบ่อย ๆ ครับ

ขอบคุณนะค่ะ สิ่งที่ฝันก็เป็นจริง ว่า ก่อนที่จะเกษียณฯ พี่จะมาบันทึกให้น้อง ๆ ได้อ่านกัน ขอให้มาเล่าอีกนะค่ะ บุคลากรรุ่นหลังจะได้ทราบ กว่าจะเป็น ม.อ. ณ ปัจจุบันนี้

อ่านแล้วเห็นภาพเลยค่ะ

“ผมเป็นพนักงานพิมพ์ดีด  นั่งน่าซีดต้องพิมพ์ดีดทั้งวัน เหน็จเหนี่ยเหงื่อไหลเป็นมัน(ซ้ำ) พิมพ์จนมือสั่นเพื่อให้ทันเวลา”  

ตอนต่อไปพี่เปลือนต้องเล่าเรื่องครุภัณฑ์(วัว)เดินข้ามภูเขาให้น้องๆฟังด้วยนะค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.25.43.188
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ