นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2634
ความเห็น: 6

ความปวดหัวของการ Upgrade จาก Jaunty สู่ Lucid Lynx.....

เรื่องไม่คาดฝันเกิดได้เสมอ....

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบบ dhcp มีปัญหาในการจ่าย IP แก้ไปแก้มาพบว่า ปัญหาอาจจะเกิดจาก config file ที่มันขัดแย้งกันเองนิดหน่อย...

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ระบบที่ใช้อยู่เป็น Jaunty ซึ่งหมดอายุการ support แล้ว หากต้องการ update หรือ upgrade อะไร ต้อง manual หมด... เลยถือเป็นโอกาสในการ upgrade สู่ Lucid Lynx ที่เป็น LTS สักที...  ใครจะรู้ว่า มันนำมาซึ่งความปวดหัวไม่น้อยเลย...

เรื่องแรกคือ ไม่สามารถ upgrade online ได้ ต้องไปโหลด CD image มา upgrade ไปสู่ Karmic ก่อน...  แต่ก็ดูเหมือนผ่านไปด้วยความราบรื่น...

ก็ว่าจะหยุดไว้แค่นี้ก่อน เพราะมีเรื่องอื่นต้องทำก่อน....

แต่หลังจากนั้น พบว่า Mailscanner มันทำงานไม่ค่อยปกติ... เลย upgrade มันไปอีกหนึ่งขั้นสู่ Lucid Lynx

เนื่องจากเป็นการ upgrade จาก remote (จากที่บ้าน) หากทิ้ง terminal นิ่งๆ ไว้นานไป มันก็ไม่ตอบสนอง เลยทำให้ต้อง re-upgrade 2-3 ครั้ง

มีอยู่ขั้นตอนหนึ่ง มันบอกว่า มีหลาย package ที่เลิกสนับสนุนแล้ว และ openwebmail ก็อยู่ในนั้นด้วย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมาก...

upgrade, update, reboot ไป 2-3 ครั้ง นึกว่า เรียบร้อยแล้ว....

วันจันทร์เข้ามาที่ทำงาน สักพักเจ้า Fatimah ก็มาบอกว่า Samba ใช้ไม่ได้ openwebmail ใช้ไม่ได้ และอีกหลาย application มีปัญหา...

เรื่องทั้งหมดนี้ ใช้เวลาอยู่ประมาณ 1 วัน ถึงได้เรื่องว่า

  1. samba มีปัญหาจากการระบ group ในพารามิเตอร์ valid users, invalid users, admin users ด้วยเครื่องหมาย @ นำหน้าชื่อ group และแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนเป็นเครื่องหมาย +
  2. การติดตั้ง openwebmail ก็ยังทำได้ด้วยวิธี manual โดย download โปรแกรมจาก http://www.openwebmail.org/openwebmail/download/debian/owm2.53-2.deb และ http://ftp.debian.org/pool/main/libm/libmd5-perl/libmd5-perl_2.03-1_all.deb และติดตั้งด้วยคำสั่ง sudo dpkg -i owm2.53-2.deb และ sudo dpkg -i libmd5-perl_2.03-1_all.deb ตามด้วยคำสั่ง sudo apt-get install -f เพื่อจัดการลง dependency packages และปิดท้ายอีกทีด้วย sudo dpkg -i owm2.53-2.deb (อ่านและเรียงลำดับเองนะครับ)
  3. มีปัญหาของ Mailscanner คือ start ไม่ได้ เนื่องจากไม่มี directory ชื่อ/var/lock/subsys ต้องแก้ไขด้วยการปิด Mailscanner และ postfix ก่อน หลังจากนั้น สร้าง /var/lock/subsys และ start Mailscanner ก่อน ตามด้วย postfix
หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): lucid lynx  mailscanner  ีubuntu  jaunty  openwebmail
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 26 กรกฎาคม 2554 11:05 แก้ไข: 26 กรกฎาคม 2554 11:05 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อ่าวแล้วงงครับ

ทั้งหมดอยู่ในเครื่องเดียวกันปล่าวครับ

หรนือว่าแยกเครื่องกัน

Ico48
cj [IP: 172.30.2.126]
26 กรกฎาคม 2554 12:57
#66920

> เนื่องจากเป็นการ upgrade จาก remote (จากที่บ้าน) หากทิ้ง terminal นิ่งๆ ไว้นานไป มันก็ไม่ตอบสนอง

> เลยทำให้ต้อง re-upgrade 2-3 ครั้ง

เท่าที่ผมทดสอบดู พบว่า ตอนที่มันไม่ตอบสนองนี่ จริงๆแล้วฟากของ server ที่เรา login เข้าไปใช้งานอยู่มันยังตอบสนองอยู่ครับ แต่ผลของการตอบสนองอันนั้น มันส่งกลับมาไม่ถึงที่ secure shell client ที่ปลายทางของเรา

ซึ่งตรงนี้มีปัญหาตามมาอีก 1-2 อย่างครับ คือ ตอนที่เราทดสอบว่ามันมีการตอบสนองหรือเปล่า แล้ว กด key บางตัวซึ่ง อาจจะเป็นการตอบสนองโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่อีกฟากหนึ่ง (apt-get upgrade แล้วฟากของ server กำลังถามว่า จะให้ใช้ config ตัวใหม่หรือตัวเก่า แล้วรอรับค่า การกดปุ่ม enter ก็จะเป็นการเลือกค่า default -- อันนี้ที่ฟากของ client ของเราอาจจะไม่ได้แสดงข้อความคำถามนั้นก็ได้ แต่ฟาก server กำลังรอคำตอบอยู่ -- การใช้ key space ก็อาจจะไม่ได้ช่วยเท่าไหร่ในบางกรณี)

วิธีการหนึ่งที่ผมใช้ในขั้นตอนของการ update/upgrade แบบ remote แล้วไม่อยากให้กระบวนการนั้นหยุดกลางคัน เนื่องจาก remote connection มีปัญหา ก็คือใช้โปรแกรม screeen

ผมเรียกใช้ screen และพอ screen เริ่มทำงานแล้ว ก็ใช้ Ctrl-A กับ 'H' เพื่อให้มันสร้าง logfile ที่ชื่อ screenlog.0 (ซึ่งมันจะ log ทุก key ที่กดรวมทั้ง ตัวที่พิมพ์ผิดและ backspace ด้วย ตรงนี้ การใช้คำสัง script จะ log output ที่เอามา review ในภายหลังได้ดีกว่า แต่หลายๆกรณีก็ไม่ค่อยได้เอามา review เท่าไหร่ เลยใช้แค่ log ของโปรแกรม screen เองเผื่อในกรณีที่จำเป็นเท่านั้นเอง) หลังจากนั้นก็ใช้งานไปตามปกติ (ยกเว้น ที่อาจจะเป็นเรื่องชวนหงุหงิดนิดหน่อยคือ ใช้ Ctrl-PgUP เพื่อย้อนหลังไปดูข้อความที่ผ่านหน้าจอ terminal ไปแล้วไม่ได้ ต้อง switch ไป screen อื่น -- Ctrl-A + C เพื่อ less screenlog.0 แล้ว switch กลับ screen เดิมโดยใช้ Ctrl-A + Space)

ในกรณีที่ remote connection ไม่มีปัญหา หลังจากใช้งานเสร็จ ผมก็ Ctrl-D เพื่อ terminate shell กลับไปที่ terminal ปกติได้ แต่สำหรับกรณีที่มีปัญหา ผมก็จะใช้วิธีการ secure shell กลับไปที่ server แล้วใช้คำสั่ง screen -r สำหรับ reconnect เข้ากับ screen session เดิม เพื่อทำงานต่อไปได้ครับ ไม่มีปัญหา ตราบใดที่ตัว server ไม่เจอเหตุการไฟดับ หรือ ถูก reboot เสียก่อน วิธีการนี้ทำให้การ upgrade package แบบ remote ทำได้อย่างค่อนข้างปลอดภัยพอสมควร

ส่วนวิธีการที่ปลอดภัยกว่านี้ เท่าที่เคยใช้มา ในการ remote management ก็น่าจะเป็น การ update/upgrade ตัว VM ผ่าน VM console แต่วิธีการนี้ใช้ไม่ได้กับ host ที่ติดตั้งแบบธรรมดาครับ

Ico48
cj [IP: 172.30.2.126]
26 กรกฎาคม 2554 13:03
#66921

ลืมไปอย่างนึงครับ

ผมรู้ว่า ฟากของ server ยังตอบสนองต่อ key ที่ผมกดอยู่ ถึงแม้ฟาก client จะไม่แสดอาการใดๆแล้ว ก็เพราะใช้ screen นี่แหละครับ คือ มันหยุดไม่ตอบสนอง ผมก็ รัวคีย์ "asdf..." อะไรทำนองนั้น แล้วก็เคาะ enter => ไม่ตอบสนอง, ปิด terminal, เปิด terminal ใหม่, secure shell ไปยัง server, ใช้ screen reconnect แล้วถึงได้เห็นว่า คีย์ที่ผมเพิ่งกดไป และไม่เห็นผลการตอบสนองใดๆที่ฟากของ client นั้น มันถูกส่งมาที่ฟากของ server เรียบร้อย และมีผลตอบสนองต่อ key เหล่านั้นต่อ การเชื่อมต่อยังไม่ได้ขาดไป แต่ฟาก client ไม่เห็นการ response แค่นั้นเอง

คุณ สายลมแสงแดด ครับ ทุกอย่างอยู่ในเครื่องเดียวกันครับ

อ.ฉัตรชัยครับ ไม่ได้สละเวลาไปเรียนรู้การใช้โปรแกรม screen สักทีครับ ความจริงก็มีประโยชน์มากครับ โดยเฉพาะเมื่อต้องมาเจอปัญหาแบบ remote terminal ถูกตัดเมื่อไม่ active บ่อยๆ แบบนี้ ... เคยถาม network ของศูนย์คอมฯ แล้วเหมือนกันว่า ทำไมเป็นอย่างนั้น ก็ได้รับคำตอบแบบไม่ฟันธงว่า มีการ reset อะไรบางอย่างเป็นระยะ....

เอาไว้โอกาสต่อไปจะลองโปรแกรม screen ดูครับ ขอบคุณครับ

ทำให้มันทำงานในโหมดเบื้องหลังได้ไหมครับ

พอเริ่มโปรแกรม กด Ctr+Z

พอมันหลุดมาที่ promt พิมพ์ bg

แต่ระหว่างนี้ห้าม logout หรือปิด terminal

พอจะให้มาปรากฏอีกทีพิมพ์ fg

หรือถ้ามันใจว่ามันไม่จำเป็นต้องการป้อน input เข้าไปอีกแล้ว ก้พิพม์ & ต่อท้ายคำสั่ง

ที่นี้เราจะ logout หรือปิด terminal ก็ได้ครับมันจทำงานต่อ

แต่ถ้าเรายังไม่ได้ logout หรือปิด terminal เราสามารถทำให้มันกลับมาแสดงได้โดยพิมพ์ fg

เวลา upgrade release แบบนี้ มันหนีไม่พ้นที่จะต้องตอบคำถามอยู่แล้วครับ เพราะมี service หลายตัวที่มี config ต่างๆ อยู่ และเมื่อ upgrade เป็น version ใหม่ config ก็มักจะมีการเปลี่ยนแปลง upgrade manager ก็จะถามเราว่า จะใช้ตัวเดิมหรือตัวใหม่....

ทีนี้ หากเรานั่งเฝ้ามันตลอดเวลา ก็อาจจะไม่มีปัญหามากนัก เพราะป้อนคำตอบได้ทันที แต่ถ้าเราไปนั่งดื่มกาแฟสับเปลี่ยนอารมณ์อยู่ มันก็รอเรานานเกินไปจนไม่ตอบสนองไป...

แต่ถ้าเป็นการ upgrade จากภายในเครือข่าย มอ. ก็จะไม่เจอปัญหาแบบนี้ครับ

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 35.172.236.135
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ