นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

ครูนน
Ico64
นภดล ทิพยรัตน์

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 3950
ความเห็น: 3

"Kyu Sakamoto" กับแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานเพลง "Sukiyaki"

เรื่องราวนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง " Kyu Sakamoto : ประวัติและรงบันดาลใจในการสร้างผลงานทางด้านดนตรี" ของผู้เขียน ซึ่งนำเสนอในที่ประชุมวิชาการเครือข่ายญี่ปุ่นศึกษาในประเทศไทย ครั้งที่ 5 พ.ศ. 2554

 

          ประเทศญี่ปุ่นมีประวัติศาสตร์และลักษณะเฉพาะของบริบททางสังคมวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการดำรงชีวิตและวิธีการคิดของประชากรในประเทศอย่างชัดเจน  ดังจะเห็นได้จากแต่ละยุคสมัยที่ผ่านมาของประเทศญี่ปุ่น  ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรื่องที่ชาวญี่ปุ่นมักจะสร้างสรรค์สิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตที่โดเด่นและได้รับการยอมรับจากสังคมเสมอมา  หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่ประเทศญี่ปุ่นประสบปัญหาหรือวิกฤตการณ์ต่างๆ  ชาวญี่ปุ่นมักจะผ่านพ้นสภาวการณ์เหล่านั้นด้วยวิธีการคิดและการปรับตัวกับอุปสรรคเหล่านั้นได้โดยตลอด  เช่นกัน  ซึ่งการสะท้อนแนวความคิดทางสังคมแต่ละยุคสมัยของประเทศญี่ปุ่นผ่านบริบททางสังคมและวัฒนธรรมต่างๆนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมเชิงสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น  และปรากฏให้เห็นหลากหลายลักษณะ  รวมถึงงานศิลปะ  เช่น  วัฒนธรรมทางดนตรีด้วยเช่นกัน
          Kyu Samamoto นับเป็นศิลปินดนตรีชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่มีผลงานทางด้านดนตรีที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง  เขามีผลงานทางดนตรีที่ถือได้ว่าได้สร้างสรรค์โดยผ่านแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ตรงจากยุคสมัยที่เขายังมีชีวิตอยู่  และผลงานทางด้านดนตรีหลายผลงานได้รับการยมรับไปทั่วโลก  และยังคงความนิยมและมีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน 
ประวัติของ Kyu Sakamoto
          Kyu Sakamoto เกิดที่เมือง Kawasaki จังหวัด Kanagawa เป็นลูกชายลำดับที่  9 และเป็นน้องคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 9 คน Kyu Sakamoto มีชื่อที่เรียกกันในหมู่ญาติพี่น้อง "Kyu" เพราะคำว่า “Kyu”มีความหมายว่า “เก้า” ตามลำดับของพี่น้องทั้งหมดที่เขาเกิดมาเป็นลูกคนสุดท้องในลำดับที่เก้านั่นเอง  การที่  Kyu Sakamoto มีชื่อเสียงโด่งดังรู้จักกันไปดีทั่วทั้งญี่ปุ่นและทั่วโลกนั้น  เนื่องมาจากผลงานเพลงของเขาเพลงหนึ่งที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกนั่นคือเพลง Sukiyaki หรือบทเพลงที่รู้จักกันดีในชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า  “Ue wo muite arukou” นั้น
          Kyu Sakamoto ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับดนตรีตั้งแต่สมัยที่ศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  โดยเริ่มตั้งวงดนตรีกับเพื่อนๆและเริ่มร้องและเล่นดนตรีตั้งแต่นั้นเรื่อยมา  แต่ช่วงเวลาที่ Kyu Sakamoto มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดคือในช่วงปี ค.ศ.  1958   เพราะเป็นช่วงเวลาที่ Kyu Sakamoto เข้าร่วมวงดนตรี "The Drifters" ในฐานะนักร้องนำนั่นเอง     
          บทเพลงที่มีชื่อเสียงของ Kyu Sakamoto ในขณะนั้นมากที่สุด  และยังคงอยู่ในความทรงจำและเป็นมรดกทางดนตรีสมัยนิยมของญี่ปุ่นที่ยังคงตกทอดมาถึงปัจจุบันก็คือเพลง “Ashita ga Aru Sa” หรือบทเพลงที่มีชื่อว่า "มีวันสำหรับวันพรุ่งนี้เสมอ" แต่เหตุผลส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญและมีส่วนช่วยผลักดันทำให้เพลง  “Ashita ga Aru Sa” หรือบทเพลงที่มีชื่อว่า "มีวันสำหรับวันพรุ่งนี้เสมอ"  ยังคงมีชื่อเสียงและเป็นที่คุ้นเคยมาจนถึงปัจจุบันเนื่องจากวงดนตรีรุ่นใหม่อย่างวง Ulfuls ได้นำบทเพลงนี้มาขับร้องใหม่ในปี ค.ศ. 2001 โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบดนตรีเล็กน้อย  แต่ยังคงไว้ด้วยเนื้อร้องเช่นเดิม  ทำให้เพลงดังกล่าวนี้กลับมาอยู่ในความทรงจำของชาวญี่ปุ่นและโด่งดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
          Kyu Sakamoto เป็นคนที่ตั้งใจทำงานช่วยเหลือสังคมและทุ่มเทเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นเสมอมา  และไม่เคยมองว่าผู้นั่นจะเป็นใคร  จะเป็นคนที่รู้จักกันมาก่อนหรือไม่  บุคคลที่เขาให้ความเมตตาและให้ความช่วยเหลือมีหลากหลายลักษณะ  ตั้งแต่เด็ก คนชรา และคนพิการ
          ด้านชีวิตครอบครัวของ Kyu Sakamoto แต่งง่นกับ Yukiko Kashiwagi ซึ่งได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและมีบุตรสาวด้วยกัน 2 คน    คือ Hanako Sakamoto และ Maiko Sakamoto แต่ชีวิตของเขาและครอบครัวก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ  เพราะในวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1985  ขณะที่ Kyu Sakamoto กำลังเดินทางด้วยเครื่องบิน  ได้เกิดอุบัติเหตุกับเที่ยวบินของบริษัท เจแปนแอร์ไลน์ (Japan Airline) เที่ยวบินที่ JL 123  ที่เครื่องบินเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคอย่างกระทันกัน  จนทำให้เกิดอุบัติเหตุเครื่องเสียการบังคับและพุ่งชนหุบเขาซึ่งห่างจากสนามบินฮาเนดะซึ่งเป็นสนามบินหลักของกรุงโตเกียวในขณะนั้นเพียง 100 กิโลเมตรเท่านั้น  ซึ่งเหตุการณ์อุบัติเหตุในครั้งดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 520 ชีวิต และมีผู้รอดชีวิต 4 คน นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการดนตรีสมัยนิยมของญี่ปุ่นและของนักดนตรีเอเชียที่เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกในวันนั้น  ซึ่งขณะที่เขาเสียชีวิต  Kyu Sakamoto มีอายุอายุเพียงแค่ 43 ปีเท่านั้น  
ผลงานเพลงที่สำคัญของ Kyu Sakamoto
          Kyu Sakamoto มีผลงานดนตรีที่สำคัญหลายผลงาน แต่ผลงานที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากที่สุดคือเพลง Sukiyaki หรือบทเพลง Ue wo muite arukou บทเพลงดังกล่าวนี้นับเป็นผลงานเพลงของ Kyu Sakamoto ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในญี่ปุ่น 
          สำหรับบทเพลง Sukiyaki หรือชื่อเดิมคือเพลง Ue wo muite arukou เริ่มเป็นที่รู้จักเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1963 โดยมีบริษัท โตชิบ้า (Toshiba) ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ดำเนินการจัดจำหน่ายภายในประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด                   
          บทเพลงดังกล่าวนี้ยังมีชื่อเสียงไปทั่วโลกต่อมาจึงมีการขายลิขสิทธิ์เพลงดังกล่าวให้กับ บริษัท Pye Records (ประเทศอังกฤษ) และได้มีการนำทำนองเพลงนี้ไปทำเป็นภาคภาษาอังกฤษโดย Kenny Ball and his Jazzmen เนื่องจากชื่อเพลงและเนื้อเพลงดั้งเดิมเป็นภาษาญี่ปุ่น จึงทำการเปลี่ยนเนื้อร้องใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ผู้ฟังที่ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นเข้าใจง่ายขึ้น  แต่ยังคงไว้ซึ่งท่วงทำนองเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญ  เนื้อเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่นั้นไม่ได้มีความหมายสอดคล้องกันเลยระหว่างเนื้อร้องในภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ  รวมถึงชื่อเพลงก็ไม่ได้เป็นการแปลแบบถอดความเช่นกัน  ซึ่งมีการเปลี่ยนชื่อบทเพลงจากเพลง Ue wo muite arukou มาใช้ชื่อใหม่ว่าเพลง Sukiyaki อย่างเป็นทางการ  โดยเน้นการให้ผู้ฟังจดจำชื่อเพลงที่สั้นและนึกถึงความเป็นญี่ปุ่นมากกว่า 
          ชื่อเสียงของบทเพลงนี้ยังโด่งดังไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้นอกเหนือจากท่วงทำนองของบทเพลงและความหมายอันไพเราะของเนื้อหานี้ที่ทำให้เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางแล้ว  ยังมีบริษัทผู้จัดจำหน่ายในอเมริกาคือบริษัท Capitol Records เป็นผู้ดำเนินการวางแผนการตลาดและระบบการประชาสัมพันธ์ผลงานเพลงของ Kyu Sakamoto ให้จนประสบความสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว  ในการจัดจำหน่ายผลงานเพลงในประเทศสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้นั้น  และบทเพลงดังกล่าวนับว่าได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการดนตรีสมัยนิยมของประเทศสหรัฐอเมริกา  เนื่องจากในปี ค.ศ. 1963 บทเพลง Sukiyaki นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนติดอันดับสูงสุดใน Billboard Pop Charts ของประเทสสหรัฐอเมริกา  ซึ่งตารางแสดงอันดับความนิยมของบทเพลงดังกล่าวเป็นที่ทราบกันดีว่าถือได้ว่าเป็นตารางที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในประเทศสหรัฐอเมริกา  และบทเพลงนี้ติดอันดับสูงสุดเป็นระยะเวลาถึงสามสัปดาห์ติดต่อกันด้วย   ซึ่งนับว่า Kyu Sakamoto เป็นนักร้องชาวญี่ปุ่นเพียงคนเดียวที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ดังกล่าวได้  โดยผู่ที่แต่งเนื้อร้องของเพลงนี้คือ   Rokusuke Ei   และผู้ที่เรียบเรียงทำนองและเสียงประสานคือ   Hachidai Nakamura ซึ่งทั้งสองกลั่นกรองเนื้อหาและแนวดนตรีโดยสะท้อนตัวตนและอุปนิสัยใจคอของ Kyu Sakamoto
          นอกจากนี้บทเพลง Sukiyaki  ยังถูกนำไปขับร้องใหม่ในภาษาต่างๆมากมาย  รวมถึงมีเนื้อร้องที่ต่างกันไปมากมายหลากหลายลักษณะ แต่ยังคงไว้ซึ่งทำนองเพลงแบบดั้งเดิม  ซึ่งเท่าที่มีการรวบรวมบทเพลงดังกล่าวทั้งหมดรวมแล้วมีจำนวนนักร้องที่นำไปขับร้องกว่า 100 คนและกว่า 100 Versions โดยเฉพาะ
บทเพลงดังกล่าวที่มีเนื้อร้องและความหมายดังนี้ 
Sukiyaki  (Ue wo muite arukou)
 
上を向いて 歩こう
Ue wo muite, arukou
ฉันมองไปบนฟ้าแล้วก้าวเดินต่อไป

涙が こぼれないように
Namida ga koborenai you ni
ฉันกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลริน

思い出す春の日 一人ぽっちの夜
Omoidasu haru no hi, hitori bocchi no yoru
ยังจำวันเวลาที่อยู่ในช่วงในฤดูใบไม้ผลิได้  ที่ฉันโดดเดี่ยวในคืนนั้น
 
上を向いて歩こう
Ue wo muite, arukou
ฉันมองไปบนฟ้าแล้วก้าวเดินต่อไป
 
にじんだ 星をかぞえて
Nijinda hoshi wo kazoete
นับดวงดาวที่ทอแสง

思い出す夏の日 一人ぽっちの夜
Omoidasu natsu no hi, hitori bocchi no yoru
ยังจำวันเวลาที่อยู่ในช่วงในฤดูร้อนได้  ที่ฉันโดดเดี่ยวในคืนนั้น
 
幸せは 雲の上に
Shiawase ha kumo no ue ni
ความสุขนั้นอยู่เหนือเมฆ

幸せは 空の上に
Shiawase ha sora no ue ni
ความสุขนั้นอยู่เหนือท้องฟ้า
 
上を向いて 歩こう
Ue wo muite, arukou
ฉันมองไปบนฟ้าแล้วก้าวเดินต่อไป

涙が こぼれないように
Namida ga koborenai you ni
ฉันกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลริน

泣きながら歩く 一人ぽっちの夜
Nakinagara aruku, hitori bocchi no yoru
ฉันเดินไปก็ร้องไห้ไป  ตอนที่ฉันโดดเดี่ยวในคืนนั้น
 
思い出す秋の日 一人ぽっちの夜
Omoidasu aki no hi, hitoribocchi no yoru
ยังจำวันเวลาที่อยู่ในช่วงในฤดูใบไม้ผลิได้  ที่ฉันโดดเดี่ยวในคืนนั้น
 
悲しみは 星のかげに
Kanashimi ha hoshi no kage ni
ความเศร้านั้นอยู่ในดวงดาว

悲しみは 月のかげに
Kanashimi ha tsuki no kage ni
ความเศร้านั้นอยู่ในดวงจันทร์
 
上を向いて 歩こう
Ue wo muite, arukou
ฉันมองไปบนฟ้าแล้วก้าวเดินต่อไป

涙が こぼれないように
Namida ga koborenai you ni
ฉันกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลริน

泣きながら歩く 一人ぽっちの夜
Nakinagara aruku, hitoribocchi no yoru
ฉันเดินไปก็ร้องไห้ไป  ตอนที่ฉันโดดเดี่ยวในคืนนั้น
 
一人ぽっちの夜
Hitoribocchi no yoru
ตอนที่ฉันโดดเดี่ยวในคืนนั้น
 
          นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับเส้นทางการเป็นศิลปินดนตรีของ Kyu Sakamoto มากที่สุดก็คือ  การที่บทเพลงเอกของเขาเพลงหนึ่ง  คือเพลง   Ashita ga Aru Sa หรือบทเพลง “ยังมีวันพรุ่งนี้” ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบทเพลงหลักในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคสำหรับคนพิการในปี ค.ศ. 1964 เมื่อครั้งที่กรุงโตเกียวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันอีกด้วย  ซึ่งนี่ย่อมเป็นการันตีถึงคุณภาพของบทเพลงที่เป็นผลงานของ Kyu Sakamoto ที่สะท้อนการสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี        
ปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงบันดาลใจและความสำเร็จในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีของ Kyu Sakamoto
          การที่ Kyu Sakamoto ประสบความสำเร็จในเส้นทางดนตรีและเป็นที่ยอมรับในผลงานทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่นขณะที่ยังมีชีวิตอยู่  และหลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว  ผลงานดนตรีดังกล่าวก็ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบันนี้  มีปัจจัยที่ส่งผลต่อการสร้างผลงานดนตรีของเขาให้เป็นที่ยอมรับหลายประการด้วยกัน  กล่าวคือ  
1.  การอบรมเลี้ยงดูจากบิดามารดาและพี่ที่มีความอบอุ่น 
                    Kyu Sakamoto  เป็นผู้ที่เกิดมาในครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมที่แวดล้อมด้วยพ่อ  แม่  พี่ๆและน้อง  ทำให้ Kyu Sakamoto ได้รับความอบอุ่นและการดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นอย่างดีจากบุพการี  ร่วมกับความรักความเอ็นดูจากพี่ๆและมีที่เขาเองมีความเมตตาให้กับน้อง  ทำให้ kyu Sakamoto เป็นคนที่เป็นผู้ที่รู้จักทั้งการให้และการรับ และเข้าใจถึงความสุขจากกำลังจากของคนในครอบครัวที่มีให้เขา  ดังนั้นด้วยการหล่อหลอมจากครอบครัวในทิศทางที่ดีที่มีมาตั้งแต่เยาว์วัย  สิ่งเหล่านี้จึงทำให้สภาพจิตใจของ Kyu Sakamoto ถูกบ่มเพราะในทางที่ดีมาโดยตลอดชีวิต   
2.  สภาพแวดล้อมในการเรียนตั้งแต่สมัยเด็ก
                    ในสมัยที่ Kyu Sakamoto เป็นนักเรียน   kyu  Sakamoto ได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนที่อยู่ชานเมือง  ซึ่งมีสภพาแวดล้อมและการจัดการศึกษาที่ดี  ทำให้เกิดการหล่อหลอมและบ่มเพาะบุคลิกลักษณะของ  Kyu Sakamoto ร่วมกันระหว่างการเลี้ยงดูจากทางบ้านและการศึกษาเล่าเรียนจากโรงเรียนไปพร้อมกัน  ทำให้ Kyu Sakamoto เป็นผู้ที่มีน้ำใจต่อเพื่อนๆและได้รับการยอมรับจากทั้งครูและเพื่อนร่วมโรงเรียนในด้านต่างๆ ทั้งด้านการเป็นผู้นำและเป็นผู้ที่มีรอยยิ้มและน้ำใจให้กับคนรอบข้างเสมอตามไปด้วย  และทำให้เป็นคนที่กล้าคิดและการแสดงออก  ดังจะเห็นได้จากการเริ่มแต่งเพลงและร่วมแสดงดนตรีมาตั้งเป็นนักเรียน  เป็นต้น  
3.  การประสบความสำเร็จในชีวิตสมรสที่อบอุ่น
                    เมื่อสำเร็จการศึกษาและมีหน้าที่การงานที่มั่นคง  ชีวิตของ Kyu Sakamoto ก็ได้เข้าสู่การมีชีวีติคู่และนำไปสู่การสร้างครอบครัวที่อบอุ่นในระยะเวลาต่อมา  แม้ว่าการใช้ชีวิตคู่ในการสร้างครอบครัวของ Kyu Sakamoto จะเป็นเพียงระยะเวลานั้นๆ แต่ช่วงเวลาดังกล่าว ก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญมากที่สุดช่วงเวลาหนึ่งของ Kyu Sakamoto เพราะเป็นช่วงเวลาที่เขาต้องรับบทบาทในฐานะที่เป็นพ่อ  เป็นสามี  รวมถึงการเป็นผู้นำครอบครัว  และเป็นจุดเริ่มที่ทำให้เขามีความเมตตาเห็นออกเห็นใจต่อขึ้นอื่นมากขึ้น  เนื่อวงจ่ากสมัยที่เขายังเป็นน้องเล็กในบ้าน  แม้จะมีการหล่อหลอมเรื่องการมีน้ำใจไมตรีจากผู้อื่นจากการที่เขาเป็นน้องคนสุดท้องแล้ว  แต่บทบาทแห้งการให้นั้นเขาอาจไม่รับรู้มากนัก  แต่เมื่อต้องมาเป็นหัวหน้าครอบคัวที่ต้องรับผิดชอบดูแลภรรยาและลุกๆ  จึงทำให้เขาตระหนักและต้องตอบแทนในสิ่งที่เขาเคยได้รับจากสมัยที่เป็นน้องเล็กในครอบครัวมากขึ้น  นี้จึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ Kyu Sakamoto สะท้อนความรู้สึกในการให้และกรทำน้ำใจและความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ผ่านบทบทเพลงของเขาในยุคนี้อย่างเด่นชัด  
4.  สภาพทางสังคมและบริบทที่เกี่ยวข้องขณะที่ Kyu Sakamoto เติบโตและมีชีวิตอยู่
                    สภาพทางสังคมและวัฒนธรรมในช่วงเวลาที่ Kyu Skamoto เติบโตมานั้น เป็นช่วงเวลาที่แม้ญี่ปุ่นกำลังเปิดประเทศ  และพัฒนาไปสู่สังคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลจากระบบทุนนิยมที่เข้ามามีบทบาทในเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมากขึ้นก็ตาม  แต่จากการที่ Kyu Sakamoto มีชีวิตในวัยเด็กและเติบโตมาในสังคมชานเมือง  ทำให้ไม่ต้องแก่งแย่งและดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเช่นเดียวกับเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่อยู่ในเมืองใหญ่  แต่ในขณะเดียวกัน Kyu Sakamoto เองต้องมีการปรับตัวทางอ้อม  ให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมญี่ปุ่นในภาพรวมของประเทศ   จึงไม่ได้ทำให้ Kyu Sakamoto ใช้วีวิตอยู่เฉพาะแง่มุมของการเป็นเด็กชานเมืองหรือชนบทเพียงอย่างเดียว  แต่รู้จักผสมผสานและเลือกรับปรับใช้วิถีชีวิตให้สอดคล้องกับสภาพทางสังคมและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย  จะเห็นได้จากลักษณะเฉพาะทางดนตรีของ Kyu Sakamoto ที่มีการผสมผสานกลิ่นอายทางดนตรีทั้งจากญี่ปุ่นและตะวันตกอย่างลงตัวแทบทุกผลงานดนตรี  
5.  ช่วงเวลาที่เริ่มมีผลงานเพลงสู่ตลาดเป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นมีการเปิดประเทศ
                    ขณะเดียวกันในช่วงที่ผลงานดนตรีของ Kyu Sakamoto เริ่มมีชื่อเสียง  เป็นช่วงเวลาเดียวกับประเทศญี่ปุ่นมีปฏิสัมพันธ์กับต่างชาติมากขึ้น  โดยเฉพาะการติดต่อกับชาติตะวันตก  ดังนั้นด้วยความที่มีกระบวนการแพร่กระจายทางวัฒนธรรมที่มาพร้อมกับการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันของญี่ปุ่นกับชาติต่างๆ  ในเรื่องของวัฒนธรรมทางด้านดนตรีญี่ปุ่น รวมถึงผลงานทางดนตรีของ Kyu Sakamoto จึงได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมาผสมผสานกับความเป็นดนตรีญี่ปุ่นตามไปด้วยเช่นกัน  
ลักษณะเด่นทางดนตรีของ kyu Sakamoto
          ผลงานทางดนตรีของ Kyu Sakamoto มาจากกระบวนการทางความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีจุดเด่นที่สำคัญ 2 ประการ  คือ  
1.  ลักษณะเนื้อร้องสะท้อนการให้กำลังใจและความหวัง
                          จุดเด่นของผลงานทางด้านดนตรีของ Kyu Sakamoto ที่เด่นชัดคือเรื่องของเนื้อร้องที่ไม่ได้เน้นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความรักเชิงชู้สาว  หรือเรื่องราวที่แสดงความเป็นชาตินิยมญี่ปุ่นดังเช่นเนื้อหาของบทเพลงทั่วไปในขณะนั้น หรือหากจะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวดังกล่าวก็เป็นการเปรียบเทียบในเชิงการให้แง่คิดอื่นๆแฝงตามไปด้วย 
                    เนื้อหาที่มีความโดดเด่นในบทเพลงของ Kyu Sakamoto ที่มีความสำคัญได้แก่  การสร้างกำลังใจให้กับผู้ที่มีความท้อแท้ผิดหวังในชีวิตจากเรื่องราวต่างๆ รวมถึงการใช้เนื้อหาเพื่อโน้มน้าวในการสร้างจิตสำนึกสาธารณะให้มุ่งเน้นระโยชน์ส่วนตนเป็นที่สองแต่ให้ความสำคัญในประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นลำดับแรก  
2.  ลักษณะทางดนตรีที่มีการผสมผสานอย่างลงตัวของความเป็นญี่ปุ่นและตะวันตก
                    จุดเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่งของผลงานทางด้านดนตรีของ kyu Sakamoto อย่างหนึ่ง คือการผสมผสานวัฒนธรรมดนตรี 2 ส่วนเข้าไว้ด้วยกัน  คือการนำลักษณะของท่วงทำนองดนตรีแบบญี่ปุ่นและแบบตะวันตกมาผสมผสานในบทเพลง  และเน้นการใช้เครื่องดนตรีที่มีลักษณะความเป็นดนตรี Acoustic หรือเสียงธรรมชาติในบทเพลงเป็นหลัก  และหลักการทางการสร้างสรรค์งานดนตรีลักษณะนี้นับเป็นจุดเด่นของผลงานดนตรีของ Kyu Sakamoto ที่สำคัญที่สุดไม่แพ้ในส่วนของเนื้อหาทางดนตรีที่สะท้อนผ่านเนื้อร้องในการสร้างแรงบันดาลใจอีกด้วย   
          จะเห็นได้ว่า Kyu Sakamoto นับเป็นนักดนตรีชาวญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความสามารถและผลงานทางด้านดนตรีไปทั่วโลก  ทั้งนี้มีพื้นฐานมาจากการที่เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีความอบอุ่น  และได้รับการศึกษาที่ดี  จากพื้นฐานที่สำคัญเหล่านี้จึงทำให้ Kyu Sakamoto ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก  ลักษณะของผลงานเพลงที่สำคัญของ Kyu Sakamoto คือ เป็นบทเพลงที่ผสมผสานอัตลักษณ์ความเป็นดนตรีของ 2 วัฒนธรรม  คือดนตรีตะวันตกและดนตรีแบบญี่ปุ่น  และลักษณะของผลงานดนตรีที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือเรื่องของเนื้อหาของบทเพลงต่างๆของ Kyu Sakamoto ที่มุ่งเน้นในการให้แง่คิดและการให้กำลังใจ  จึงทำให้บทเพลงของ Kyu Sakamoto ยังคงอยู่ในใจของแฟนเพลงมาจนถึงปัจจุบันนี้
 
บรรณานุกรม
ปราณี  จงสุจริตธรรม (แปล) , ญี่ปุ่น 360 องศา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม, 2549
อาคีรา  พงษ์เพชร (แปล) , หน้าต่างสู่โลกกว้าง ญี่ปุ่น, กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์หน้าต่างสู่โลกกว้าง, 2554
http://www.japankiku.com/classic/kyusakamoto.html
http://en.wikipedia.org/wiki/Kyu_Sakamoto
 
 
หมวดหมู่บันทึก: ประวัติศาสตร์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 22 พฤศจิกายน 2554 15:19 แก้ไข: 22 พฤศจิกายน 2554 15:19 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 เมตตา, และ Ico24 ใยมะพร้าวน้องใยไหม.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากครับ ครูนนช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้ทำวิจัยในสาขานี้ ได้เดินทางไปญี่ปุ่น ได้อยู่กับเรื่องราวทางทางดนตรี และประวัติศาสตร์อันอบอุ่นแบบนี้

 

ฟังเพลงแล้วก็รู้สึกเพลิดเพลินและอบอุ่นมากครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ถ้าเป็นญี่ปุ่นมารุแอ๊ะจะนึกถึงเมือง kitty อ่ะ อาจารย์นนเคยไปแวะดูไหม๊ชอบมว๊ากก

Ico48
bbsword [IP: 115.31.169.2]
04 มิถุนายน 2555 21:22
#77671

ขอบพระคุณอาจารย์ที่กรุณาแบ่งปันความรู้และความรู้สึกดีๆนะครับ เรื่องราวของเขาน่าสนใจมาก ผมสนใจด้วยว่า ตอนเครื่องบินตกเขาได้ทิ้งอะไรไว้เบื้องหลังด้วยหรือเปล่าเพราะตามไปดูเรื่องเที่ยวบินนั้นเห็นว่า มีเวลาราว32 นาทีทำให้พบหลักฐานจำนวนไม่น้อยที่ผู้โดยสารจำนวนหนึ่งจากทั้งหมดร่วม500 คนได้ทิ้งเอาไว้ถึงญาติมิตรที่อยู่ข้างหลัง แต่ผมว่าเมื่อเขารู้ชะตากรรมแล้ว เขาต้องเป็นคนกล้าหาญมากแน่ๆ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.227.186.112
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ