นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

วันสุไลมาน เจะแวมาแจ
Ico64
Mr. Wansulaiman Chewaemachae
Academic Higher Education
Division of Student Affairs at Prince of Songkla University Pattani Campus
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 3

อ่าน: 251
ความเห็น: 0

จับเวลาให้เป็นรายได้

ในยุคสมัยที่ไม่จำเป็นต้องมีสินค้าที่จับต้องได้ แต่มีบริการที่จับต้องได้จริง เท่านี้ก็สามารถทำเงินได้เช่นกัน

ปัจจุบัน มนุษย์มีเวลาน้อยลง เวลาส่วนตัวที่จะอยู่กับสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งแวดล้อมที่สามารถผ่อนคลายชีวิต จิตใจ และฝึกประสบการณ์ต่าง ๆ นอกเหนือจากภารกิจประจำ เช่น การเรียน การศึกษา และการทำงาน

เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่ให้เวลาไปกับสิ่งของชิ้นใหม่ที่สร้างนวัตกรรมผ่านเทคโนโลยี นั้นคือ สื่อสังคมออนไลน์

ที่นับวัน เกือบจะทุกคนก็ว่าได้ ต่างทุ่มเทเวลาไปโดยไม่ได้ตั้งใจและตั้งใจหรือจะเชิงบังคับต้องทุ่มเทเวลาให้กับสื่อสังคมออนไลน์นั้น

เพียงเพราะสื่อสังคมออนไลน์บางชนิด ได้สร้างความพึงพอใจในการให้บริการมากมาย สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ให้กับคนที่ไม่เคยมีบทบาทในสังคม แม้กระทั่งในบ้านตัวเอง ขณะเดียวกันก็สร้างปรากฎการณ์ในการอยู่ร่วมกันของสังคม สร้างระเบียบสังคมใหม่ ลดช่องว่างต่าง ๆ จนขณะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

แต่มีบางอย่างที่สื่อสังคมออนไลน์เหล่านั้น ได้เก็บวัตถุประสงค์บางอย่างไว้ โดยไม่ได้บอกให้กับผู้ใช้บริการเข้าใจโดยตรง อาจจะดูเหมือนกับรูปแบบการให้บริการขอสื่อทั่วไปเช่นกัน

สำหรับสื่อสังคมออนไลน์นั้น แท้จริงไม่ได้ต้องการแค่เพียงข้อมูลฟรี ๆ จากเราเท่านั้น ข้อมูลที่เราใส่เข้าไปในเว็บไซต์ฟรีหรือบนแอปพลิชั่นฟรี ที่พร้อมรองรับ พร้อมจัดสรรพื้นที่บนคอมพิวเตอร์เขาให้กับเรา โดยไม่รู้ว่าวันไหนจะหายไปหรือวันไหนจะถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบให้บริการและข้อมูล

ในความเป็นจริงสื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้ กลับต้องการให้เราอยู่กับเขามากที่สุด จึงพยายามสร้างรูปแบบการให้บริการใหม่ที่หลากหลาย เพื่อดึงเวลาจากเราให้มากที่สุด เพราะถ้าเราทุ่มเททุกอย่างในชีวิตหรือครึ่งชีวิต หรือเสี้ยวหนึ่งของเวลาในชีวิตของแต่ละวันไปกับสื่อสังคมออนไลน์นั้น ก็เท่ากับเราได้ต่ออายุให้กับสื่อเหล่านั้นสามารถดำรงอยู่บนโลกธุรกิจต่อไปได้ แลกเปลี่ยนกับสิ่งที่ผู้ผลิตทุ่มเทไป

ข้อมูลของผู้ใช้บริการที่ถูกบรรจุลงในสื่อสังคมออนไลน์ด้วยตัวผู้ใช้บริการเองและด้วยความยินยอมเอง ถือเป็นผลพลอยได้อย่างหนึ่งเท่านั้น ที่สามารถนำไปตีความเพื่อระบุตัวตน เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการโฆษณา หากไม่สามารถระบุได้ก็ยังมีผู้ใช้บริการคงอยู่ต่อไป

แต่ถ้าวันใดที่ผู้ใช้บริการไม่อยู่หรืออยู่ไม่นาน ไม่สามารถอยู่บนสื่อสังคมออนไลน์นั้นได้นานพอ พอจะได้ถ่ายทอดโฆษณาหรือรูปแบบการให้บริการนั้นจนจบ ธุรกิจสื่อสังคมออนไลน์ก็จะอยู่ไม่ได้เช่นกัน

สุดท้ายแล้ว สื่อสังคมออนไลน์นั้นต้องการเวลาจากเรามากที่สุด ก็ไม่แตกต่างอะไรจากสื่อโทรทัศน์ในอดีตจนถึงปัจุจุบัน ที่ต้องการวัดเวลานั่งชมว่ามีช่องใด รายการใด มีผู้เข้าชมมากที่สุดหรือนานทีี่สุด เพื่อจะดึงผู้ใช้บริการให้อยู่ได้นาน นานพอที่จะชมการให้บริการใหม่ที่จะนำไปสู่รายได้แก่องค์กรธุรกิจนั้น ๆ

สื่อสังคมออนไลน์นั้น ไม่จำเป็นต้องมีผู้ใช้บริการมากเสมอ ถ้าหากผู้ใช้บริการนั้นมีคุณภาพพอ พอที่จะลงทุนในอนาคต ยิ่งถ้าอยู่กับสื่อนั้นยาวนาน คุณภาพที่ดีของผู้ใช้บริการ ก็จะนำไปสู่รายได้ที่ดีขององค์กรเช่นกัน ถึงแม้จะมีผู้ใช้บริการมากมายแต่ถ้าอยู่แค่ชั่วครั้งชั่วคราว ก็ไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงภาพรวมทั้งหมดได้เสมอไป

เมื่อมนุษย์แต่ละคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากันในแต่ละวัน หากใครได้เวลาของมนุษย์คนนั้นไป 1 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ก็สามารถเพิ่มรายได้ และมีแรงจูงใจในการนำเสนอโฆษณาแก่องค์กรธุรกิจอื่นที่เข้ามาจะใช้บริการต่อไปได้

ดังนั้น ไม่ว่าจะใช้งานอะไรหรือใช้สื่อแบบใด หากบริหารเวลาให้ดี ก็จะเป็นผลดีต่อตัวเราและสังคมรอบข้าง เวลาที่ใช้ไปก็จะมีคุณค่า หาก ๑ ชม. นั้นสามารถเปลี่ยนสังคมด้วยสื่อสังคมออนไลน์

สื่อสังคมออนไลน์ ก็เปรียบเสมือน ยาชนิดหนึ่ง ที่มีทั้งคุณอนันต์และโทษมหันต์ ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีหรือใช้เกินพอดี

คำว่า "รู้เท่าทันสื่อ" ยังไม่สายไปสำหรับทุกคน

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 01 เมษายน 2562 12:47 แก้ไข: 01 เมษายน 2562 12:47 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.24.122.228
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ