นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 102
ความเห็น: 0

กรณีศึกษา การอัพเกรด Windows Server 2012 R2 เป็น Windows Server 2019 [C]

บทความนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการอัพเกรดระบบปฏิบัติการ Windows Server 2012 R2 ไปเป็น Windows Server 2019 ซึ่งเป็นการเตรียมตัวขยับขึ้นไปสู่รุ่นที่สูงขึ้น เนื่องจากระบบปฏิบัติการ Windows Server 2012 R2 Mainstream Support นั้นสิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2018

สวัสดีครับ

จากบทความที่แล้วเรื่อง "แนะนำระบบปฏิบัติการ Windows Server 2016 และ 2019" บทความนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการอัพเกรดระบบปฏิบัติการ Windows Server 2012 R2 ไปเป็น Windows Server 2019 ซึ่งเป็นการเตรียมตัวขยับขึ้นไปสู่รุ่นที่สูงขึ้น เนื่องจากระบบปฏิบัติการ Windows Server 2012 R2 Mainstream Support นั้นสิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2018

ส่วนที่เลือกอัพเกรดไปเป็นเวอร์ชั่น Windows Server 2019 ไม่ใช่ Windows Server 2016 อันเนื่องมาจาก 2 สาเหตุด้วยกัน

1. Windows Server 2019 เป็นระบบปฏิบัติการที่ออกมาล่าสุด ระยะเวลาการซับพอร์ตนานกว่ารุ่น Windows Server 2016

2. Windows Server 2019 ปรับปรุงต่อยอดจาก Windows Server 2016 ยังใช้ Core GUI เดียวกันคือ Window 10 การกระโดดข้ามไปเวอร์ชั่นนี้ จึงสามารถทำได้โดยไม่มีผลกระทบใด ๆ

ก่อนจะไปอัพเกรดมาดูก่อนว่า Window Server 2019 มีรุ่นใดที่ออกมาบ้าง ดังรายละเอียด ต่อไปนี้

 

1. Windows Server 2019 Datacenter เป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับกับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการจัดทำ Virtualize Data Center ขนาดใหญ่ และระบบ Cloud

2. Windows Server 2019 Standard เป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เพื่อใช้เป็น Physical Server หรือ ระบบ Virtualize ขนาดเล็ก

3. Windows Server 2019 Essentials เป็นรุ่นสำหรับการใช้งานในธุรกิจขนาดเล็กที่มีผู้ใช้ไม่เกิน 25 คน หรืออุปกรณ์ 50 อุปกรณ์

4. Window Server 2019 Hyper-V เป็นรุ่นสำหรับใช้งานเป็น Virtual Machine Server โดยใช้ Hypervisor ที่เรียกว่า Hyper-V เป็นโปรแกรมสำหรับจัดการ

อ้างอิง https://www.microsoft.com/en-us/cloud-platform/windows-server-pricing

 

ส่วนประเภท License ของ Windows และ CAL (Client Access License) ที่ต้องซื้อหรือจัดหามาเพื่อเลือกใช้งานให้เหมาะสมนั้น สามารถอ่านได้จากบทความนี้ครับ https://www.cloudhm.co.th/about/blog/windows-server-license-in-5-minutes

 

ในบทความนี้จะเน้นไปที่รุ่น Datacenter และ Standard เป็นหลัก โดยทั้ง 2 รุ่นจะมีความสามารถที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่าง 1 ข้อ คือการทำ Virtualize ที่รุ่น standard จะสร้างได้แค่ 2 เครื่อง ส่วนรุ่น Datacenter จะสามารถสร้างไม่จำกัด และยังมีข้อจำกัดอื่น ๆ อืก สามารถดูข้อมูลการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง 2 รุ่นนี้ได้จาก https://blogs.technet.microsoft.com/ausoemteam/2018/10/13/windows-server-2019-editions-comparison

 

**ข้อควรจำ**

1. รุ่นของ Window Server จะมีผลต่อการอัพเกรด หากเป็นรุ่น Datacenter จะไม่สามารถอัพเกรดไปสู่รุ่น Standard ได้ ให้เข้าใจง่าย ๆ คือจะอัพเกรดจากสูงมาต่ำไม่ได้ โปรแกรมจะไม่ให้เลือก Keep personal files and apps โดยโปรแกรมจะบังคับเลือก Nothing ให้อัตโนมัติ นั่นคือจะลบทุกอย่างทิ้งหมดเหมือน Format ลงใหม่ ดังนั้นจึงต้องระวังในจุดนี้ด้วย

2. การอัพเกรด Window Server จากการทดสอบในส่วนของ System ไม่พบปัญหาในการอัพเกรด แต่สำหรับเครื่องที่มีการพัฒนาระบบที่มีความซับซ้อนมีการติดตั้งโปรแกรมเฉพาะงาน หรือมี DLL ที่ต้องทำงานเพิ่มเติมในบางกรณีอาจจะทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะต้องปรับปรุงโปรแกรมเพิ่มเติม

3. บทความนี้เป็นการทดสอบอัพเกรดจากเครื่อง Server ของศูนย์คอมพิวเตอร์ เท่านั้น หากท่านใดนำไปทดสอบแล้วเกิดผิดพลาด ทางผู้เขียนจะไม่รับผิดชอบไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากสภาพแวดล้อมของแต่ละระบบไม่เหมือนกัน (กันตัวเองไว้ก่อน) 

 

สิ่งที่ต้องเตรียมและดำเนินการก่อนอัพเกรด

1. สำรองข้อมูลของระบบ, โปรแกรมที่ใช้งาน และถ้ามีการใช้ Virtual Machines ก็ต้องสำรองข้อมูลเอาไว้ด้วย

2. ในระหว่างที่อัพเกรดข้อมูล จะต้องปิดระบบทั้งหมดของ Server ดังนั้นหากมี Virtual Machines ที่ยังต้องทำงานอยู่ ก็ให้ Migrate ไปทำงานยังเครื่องอื่นก่อน

3. แผ่นโปรแกรม Window Server 2019 สามารถหาได้จาก https://www.microsoft.com/en-us/evalcenter/evaluate-windows-server-2019 ซึ่งไมโครซอฟท์ให้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี 180 วัน แต่หากหน่วยงานของท่านมีการซื้อ Microsoft Campus Agreement สำหรับสถานศึกษาก็สามารถไปดาวน์โหลดมาใช้งานได้ สำหรับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สามารถดาวน์โหลดได้จาก https://licensing.psu.ac.th/microsoft-azure

 

คุณสมบัติขั้นต่ำของเครื่องที่จะอัพเกรดต้องมีดังนี้

  • ความเร็วซีพียูขั้นต่ำ 1.4 GHz 64-bit
  • แรมขั้นต่ำ 512 MB (สำหรับใช้งานจริง แนะนำไม่ควรน้อยกว่า 4 GB)
  • พื้นที่ขั้นต่ำ 32 GB (สำหรับใช้งานจริง แนะนำไม่ควรน้อยกว่า 100 GB)
  • Network card Gigabit (10/100/1000baseT)
  • DVD-ROM Driveหน้าจอความละเอียด VGA (1024 x 768) หรือสูงกว่า
  • อุปกรณ์เสริมสำหรับดำเนินการ Keyboard, Mouse

 

ขั้นตอนต่อไปมาเริ่มอัพเกรดกันครับ บทความนี้ผมจะอัพเกรดระบบปฏิบัติการ Window Server 2012 R2 Datacenter ไปเป็น Window Server 2019 Datacenter โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. ตรวจสอบรุ่นของ Window Server ให้เข้าไปที่เครื่องเพื่อตรวจสอบ

 

2. บูทแผ่น DVD โปรแกรม Window Server 2019 จากนั้นกด Run setup.exe ที่ Drive DVD เพื่อเริ่มต้นอัพเกรด

 

3. แสดงหน้าต่างเพื่อเตรียมการติดตั้งโปรแกรม

 

4. แสดงหน้าต่างให้อัพเดท Driver และ Option features ซึ่งหากเครื่อง Server ต่ออินเตอร์เน็ตอยู่ให้เลือก Download updates, drivers and optional features option. จากนั้นกดปุ่ม Next

 

5. จะเริ่มต้นอัพเดท

 

6. จะแสดงหน้าต่างให้เลือกรุ่นที่จะอัพเกรด ในที่นี้เราเลือก Windows Server 2019 Datacenter (Desktop Experience) **หากเลือกรุ่นที่ไม่มีคำว่า (Desktop Experience) จะไม่มี Server Manager หรือ MMCs เพื่อกำหนดสิทธิ์, ฟีเจอร์ และไม่มีกราฟฟิกให้ใช้งาน เมื่อสตาร์ทเครื่องขึ้นมาจะพบกับ command prompt หน้าต่างเดียว ซึ่งจะต้องใช้คำสั่งทาง command line เท่านั้น เหมือนกับการ secure shell linux server เมื่อเลือกได้แล้วกดปุ่ม Next

 

7. เป็นหน้าแสดงการแจ้งเตือนเกี่ยวกับ License ของ Window กดปุ่ม Accept เพื่อยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน

 

8. จะแสดงหน้าให้เลือกสิ่งที่ต้องการเก็บ ให้เลือกอันแรก Keep personal files and apps จากนั้นกดปุ่ม Next

**หัวข้อนี้คือสิ่งที่ได้กล่าวไว้ตอนต้น ว่าหากเป็นการอัพเกรดจากรุ่นสูงมารุ่นต่ำจะทำไม่ได้ โปรแกรมจะไม่ให้เลือก Keep personal files and apps โดยโปรแกรมจะเลือก Nothing ให้อัตโนมัติ นั่นคือจะลบทุกอย่างทิ้งหมดเหมือน Format ลงใหม่ แต่ในตัวอย่างนี้เราอัพเกรดเป็นรุ่น Datacenter เหมือนกันจึงสามารถเลือกหัวข้อ Keep personal files and apps ได้

 

9. ระบบจะเริ่มตรวจสอบโปรแกรมที่ติดตั้งในเครื่อง Server ที่ไม่เข้ากับ Window Server 2019 หากพบจะแสดงหน้าต่าง What needs your attention

9.1 หากหน้าต่าง What needs your attention พบโปรแกรมที่อาจจะไม่ทำงานหลังอัพเกรด แต่มีปุ่ม Confirm แสดงขึ้นมา กรณีนี้สามารถกด Confirm เพื่อยอมรับได้

 

9.2 แต่หากหน้าต่าง What needs your attention ลักษณะดังรูป จะไม่สามารถข้ามไปได้ มีกรณีเดียวคือ ต้องเข้าไปลบโปรแกรมที่พบออกจากเครื่อง

 

9.3 วิธีการคือให้ไปที่ Programs and Features เลือกโปรแกรมที่ต้องการแล้วกดปุ่ม Uninstall


9.4 จากนั้นก็ทำการ Uninstall โปรแกรมไปตามขั้นตอนจนเสร็จ

 

10. เมื่อลบโปรแกรมออกไปแล้วให้กลับมาที่หน้าต่าง What needs your attention แล้วกดปุ่ม Refresh ถ้าไม่ผิดพลาดจะแสดงหน้าต่าง Ready to install เพื่อเริ่มอัพเกรดต่อไป

 

11. แต่หากกดปุ่ม Refresh แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้กดที่ด้านบน Change what to keep มันก็จะกลับไปยังข้อที่ 7 กดปุ่ม Next อีกครั้ง ถ้าไม่ผิดพลาดจะแสดงหน้าต่าง Ready to install เพื่อเริ่มอัพเกรดต่อไป

12. จะเริ่มติดตั้ง Windows Server 2019 ลงไปที่เครื่องให้รอจนเสร็จ จากนั้นเครื่องจะทำการรีสตาร์ท

 

13. เมื่อรีสตาร์ท หลังจากเข้าสู่ Window อีกครั้ง ระบบจะเริ่มต้นอัพเดทระบบ ให้รอจนเสร็จ

 

14. เมื่อเสร็จแล้วจะแสดงหน้า Lock Screen (เหมือน Window 10) ให้กด Ctrl+Alt+Delete เพื่อปลดล๊อก

 

15. แสดงหน้า Login ให้ระบุ password เพื่อเข้าสู่ระบบ

 

16. หน้าแรกหลังจาก Login เข้าระบบ

 

17. เมื่อ Login เข้าไปในเครื่องแล้วให้คลิกไปที่ Server Manager -> Local Server ตรวจสอบคุณสมบัติของเครื่อง Server จะพบว่าระบบปฏิบัติการได้เปลี่ยนเป็น Microsoft Windows Server 2019 Datacenter เรียบร้อยแล้ว

 

18. เนื่องจากเป็นการอัพเกรดระบบใหม่ อาจจะมีไดร์เวอร์เวอร์ชั่นใหม่ที่ดีกว่าเดิม จึงแนะนำให้อัพเดท Window เพื่อปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น

 

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • หากเครื่อง Server ของท่านเป็น Window Server รุ่น Standard สามารถอัพเกรดได้โดยใช้ขั้นตอนที่กล่าวมาข้างบนได้เลย เพียงแต่ต้องเลือกเป็นรุ่น Standard เท่านั้น

สุดท้าย ขอจบขั้นตอนการอัพเกรด Window Server 2012 R2 Datacenter ไปเป็น Window Server 2019 Datacenter แต่เพียงเท่านี้ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับผู้อ่าน หากผิดพลาดประการ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ขอบคุณครับ

 

อ้างอิง

https://www.microsoft.com/en-us/cloud-platform/windows-server-pricing

https://blogs.technet.microsoft.com/ausoemteam/2018/10/13/windows-server-2019-editions-comparison

https://www.cloudhm.co.th/about/blog/windows-server-license-in-5-minutes

https://www.c-sharpcorner.com/article/step-by-step-installation-of-windows-server-2019-standard2

https://www.microsoft.com/upgradecenter/scenario/WS2012R2-on-prem-to-WS2019

https://www.microsoft.com/en-us/evalcenter/evaluate-windows-server-2019

https://licensing.psu.ac.th/microsoft-azure

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): microsoft  Operating System  upgrade  window server 2012  window server 2019
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 17 ตุลาคม 2562 12:04 แก้ไข: 17 ตุลาคม 2562 12:06 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
เป็นคนแรกที่ให้กำลังใจ
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ไม่มีความเห็น
คุณต้องทำการเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น