นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Smarn
Ico64
Smarn Sen Ngam
รองศาสตราจารย์
มหาวิทยาลัยรังสิต
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
Ico24 Ico32_fl4 car
Ico24 Ico32_fl3 fl3
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 1

อ่าน: 2221
ความเห็น: 7

รถไฟรางคู่: ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ

ขอรางขนาด 1.435 เมตร... เสียง 1 ใน 67 ล้าน ที่ให้ความเห็นว่าประเทศไทยควรเดินอย่างไร

ครับ ไหน ๆ จะทำรถไฟรางคู่ทั้งที ทำให้ดี ตามที่ควรจะเป็น นั่นคือปรับไปใช้รางกว้างตามขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร

เพราะโครงการรถไฟรางคู่เดิมนั้น ใช้ขนาดเดิมคือ 1 เมตร ซึ่งแคบ วิ่งเร็วไม่ได้ ตกรางง่าย แทบไม่ได้ช่วยให้รู้สึกว่าทำทั้งทีคุ้มค่าเหนื่อย เลยขอยกตัวอย่างครับ สำหรับใครที่เคยระลึกอดีตได้ว่าเคยนั่งรถไฟด่วนดีเซลราง ลองตามมาดูนะครับ

ด่วนดีเซลราง กรุงเทพ-หาดใหญ่ ใช้เวลา 11-12 ชั่วโมง

  • ถ้าเป็นรางคู่ 1.0 ม. น่าจะทำได้เป็น 8-9 ชั่วโมง (วิ่งไม่เกิน 120 กม./ชม.)
  • ถ้าเป็นรางคู่ 1.435 ม. น่าจะเหลือ 6-7 ชั่วโมง (วิ่งประมาณ 140 กม./ชม.)

เช่นกันครับ กรุงเทพ-เชียงใหม่ ก็น่าจะราว ๆ 4-5 ชั่วโมง

ครับยังงี้ เครื่องบินต้นทุนต่ำมีสิทธิ์หนาวครับ

  • เพราะไปรถไฟ 5 ชั่วโมง ก็คือ 5 ชั่วโมง + 20 นาที
  • แต่เครื่องบิน 1 ชั่วโมง หมายถึงมีกิจกรรมทั้งล่วงหน้า 2 ชม. +และตามหลังอีก 1 ชม. รวม ๆ ก็ 4 ชั่วโมงครับ

นี่เป็นตัวเลขคร่าว ๆ ครับ ยังไม่ถึงกับเทคนิคนัก เพราะรีบ ๆ ออกเสียง 1 ใน 67 ล้าน ที่ให้ความเห็นว่าประเทศไทยควรเดินอย่างไร ...ครับ

 

รายละเอียดเพิ่มเติมดูจาก ...

Wikipedia

ประวัติ

...
อดีตการเลือกขนาดรางรถไฟในการก่อสร้างนั้น ส่วนหนึ่งมาจากเงื่อนไขบางอย่างเพื่อตอบสนองเงื่อนไขในท้องถิ่น เช่น รถไฟรางแคบ ค่าก่อสร้างมีราคาถูกกว่า และสามารถเข้าพื้นที่แคบๆ ข้างหน้าผาได้ดี แต่รางรถไฟรางกว้างให้เสถียรภาพมากขึ้นและสามารถใช้ความเร็วสูงได้มากขึ้น

ในบางประเทศ การเลือกใช้รางเป็นประเด็นทางการเมือง การปกครอง เช่น ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการใช้รางรถไฟรางแคบ ขนาด 1 เมตร ในดินแดนภายใต้อาณานิคม ของประเทศอังกฤษ และฝรังเศส เมื่อประเทศสยาม (ไทย) ได้สร้างรถไฟหลวงสายแรกเพื่อไปเชียงใหม่ โดยใช้ขนาด 1.435 เมตร มีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์อีกด้วยว่าในระหว่างความขัดแย้งทางการค้าไทยกับฝรั่งเศส ได้มีการทำสนธิสัญญาไว้ข้อหนึ่ง ซึ่งห้ามประเทศไทยสร้างทางรถไฟไปชิดชายฝั่งแม่น้ำโขง ทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือจึงสร้างไปหยุดที่ อำเภอวารินชำราบในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอุดรธานี[4] สำหรับทางรถไฟสายใต้นั้นก่อสร้างด้วยเงินกู้จากประเทศอังกฤษ ซึ่งประเทศไทยจำยอมต้องสร้างด้วยขนาด 1.00 เมตร ด้วยเหตุผลที่อังกฤษตั้องการใช้เป็นเส้นทางเชื่อมทางระหว่างมลายูกับพม่า ซึ่งเป็นรางขนาด 1.00 เมตร และมีค่าก่อสร้างถูกกว่าด้วย

รางรถไฟในประเทศไทย

การพัฒนารางรถไฟในประเทศไทยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยได้มีการสร้างรางรถไฟขนาด 1.435 เมตรในบริเวณตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาในรางสายเหนือ โดยไม่ใช้ขนาดเดียวกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหลบเลี่ยงจากขนาดรางรถไฟของอังกฤษ ป้องกันการรุกรานเป็นอาณานิคม และต่อมาได้มีการสร้างรางเพิ่ม ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ได้สร้างขนาด 1.000 เมตร ซึ่งเป็นรางรถไฟสายใต้ปัจจุบัน


รางรถไฟ 1.000 เมตร (มีเตอร์เกจ)

 รางรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย ขนาด 1 เมตร หรือ Meter Gauge
รถไฟหลวง สถานีรถไฟกรุงเทพ - สถานีรถไฟนครราชสีมา (ในอดีตมีขนาด 1.435 เมตร)
รางรถไฟ 1.435 เมตร (สแตนดาร์ดเกจ)

 รถไฟฟ้ามหานคร
รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
รถไฟฟ้า บีทีเอส


รางรถไฟรางแคบขนาด 0.700 เมตร

 ทางรถไฟสายหาดเจ้าสำราญ (เป็นรถไฟชั้นเจ้านาย ปัจจุบันเป็นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 3177 เพชรบุรี-หาดเจ้าสำราญ) 

 


Update ล่าสุด ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗

 


หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 04 มิถุนายน 2557 15:44 แก้ไข: 30 กรกฎาคม 2557 13:15 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 คนธรรมดา, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24มิกกี้, Ico24 คนธรรมดา, และ Ico24 ใยมะพร้าวน้องใยไหม.

งานนี้้ของดดอกไม้ครับ ขอคอมเม้นต์หน่ะ เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย หรือมีข้อเสนออย่างอื่น

นะครับ เห็นด้วยอีก 1 เสียงก็จะดังเพิ่มเป็น 2 เท่า และอีก ... หลาย ๆ เสียง

โดยส่วนตัวผมชอบนั่งรถไฟ

นั่งตั้งแต่หัวรถจักรไอน้ำ

บ้านเดิมอยู่หน้าสถานีรถไฟ

จากอดีตจนกระทั้งถึงปัจจุบัน มันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมาก

จะเปลี่ยนก็แต่ หัวรถจักรไอน้ำ มาเป็นดีเซล

รางยังคงเดิม ขาดการบำรุงรักษา อย่างรุนแรง

เห็นด้วย ยกมือขึ้นสูงๆ ทั้งสองมือ สนับสนุนแนวคิดของอาจารย์

แต่แรงเรา ฤ จะสู้ สิ่งที่มองไม่เห็น

..แต่แรงเรา ฤ จะสู้ สิ่งที่มองไม่เห็น ...

ครับ รวมทั้งเรา ๆ ท่าน ๆ ที่เห็นผ่านตา แต่ไม่มองอีกนับล้าน ๆ คน ที่เข้าสู่ภาวะ ไม่อือ ไม่หือ

ก็เลย ขอแรงช่วยกันเยอะ ๆ ครับ เพราะที่พูดกันอยู่ เป็นการปฏิรูปประเทศไทยครับ

เมื่อเดือนก่อนได้ขี่จักรยานไปปาดังเบซาร์และข้ามสะพานเหนือรางรถไฟ รางคู่ และมีแขนยึดสายไฟฟ้าเหนือรถไฟที่วิ่งบนราง ยังไม่มีโอกาสขอเข้าไปวัดขนาดว่าเป็น ระยะห่างรางขนาด 1.435 เมตร หรือไม่? ในขณะที่ฝั่งด้านไทย ยังไม่ได้ทำอะไรเลย :-(

มาเลย์เลือกใช้ 1.00 เมตรครับ จาก Wiki

http://en.m.wikipedia.org/wiki/Rail_transport_in_Malaysia

ขอแสดงความยินดีกับคนไทย และประเทศไทยครับ

เมื่อตะกี๊ หน.คสช. กล่าวถึง รถไฟระยะเร่งด่วนในสายสำคัญใช้รางขนาด1 เมตรก่อน

แต่ระยะยาวต้องใช้ขนาดมาตรฐานที่วิ่งได้เร็วถึง 160 กม/ชม

อัพเดตรายงานข่าวด่วน ครับผม

Update ล่าสุด

คสช.ไฟเขียวแผนยุทธศาสตร์คมนาคม รถไฟทางคู่ 8 เส้นทางวงเงินรวมกว่า 8.6 แสนล้านบาท

ใช้รางขนาดเดิม 1 เมตร 6 เส้นทางรวม 1.2 แสนล้าน พร้อมปรับแบบ 2 เส้นทาง รองรับรถไฟทางคู่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแทน"รถไฟความเร็วสูง" วงเงินกว่า 7.4 แสนล้านบาท ..

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งทางราง เป็นการเน้นที่การพัฒนารถไฟทางคู่รวม 8 เส้นทาง โดยแบ่งเป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานรถไฟเป็นรถไฟทางคู่โดยใช้รางขนาด 1 เมตร ... 6 เส้นทางระยะทางรวม 887 กิโลเมตร วงเงิน 127,472 ล้านบาท ได้แก่

  • เส้นทางชุมทางจิระ - ขอนแก่น วงเงิน 26,007 ล้านบาท,
  • เส้นทางประจวบคีรีขันธ์ - ชุมพร วงเงิน 17,293 ล้านบาท ,
  • เส้นทางนครปฐม - หัวหิน วงเงิน 20,038 ล้านบาท ,
  • เส้นทางมาบกะเบา - นครราชสีมา วงเงิน 29,855 ล้านบาท,
  • เส้นทางลพบุรี - ปากน้ำโพ วงเงิน 24,842 ล้านบาท
  • และเส้นทางหัวหิน - ประจวบคีรีขันธ์ วงเงิน 9,437 ล้านบาท

โดยจะแล้วเสร็จภายในปี 2563 และจะสามารถแก้ปัญหาการเดินรถไฟที่คับคั่งในปัจจุบันเนื่องจากจะสามารถเพิ่มจำนวนการเดินรถได้จาก 268 เที่ยวต่อวัน เป็น 800 เที่ยวต่อวัน

ปรับแผนสร้างรถไฟฟ้าแทน'ความเร็วสูง'

ส่วนอีก 2 เส้นทาง คือ โครงการวางมาตรฐานการเดินรถทางรางใหม่สำหรับอนาคต โดยสร้างรถไฟทางคู่ขนาด 1.435 เมตร (Standard Gauge) จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่

  • เส้นทางหนองคาย - นครราชสีมา - ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะทาง 737 กิโลเมตร วงเงิน 392,570 ล้านบาท
  • และเส้นทางเชียงของ - เด่นชัย - บ้านภาชี ระยะทาง 655 กิโลเมตร วงเงิน 348,890 ล้านบาท

นางสร้อยทิพย์ กล่าวว่า ทั้งสองโครงการนี้จะใช้งานรถไฟที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและเป็นการรองรับการเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟที่จะเชื่อมต่อกับสปป.ลาวและจีนในอนาคต “โครงการเดินรถทางรางขนาด 1.435 เมตร จะเป็นการนำโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ศึกษาไว้มาศึกษาเพิ่มเติมในการปรับเปลี่ยนให้เป็นรถไฟทางคู่ระบบไฟฟ้าที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะใช้งบประมาณน้อยกว่าและมีความคุ้มค่ามากกว่ารถไฟความเร็วสูงเพราะสามารถขนส่งได้ทั้งคนและสินค้า นอกจากนั้นหากในอนาคตประเทศไทยจะมีโครงการรถไฟความเร็วสูงในอนาคตก็สามารถใช้รางขนาด 1.435 ที่จะมีการสร้างใน 2 เส้นทางนี้ในการเดินรถได้ด้วย” นางสร้อยทิพย์กล่าว

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.81.29.254
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ