นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

วันสุไลมาน เจะแวมาแจ
Ico64
Mr. Wansulaiman Chewaemachae
Academic Higher Education
Division of Student Affairs at Prince of Songkla University Pattani Campus
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 3

อ่าน: 4406
ความเห็น: 0

สระมรกตปาตานี : Patani Emerald Pool

แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดปัตตานี : ดินแดนแห่งสันติภาพ สังคมอุดมปัญญา บ่มเพาะวัฒนธรรมอันงดงาม ปาตานีดารุสลาม

สวัสดีครับ

กลายเป็นกระแสให้ค้นหาและติดตาม แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่กล่าวขานกันมากที่สุด ณ​ ตอนนี้ คือ สระมรกตปาตานี

เมื่อกล่าวถึงสระมรกต หลายคนพูดเป็นเสียงตรงกันว่า สระมรกตกระบี่ แต่วันนี้หลายคนกลับเรียกหาสระมรกตปัตตานี หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งอันเป็นตำนานพื้นที่แห่งนี้ นั้นคือ ปาตานี แหล่งกำเนิดประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัด และเป็นที่ตั้งเดียวกับสระมรกตปัตตานีแห่งนี้

ก่อนอื่นขอกำหนดกติกาการอ่านเนื้อหาตรงนี้ก่อนว่า มิใช่บทความการท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด และเป็นการบอกกล่าว แนะนำเส้นทาง การปฎิบัติตัวในชุมชน รวมถึงสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจและนำไปปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น เพราะเป็นสิ่งเกิดใหม่ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงที่กระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบ

สำหรับการเดินทางครั้งนี้ ขอกำหนดจุดเริ่มที่ต้น ณ มัสยิดกลางปัตตานี ยานพาหนะในการเดินทางครั้งนี้ใช้รถจักรยานยนต์ครอบครัว และเป็นการสำรวจแบบคาดเดาเหตุการณ์เฉพาะหน้าทันที 

แต่ก่อนจะลงพื้นที่จริง เราต้องศึกษาข้อมูลเชิงเอกสารก่อนนะครับว่า สระมรกตปาตานีแห่งนี้ อยู่ ณ ที่แห่งหนตำบลใด ในที่สุดก็สืบทราบว่าอยู่อำเภอเมืองนี้เอง ก็ไม่ไกลมาก ทีแรกคิดว่าไกลอยู่ต่างอำเภอลึกลงไป ทีนี้เห็นว่าคาบเกี่ยวสองตำบลอีก ไม่รู้ใครเป็นเจ้าภาพหรือเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวใหม่แห่งนี้ 

ไหน ๆ ก็อยู่ในอำเภอเดียวกัน แต่สองตำบลก็ขอเลือกศึกษาตำบลที่อยู่ในพื้นที่ใกล้มากที่สุด คือ ตำบลคลองมานิง (ข้อมูลนี้คัดลอกจากเว็บตำบล)

"ตำบลคลองมานิง เป็นตำบลหนึ่งในอำเภอเมืองปัตตานี เป็นตำบลเก่าแก่ที่มีลำคลองคลองมานิง ไหลผ่านพื้นที่ตำบล ซึ่งประชาชนใช้อาศัยเป็นทางสัญจรทางน้ำ เมื่อครั้งกรุงลังกาสุกะ ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านจาเละ ตำบลยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เรื่อยมาจนถึงสมัยรัฐปัตตานีดารุสลาม ซึ่งมีเมืองกรือเซะ เป็นจุดศูนย์กลางการปกครอง 

โดยลำคลองดังกล่าวเป็นลำคลองที่แยกมาจากแม่น้ำปัตตานี โดยไหลผ่าน ตำบลยะรัง ตำบลประจัน ตำบลปูยุด ตำบลบาราเฮาะ บ้านตาเนาะบาตู บ้านนาแม ตำบลคลองมานิง บ้านกรือเซะ ตำบลตันหยงลุโละ และไหลลงสู่อ่าวไทย ด้วยเหตุนี้ทำให้มีการสร้างบ้านเรือนอยู่ตลอดริมฝั่ง 

คลองมานิง ซึ่งสามารถพบเห็นชุมชนและสุสานของมุสลิม (กุโบร์) เก่า ณ บ้านสระมาลา หมู่ที่ ๓ ตำบล คลองมานิง อำเภอเมืองปัตตานี ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เรียกว่า“กูโบร์เปิงลีมอ”หรือ“กูโบร์แม่ทัพหรือขุนศึก” หินกูโบร์นั้น นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าจะทำมาจากหินอาเจะห์ (batu aceh) มีลวดลายที่สวยงามและมีอายุเก่าแก่ 

สันนิษฐานว่าน่าจะอายุเก่าแก่เทียบเท่ากับมัสยิดตะโละมาเนาะ จังหวัดนราธิวาส ส่วนที่มาของชื่อตำบลคลองมานิง เป็นคำที่เพี้ยนมาจากภาษามาลายู “ฆลองมานิง”(Gelong Mandi) มีความหมายว่า คลองที่สำหรับอาบน้ำของประชาชนในตำบลคลองมานิงและใกล้เคียง เดิมในตำบลคลองมานิง มีลำคลอง ที่ใช้เป็นเส้นทางสัญจรเดินเรือทางการเกษตร 

ต่อมาลำคลองดังกล่าวตื้นเขิน เรือจึงล้มและเกยตื้น และส่วนหนึ่งน้ำเป็นวังน้ำวน เมื่อเรือล่มทุกคนในเรือหันมาเล่นน้ำที่วังน้ำวนนั้น เมื่อผู้คนผ่านมาผ่านไปเห็นก็พูดกันต่อๆ มา จนเป็นที่มาของภาษามาลายูว่า “ฆลองมานิง” (Gelong Mandi) จนถึงปัจจุบัน"

ประวัติศาสตร์น่าสนใจมาก ยิ่งได้ดูแผนที่จากท้องฟ้าแล้ว ยิ่งน่าอัศจรรย์ เพราะมีแหล่งน้ำรายรอบ ยิ่งมาพบบ้านเรือนริมถนนยิ่งน่าประทับใจในความสวยงามและเงียบสงบ

เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว เราไปกันเลยนะครับ

 



ภาพที่ ๑ จุดเริ่มต้นที่บอก คือ มัสยิดกลางปัตตานี ที่เริ่มจุดนี้ เพราะง่ายแก่ผู้เดินทางที่มาจากทุกสารทิศ จะมารวมตัวที่นี้ก่อนแล้วออกเดินทางไปยังจุดต่าง ๆ ของจังหวัด ในภาพเป็นสี่แยกตลาดสดเทศวิวัฒน์หรืออีกชื่อหนึ่งคือสีแยกตลาดไดอาน่า ให้จอดรอสัญญาณไฟจราจรก่อนนะครับ ไม่ต้องรีบ ได้ไปทุกคน สังเกตจากป้ายบอกเส้นทางด้านบน ระบุว่า นราธิาส ไปทางขวา เดี๋ยวจะไปทางนี้กัน

 



ภาพที่ ๒ เมื่อเราเลี้ยวขวาจากสี่แยกตลาดไดอาน่าแล้ว ให้ขับตรงมาเลยนะครับ จากนั้นก็จะถึงทางแยกเข้าถนนสายหลักนั้นคือทางหลวง ทางที่จะไปนราธิวาสกันครับ

 



ภาพที่ ๓ พอเข้าถนนสายหลักแล้ว ก็จะถึงสี่แยกไฟแดงอีกครั้ง ตรงนี้ต้องรอนะครับ ต่อให้รถไม่มีก็ต้องรอ วันนี้เห็นรถจักรยานยนต์ ๒ คัน ขับฝ่าไปเลย โชคดีที่ไม่มีรถสวนมา ไม่งั้นก็มีการสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์อีกครั้ง

 



ภาพที่ ๔ เมื่อผ่านสัญญานจราจรตรงสี่แยกนั้นมาแล้ว ก็ให้ขับตรงมาเลยนะครับ ให้ถึงโรงเรียนจงรักสัตย์วิทยา (โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม) ให้สังเกตป้ายด้วยนะครับ ว่าถึงบ้านปาเระหรือยัง เมื่อใกล้ถึงแล้ว ให้เปลี่ยนช่องทางเดินรถไปชิดขวาเพื่อจะเตรียมกลับรถแล้วเลี้ยวเข้าปากทางไปสระมรกตกัน

 

ภาพที่ ๕ กลับรถเสร็จแล้ว ก็ตรงมาเลยนะครับ ตรงมาจนเยื้องมัสยิดกรือเซะ (ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามทางที่เราขับรถมา) ให้สังเกตป้ายนี้นะครับ เตรียมตัวเลี้ยวซ้ายเลย ระวังรถย้อนศรด้วยนะครับ จะมีรถจักรยานยนต์ขับสวนมาบ่อย เพราะจุดกลับรถแถวนี้ไกลไปนิด 

 

ภาพที่ ๖ เมื่อเราเลี้ยวแล้วจะเห็นว่ามีบ่อน้ำอยู่ด้านซ้ายมือตรงปากทางเข้าพอดี

สำหรับเส้นทางที่จะไปนี้ คิดเองนะครับ คิดว่าต้องไปทางนี้ อาศัยแผนที่จากกูเกิ้ลเข้าช่วยและเดาทางก่อนมา ระหว่างเดินทางนั้น อาศัยจำในสมองไว้ก่อน

จากภาพมีการทำซุ้มประตูอยู่ อาจต้องระวังนิดหนึ่ง เขากำลังก่อสร้างอยู่ และเส้นทางนี้เล็กนิดหน่อย ขับรถช้า ๆ นิดหนึ่ง เพราะบ้านเรือนแถวชุมชนนี้สงบมาก คนเยอะดี หน้าบ้านติดถนนด้วย จึงต้องระวังให้มาก เพราะเราในฐานะคนผ่านทางต้องให้เกียรติเจ้าบ้านหน่อย

 

ภาพที่ ๗ พอขับมาถึงจุดนี้ ก็จะเห็นมัสยิดอันสวยงาม สามารถมองเห็นมาแต่ไกล แถวนี้มัสยิดเยอะมาก รู้สึกอบอุ่น ยิ่งใกล้ถึงช่วงเดือนรอมาฎอน ยิ่งน่ามาร่วมกิจกรรม ซ้ายมือของภาพก็จะมีสะพานข้ามไปยังมัสยิดอีก ๑ หลัง และสามารถขับรถทะลุไปยังถนนหน้ามัสยิดกรือเซะได้อีก

ข้ามสะพานมาเลยนะครับ ถ้าถ่ายรูปเสร็จแล้ว

 

ภาพที่ ๘ ทีนี้ก็ขับยาว ๆ มาเลย จะรีบก็ได้ เพราะบ้านคนไม่เยอะ แต่มีคนทำไร่ ทำนาเยอะ บรรยากาศดีมาก จากภาพก็จะเห็นมีด่านตรวจชั่วคราวนะครับ ไว้เวลามีเหตุฉุกเฉิน ข้างด่านก็จะเป็นกูโบร์นะครับ หมายถึง สุสานมุสลิมนั้นเอง

พอถึงจุดนี้ แวะทักทายด้วยนะครับ "อัส-ลาม-มู-อา-ลัย-กุม-ยา-อะฮ์-ลี-กู-โบร์" สั้น ๆ สำหรับมุสลิมนะครับ

 

ภาพที่ ๙ เมื่อพ้นกูโบร์มาแล้ว ก็ถึง อบต. คลองมานิง ซะที น่าจะสร้างใหม่นะครับ สวยงามมาก เหมาะแก่การจัดกิจกรรมชุมชน สำนักงานอยู่ฝั่งขวามือนะครับ พอเห็นแล้วชะลอรถเลย เตรียวตัวเลี้ยวซ้าย

 

ภาพที่ ๑๐ ที่นี้ก็ถึงแล้ว ปากทางเข้าสระมรกตปาตานี ให้สังเกตป้ายอีกนะครับ เขาระบุว่า "เขตชุมชนลดความเร็ว" แสดงว่าแถวนี้ คนเยอะแน่นอน เลี้ยวเลยครับ พอเห็นป้าย แต่ให้เลี้ยวช้า ๆ นะครับ ระวังทุกโค้งเลยเวลาเข้าไป ทางซิกแซกหน่อย ทางเป็นแบบขรุขระ หลุมบ่อนะครับ รถยนต์สวนทางไปไม่ได้ ถ้าจะสวนทางกัน อีกคันต้องตกข้างทาง ไม่ใช่แค่หลบ เพราะข้างทางมันชันเกินไป ให้สังเกตดี ๆ ว่าคันข้างหน้ามีไหม ส่วนรถจักรยานยนต์ทั่วไปหรือพ่วงข้าง รวมถึงจักรยานไปได้สบาย แต่ให้ระวังล้อจะเซไปกับทรายไปโดนรถที่สวนมา อ้อ ส่วนใหญ่รถกระบะนะครับที่เข้าไป รถเก๋งนี้ยังไม่เห็นเลย ถ้าเข้าไปได้ให้ระวังหลุมกับทราย

 

ภาพที่ ๑๑ นี้คือ เส้นทางที่จะผ่านไปนะครับ ช่วงแรกจะเป็นทางดินแดง ขุรขระหน่อย พอถึงกลางทางเริ่มเป็นทรายเลย เหมาะมากสำหรับเหล่าบรรดานักปั่นเสือภูเขา ส่วนรถจักรยานยนต์ หมดสิทธิ์ ยกเว้นมีน้ำมันเหลือพอที่จะบิดสู้เนินทราย เพราะทรายซับรถยางดีมากเลย ขวามือก็เป็นบ่อทรายหรือสระน้ำที่ผ่านการขุดดินนั้นเอง

 

ภาพที่ ๑๒ เราจะเห็นภาพสระน้ำหรือบ่อทรายแบบนี้ตลอดทางนะครับ ก่อนมาได้ตั้งข้อสังเกตในใจแล้วว่า สระมรกตปาตานีนี้เป็นแบบไหน แต่สระน้ำระหว่างทางนั้น น้ำไม่ใสเลย เขียวมืดมาก

ถึงได้บอกว่า ของดี ๆ จะอยู่ข้างใน เหมือนช้างเผือกที่อยู่ในป่าลึก
ขับรถต่อไปนะครับ อย่ามัวแต่ดูสระข้างทาง สวยงาม แต่น้ำมันลึกมาก ตกถนนมีหวังยกไม่ขึ้น

 

ภาพที่ ๑๓ เส้นทางดูแล้ว ไปไม่ยากนะครับ แนะนำเลยว่า ให้สายตาดูไปข้างหน้าอย่างเดียว คือ ดูรถที่จะสวนมาและดูร่องทรายที่คนอื่นขับผ่านมาแล้ว เพราะถ้าไม่ดู รถข้างหน้าเราจะมองไม่ทัน มีต้นไม้บังตลอดทาง ให้ดูร่องทรายเป็นหลัก ถ้าไม่ดู หลงทางแน่ เพราะไม่มีป้ายบอกทาง

เส้นทางนี้ ชาวบ้านบุกเบิกไปทำไร่แตงโม ขุดดินทรายกัน ส่วนในภาพนั้น มีให้เลือก ๒ ทางนะครับ แต่รอบนี้ให้เลือกทางขวาก่อนนะครับ เราจะไปโซนน้ำลึก ๑ เมตร, โซนชายหาด และโซนโหนไม้โดดกันนะครับ

 

ภาพที่ ๑๔ สวยไหมครับ ใสมาก ต้องขอบอกว่า มันใสมากจริง ๆ เห็นทรายข้างล่างเลย แต่กล้องมือถือถ่ายได้แค่นี้นะครับ ถ่ายด่วนเลย เพราะรีบมาทำรีวิว เนื่องจากหลายคนไม่รู้จักเส้นทาง ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง และไม่รู้ตรงที่บอกว่ามีขยะ ที่ไหนปลอดภัย จึงต้องรีบทำข้อมูลก่อน ตรงจุดนี้ น้ำลึกอย่างต่ำ ๑ เมตร เล่นได้ครับ เพราะเป็นจุดแรกที่เราจะพบก่อน แต่ถ้าว่ายน้ำไม่เป็น อย่าลงไปตรงกลางสระนะครับ มันลึก ๓ เมตรเลยทีเดียว

 

ภาพที่ ๑๕ เดินถัดมาหน่อย เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดมากขึ้น ให้รู้ว่าใสจริง ๆ ใสยิ่งกว่าน้ำทะเล ที่สำคัญทรายขาวมาก ตอนนี้เริ่มตั้งข้อสังเกตแล้วว่า น่าจะเป็นบ่อขุดทรายเพื่อนำไปขาย นำไปใช้ในการก่อสร้างต่าง ๆ แล้วทีนี้ พอทรายหมดแล้ว คงต้องปล่อยให้เป็นแบบนี้ และสระนี้ น่าจะเป็นจุดที่ดีที่สุดในบรรดาที่สระในระแวกเดียวกัน

 

ภาพที่ ๑๖ เริ่มเดินรอบสระกันแล้วนะครับ เดินได้เรื่อย ๆ ไม่ร้อน พอดีมาตอนเช้า บรรยากาศครึมฟ้าครึมฝนนิดหน่อย ไม่แน่ใจถ้าฝนตกหนัก ๆ จะกลับมาเล่นได้อีกไหม อีกอย่างที่นี้ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ดูจากรอบ ๆ แล้ว เหมือนเขาขุดดินทรายขายทั้งนั้น ทีแรกพอดูจากแผนที่ในกูเกิ้ล คิดว่าเป็นบ่อกุ้ง เพราะเห็นมีรูปร่างเป็นเหลี่ยม ๆ มีคลองติดต่อกับทะเล

ให้สังเกตริมสระนะครับ สวยงามมาก

 

ภาพที่ ๑๗ ถึงแล้วนะครับ ชายหาดสระมรกตปาตานี ตรงนี้เด็กเล็กเล่นได้เลย แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองด้วยนะครับ บริเวณนี้จะมีลักษณะคล้ายตริ่งดินทรายทรุดลงไปเป็นเนินกว้าง เหมาะแก่การเล่นน้ำตื้น ใสมาก เขียวใสสุด ๆ

 

ภาพที่ ๑๘ พยายามถ่ายให้เห็นเม็ดทรายนะครับ ภาพที่ได้มา ขาว ใส แล้วก็เขียวมรกตเป็นลำดับ จนเป็นที่มาของสระมรกตปาตานี เป็นสระที่น่าเล่นมาก ไม่แน่ใจว่าน้ำจะมีรสชาติแบบไหน จืดหรือกร่อย แต่น่าจะจืด ยิ่งถ้าน้ำจืด ยิ่งน่าเล่น

ลืมถามคนที่เล่นอยู่

จบแล้วนะครับ สำหรับการรีวิวเส้นทางที่ ๑ ที่คิดว่าใช่แล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่อีก เพราะเห็นคนอื่นที่มาก่อนหน้านี้ เขาไปทางสะพานไม้เก่า ๑๐๐ ปีกันเยอะ ทีนี้ก็ต้องค้นหาสะพานไม้นั้นอีกครั้ง เพื่อให้ได้บรรยากาศของธรรมชาติที่แท้จริง

 

ภาพที่ ๑๙ ตอนนี้ เราออกมาจากสระมรกตก่อนนะครับ เพื่อตามหาสะพานไม้เก่า ๑๐๐ ปี ที่เป็นเส้นทางไปสู่สระมรกตแบบธรรมชาติ จากที่เห็นกระแสการนำเสนอภาพสระมรกตนั้นมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนและไปทางไหนกันบ้าง ทีนี้ก็ต้องมาตั้งหลักใหม่บนถนนทางหลวงสายนราธิวาสไปปัตตานีกัน โดยเริ่มจากป้ายนี้ น่าจะไปถูก ป้ายนี้อยู่ก่อนจุดกลับรถครั้งแรกนะครับ

 

ภาพที่ ๒๐ คนที่ไปมาแล้ว เขาบอกว่า ต้องไปทางบ่อแซะฮ์ดาวูด คือ บ่อน้ำโบราณที่มีประวัติศาสตร์ทางศาสนาอันยาวนานในอดีต (ลองค้นหาดูนะครับว่า แซะฮ์ดาวูด โด่งดังมากแค่ไหนในวงการศึกษา)

พอมาทางนี้ รู้สึกหวั่น ๆ อยู่เหมือนกัน ไม่ใช่เพราะกลัวเหตุการณ์ความไม่สงบ แต่กลัวกระทบวิถีชีวิตอันเงียบสงบแห่งนี้ ที่อยู่กับธรรมชาติมานาน แล้วมาวันนี้เริ่มมีรถรามากมาย มีเสียงท่อไอเสียดังบ่อยขึ้น และเริ่มขยะปลิวมากขึ้น รู้สึกเกรงใจมาก แต่นะ เพื่อค้นหาความสวยงามของธรรมชาติที่พระเจ้าสร้างสรรค์มาให้เราได้ตระหนัก จึงต้องค้นหาต่อไป โดยรักษามารยาท ให้เกียรติชุมชน ทำความรู้จักกับคนในหมู่บ้านระหว่างทางจะเป็นการดีที่สุด

ให้ขับรถมาเรื่อย ๆ พอเห็นป้ายนี้ ให้ชะลอเลยนะครับ เพื่อที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าไป ถนนฝั่งนี้ ต่างจากถนนเส้นแรกที่เราเข้าไปนะครับ คือ แคบกว่าเก่า รถยนต์สวนทางไม่ได้เลยและขึ้นสะพานได้แต่ลงไม่ได้ เพราะไม่มีให้ทางรถยนต์ลงไปได้เลย ยกเว้นรถไถนาแบบเดินตามนะครับ

 

ภาพที่ ๒๑ ในที่สุด ก็พบสะพานไม้เก่า ๑๐๐ ปีจนได้ ทีแรกก็กลัวว่าจะขึ้นไม่ได้ พอขับรถขึ้นไปเท่านั้นละ เริ่มใจไม่ดีแล้ว มือถือที่จะถ่ายรูปก็ต้องจับให้ดี เผลอตกลงคลองเมื่อไร จบการรีวิวแน่ ได้รีวิวให้ปลาในคลองแทน

ก่อนถึงสะพานที่จะเป็นสถานศึกษานะครับ เป็นการสอนอิสลามนะครับ บรรยายกาศดีมาก  ณ จุด ๆ นี้ เดิมทีเป็นแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญนะครับ จะเป็นอย่างไรนั้น ลองถามชาวบ้านระแวกนั้นดู

 

ภาพที่ ๒๒ ก่อนลงสะพาน ตกใจ มีประตูรั้วกั้นด้วย เริ่มใจไม่ดีแล้ว ว่านี้จะเป็นการบุกรุกพื้นที่ไหม เพราะถ้ามีประตูแบบนี้หรือรั้วที่มีแต่เสาปักอยู่รายรอบ บ่งบอกว่าเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของอยู่นัย ๆ แต่ไม่ทันละ เราพ้นประตูนั้นมาแล้ว เห็นเปิดทิ้งไว้อยู่พอดี และเห็นมีหลายคนปั่นจักรยานเชิงอนุรักษ์ผ่านทางนี้หลายรอบ จึงขอถือโอกาสว่ามาศึกษาแล้วกัน

 

ภาพที่ ๒๓ เริ่มใจไม่ดีแล้วเหมือนกัน คือ ไปตอนที่ไม่มีคนเขาไปกัน มันจะเงียบมาก และบรรยากาศมันแห้ง รอบ ๆ เป็นป่าชายเลน ทำให้ยิ่งดูเว้งว้าง เริ่มจะสงสัยแล้วว่า ใช่สะพานนี้ไหม หรือหลงทางอีกแล้ว ก็ฝืนขับไปก่อน

 

ภาพที่ ๒๔ ความฝันที่เป็นจริงแล้ว เริ่มคุ้น ๆ ต้นไม้ที่ผ่านมาแล้ว คือ ถ้าเราอยู่รอบสระมรกต เราจะเห็นทุ่งนาฝั่งนี้ เป็นทุ่งนาที่สวยงามมาก แม้ภาพที่ถ่ายจะดูไม่มีอรรถรส แต่ถ้ามาพบของจริง ได้เห็นร่มเงาต้นไม้ เห็นทุ่งนา เห็นท้องฟ้าของทุ่งนาริมทะเล รับรองสวยจนอยากนอนที่นี้ก่อนแล้วค่อยไปสระเสียอีก

 

ภาพที่ ๒๕ ขับรถตรงมาเลยนะครับ ข้ามทุ่งนา ผ่านคันนาสวย ๆ ทางเล็ก ๆ เฉพาะรถสองล้อเท่านั้น ก็ไม่แปลกเลยที่รอยล้อรถดูไม่เยอะ เพราะมีแค่สองล้อนี้เองที่ผ่านทางนี้ พอถึงจุดนี้ จะมีร่มเงาหน่อย เตรียมเลือกเส้นทางเลยนะครับ

 

ภาพที่ ๒๖ ถึงทางแยกแล้ว ทีนี้ ถ้าไปทางขวา ก็จะเป็นทางเดิมที่ จุดเดิมที่เราไปกัน นั้นคือ โซนน้ำลึก ๑-๓ เมตร โซนชายหาด และโซนโหนไม้โดด แต่ถ้าเลี้ยวซ้าย ทางที่เราจะไปกันนี้ คือ โซนน้ำลึก และเป็นโซนแบบน้ำทะเลสีครามเลย ไม่ใช่สีเขียวมรกตอย่างเดียว

อ้อ รถสองล้อเท่านั้นนะครับที่ไปได้ ฝั่งนี้เยาวชนจะเยอะ ส่วนฝั่งแรกเด็กและผู้ใหญ่จะเยอะ แล้วก็ฝั่งนี้ไม่มีโต๊ะขายของนะครับ แต่ฝั่งนู้นมี อยู่ในทุ่งนาเลย 

จำนวนคนเห็น ณ ตอนนั้น ประมาณ ๕๐ คน แต่ถ้าเป็นช่วงเย็นเกือบ ๒๐๐ คน วันหนึ่งเกือบ ๓๐๐ คน แต่ถ้าวันหยุดนี้จะมากกว่านี้ บวกถ้าเดินทางไปมาสะดวกอาจจะมากถึง ๑,๐๐๐ คน เหมือนกรณีดินแตกที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวปัตตานีในชั่วข้ามคืน และหายไปตอนฝนตกหนัก น้ำท่วมเต็มพื้นที่ 

 

ภาพที่ ๒๗ ตอนนี้เป็นช่วงบ่ายแล้วนะครับ ภาพ แสง เริ่มสวยแล้ว สวยจริง สวยจนน่ากลัว เพราะที่เห็นทรายข้างล่าง ดูเหมือนกับตื้น ๆ แต่ความจริงลึกนะครับ ต้องดำลงไป ถึงจะแตะพื้นทรายได้

 

ภาพที่ ๒๘  ณ จุด ๆ นี้ ใส ๆ วัยรุ่นชอบ เพราะมันเป็นแนวผาดโผนนิดหนึ่ง ผนวกกับมีต้นไม้ล้มลงน้ำอีก ยิ่งได้ความมัน

ความจริงภาพนี้จะถ่ายตอนกระโดดม้วนตัวลงน้ำ สงสัยน้องเขาม้วนเร็วไปหน่อยหรือกล้องจับภาพไม่ทัน

 

ภาพที่ ๒๙ ให้สังเกตดินแดนอันไกลพ้นนะครับ ไม่รู้จะเห็นไหม ขาว ๆ ตรงผิวน้ำ ฝั่งขวามือของภาพ เป็นภาพของวัยรุ่นแข่งว่ายน้ำกัน ว่ายน้ำแข็งมาก ว่ายข้ามฝั่งกันเลยทีเดียว

 

ภาพที่ ๒๓ ตรงนี้ ขออภัยที่ให้โฟกัสไกลไปอีกนะครับ ให้ดูริมตริ่งฝั่งนู้นนะครับ ขาว ๆ นั้น คือ กิจกรรมโหนไม้โดดนะครับ นำท่อนไม้มาผูกเชือกไว้กับต้นไม้ แล้วโดดลงไป จุดมีผู้ใช้บริการเยอะมาก จะเห็นได้ว่ารอบสระมีประมาณ ๔ จุดด้วยกันตั้งแต่จุดน้ำลึก ๑-๓ เมตร จุดชายหาด จุดโหนลงน้ำ และจุดน้ำลึกสุด  

อ้อมีอีกจุดหนึ่ง เพิ่งเห็นวันนี้ สูงกว่าสะพานข้ามแม่น้ำทั่วไปเลยทีเดียว

 

ภาพที่ ๓๑ นี้เป็นจุดลึกสุดที่ดูได้ใกล้สุดนะครับ ใสมาก ภาพนี้ก็จับภาพไม่ทันอีกแล้ว น้องเขาจะม้วนหลังลงน้ำ

 

ภาพที่ ๓๒ โปรดดูที่ผิวน้ำนะครับ นั้นคือ น้องเขาแข่งกระโดดสูงลงน้ำนะครับ เร็วมาก โดดจากความสูงระดับต้นมะพร้าวต้นที่ ๒ นับจากซ้ายมือนะครับ มันสูงเกินไป ประมาณ ๖ เมตรได้ แต่ถ้าด้านล่างลึกพอ ก็โอเค 

 

ภาพที่ ๓๓ ปิดท้ายด้วยภาพนี้นะครับ เพราะเป็นภาพที่ไม่คิดว่าจะมี ทีแรกเข้าใจว่าเป็นแค่สระมรกตธรรมดา มีสีเขียวจนมองไม่เห็นพื้นขาวหรือมีน้ำใส ๆ อมเขียวมรกตเท่านั้น แต่ที่นี้กลับมองเห็นพื้นทรายที่ใสมาก แถมยังมีน้ำสีครามสวยงามมากขี้นไปอีก

นี้ถ้าเกิดถ่ายด้วยกล้องดี ๆ จัดมุมกล้องสวย ๆ และรอช่วงเวลาที่เหมาะสม ภาพจะออกมาสวยงามมาก แต่ก็ไม่เท่ากับมาชมด้วยตัวเองนะครับ สวยจริง ๆ

สรุปส่วนท้ายก่อนจะกล่าวถึงแผนที่การเดินทาง คือ หลายคนพูดถึงว่า อยากให้หน่วยงานราชการเข้ามาบริหารจัดการหรือชาวบ้านมาดูแล ตั้งแต่ปัญหาวัยรุ่นมั่วสุ่ม ประเด็นนี้อยากให้มองแบบทั่วไป คือ ที่ไหน ๆ ก็มั่วสุ่มได้ ไม่อยากให้เหมารวมหรือคิดการณ์ไกล ทุกอย่างเราออกแบบได้ โดยเราต้องกำหนดเกณฑ์เอง

สำหรับสถานที่ตรงนี้ เส้นทางค่อนข้างเปลี่ยว ไม่เหมาะที่จะเดินทางโดยลำพังหรือเป็นกลุ่มแต่ไม่สามารถเอาตัวรอดได้ เพราะสภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นป่าละเมาะ ทุ่งนา บ่อน้ำ แม้จะมีชาวบ้านทำไร่หรือขุดทรายอยู่ตาม แต่อันตรายก็อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ส่วนบริเวณรอบสระนั้น แนะนำให้เกาะกลุ่มกันไว้ อย่าอยู่เพียงลำพัง เพราะมีพุ่มไม้เยอะ เสี่ยงจะเกิดเหตุในที่ลับตาคนได้

ง่าย ๆ ว่า เป็นป่า ก็ต้องอยู่ในที่แจ้งจะปลอดภัย คนเยอะ อาจจะดูปลอดภัย ช่วยกันดู แต่ถ้าคนเยอะแล้วไม่ทันได้ดู ได้ยิน ได้ฟัง เวลาขอความช่วยเหลือน ก็อาจจะไม่ปลอดภัยได้

มีอีกประเด็นที่หลายคนกล่าวถึงปัญหาจะตามมานั้นคือ ขยะ ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกเลยก็ว่าได้ วันนี้ก็มีให้เห็น แต่ไม่เยอะ ที่ไม่เยอะเพราะมันกระจายตัวไปทั่ว ความจริงก็เยอะนั้นละ สำหรับช่วงเวลาสั้น ๆ ที่มนุษย์เข้ามาในพื้นที่ใหม่แห่งนี้

สำหรับประเด็นนี้ ก็จะส่งจิตอาสาตาวิเศษในสังกัดที่มีอยู่ไปเก็บขยะกัน เพื่อแก้ปัญหาให้เจ้าของพื้นที่และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของสังคม คือ มาเที่ยวแล้วต้องเอาขยะกลับไปด้วย

เรามาสร้างจิตสำนึกกันดีกว่า โดยทำเป็นตัวอย่างให้ดู เพราะต่อให้มีถังขยะอยู่ตรงหน้า แต่ถ้าไม่ขยับมือไปใส่ถัง ขยะก็ยังอยู่ที่เดิม แถมยังเป็นขยะที่ย่อยสลายยาก เช่น ซองขนมกับขวดพลาสติก จนกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมในธรรมชาติไปทันที

ทุกอย่างเป็นการเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส จากบ่อทรายที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้กลับกลายเป็นแหล่งน้ำสำหรับพักผ่อนหย่อนใจให้กับเพื่อนมนุษย์ ที่เหลือก็อยู่ที่การบริหารจัดการให้มีความปลอดภัยเป็นหลัก สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มาเยือน รวมถึงเรียนรู้ธรรมชาติ อนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชนเพื่อลูกหลานต่อไป

ภาพสุดท้าย เป็นแผนที่การเดินทาง คำแนะนำ ถ้าดูไม่ชัดหรือไม่เข้าใจ แนะนำให้ดูประกอบกับแผนที่ปัจจุบันหรือแผนที่ที่สามารถขยายดูได้ออนไลน์ระหว่างเดินทาง

สาเหตุที่ต้องทำแผนที่ประกอบ เพราะไม่มีการเช็คอินบนเฟซบุคหรือปักหมุดบนกูเกิ้ล ทำให้จับทางไปไม่ถูก บางทีคนบอกทางแล้วก็ไม่กล้าไปเอง อีกทั้งไปแล้วหลงทาง ทำให้เสียเวลาในการเดินทาง จึงทำให้ดูเป็นตัวอย่าง โดยใช้ลูกศรสีนะครับ ขอเริ่มสีแรกของการเดินทางครั้งนี้

๑. ลูกศรสีฟ้า เริ่มต้นเดินทางจากตลาดนัดกรือเซะ ๔๐๐ ปี หรือที่โล่ง ๆ สามารถจอดรถได้นั้นละครับ จากนั้นขับรถตรงไปเลย เพื่อจะไปหาจุดกลับรถ ในภาพอาจไม่ตรงกันนะครับ เพราะจำไม่ได้แล้ว กลับรถตรงไหนในแผนที่ไม่ชัด เมื่อกลับรถแล้วให้ขับตรงไปเลย แล้วให้สังเกตป้ายตามภาพที่ ๕ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าไปเลย สังเกตตามลำดับภาพนะครับ จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายตามภาพที่มีป้ายระบุว่า "เขตชุมชนลดความเร็ว" แล้วก็เลี้ยวเข้าป่าต่อไป ขับซ้ายขับขวาจนถึงที่หมาย ที่ ๆ มีทางให้เลือก ๒ ทางนั้นละครับ แค่นี้ก็ถึงแล้ว ใช้เวลาไม่เกิน ๒๐ นาที ถ้าไม่ติดขัดอะไร

๒. ลูกศรสีแดง จุดนี้เริ่มต้นที่ป้ายบ่อแซะฮ์ดาวูดหรือป้ายขายแพะตามลำดับภาพเลยนะครับ แล้วก็ตรงไปเรื่อย ๆ ก็ถึง ติดอยู่ที่ว่ารถยนต์เข้าไม่ได้เท่านั้นเอง ถ้าจะเดินก็ได้ ถ้าอยากซึมซาบธรรมชาติข้างทาง

๓. ลูกศรสีม่วง จุดนี้ยังไม่ได้ผ่านการทดลองนะครับ แค่คาดเดาและคิดว่าใช่ เพราะออกจากสระมรกตแล้วออกไปทางเส้นลูกศรสีเขียว จึงสันนิษฐานว่าความจริงน่าจะออกทางเส้นสีม่วงก็ได้ เพราะปลายเส้นออกไปสู่ทางหลวง ทางเดียวกันเส้นที่เข้ามาของทุกทาง ถ้าเข้าทางวัดบ้านดีที่เป็นจุดเริ่มต้นลูกศรสีม่วง ก็ให้สังเกตบ้านหลังใหม่สีส้มซ้ายมือกับร้านขายน้ำมันขวดขวามือ จากนั้นจะมีทางแยกลงไปทางขวาตามภาพลูกศร เส้นทางนี้คนในพื้นที่ใช้บ่อย เมื่อเลี้ยวเข้าไป ก็จะเห็นว่ามีป้ายเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำนะครับ ทีนี้ก็ตรงไปเลยจนถึงคอสะพานแล้วเลี้ยวซ้าย จากนั้นก็เลียบทางน้ำไป แล้วจะมีแยกให้เลี้ยวขวาเข้าทางป่ามะพร้าวไปเลย จากนั้นก็ขับตรงไปเลย ระหว่างทางจะมีกระท่อมเก็บฟางอยู่ ก็ขับตรงไปอีกไปจนถึงสระมรกต ทางนี้ไปได้เฉพาะรถสองล้อนะครับ 

๔. ลูกศรสีเขียว ทางสีสุดท้ายที่คิดว่าปลอดภัยแต่ไกลมาก เพราะต้องอ้อมพื้นที่ผ่านทางชุมชนแบบไกลสุด ๆ นี้ถ้าจะมาก็มาตามลูกศรสีฟ้านะครับ แล้วก็ตรงมาตลอดทาง เมื่อถึงทางแยกให้เลี้ยวซ้าย ซึ่งจะมีทางให้เลี้ยวซ้ายอยู่ ๒ ครั้งด้วยกัน จากนั้นก็จะถึงจุดลูกศรสีม่วง ถ้าไปทางนี้ จะได้ชมบ้านเรือนที่สวยงาม เงียบสงบดีครับ ไม่คิดว่าในอำเภอเมืองจะมีบ้านเรือนแบบสบาย ๆ อย่างนี้อยู่ คิดว่าเป็นชุมชนเมืองไปหมด

และในวงกลมสีเหลืองนั้นคือ สระมรกตนะครับ รอบ ๆ ก็เป็นสระเหมือนกัน แต่ไม่สวยงามเท่าสระมรกตปาตานีแห่งนี้

ขอขอบคุณสำหรับการติดตาม ขอให้เดินทางด้วยโดยสวัสดิภาพ เก็บความประทับใจ เก็บขยะที่นำมา ศึกษาเรียนรู้วิถีชุมชน ชื่นชมบรรยากาศ แล้วจะรู้ว่าปัตตานีมีอะไรดี ๆ ที่น่าสนใจให้ค้นหาอีกเยอะ และร่วมค้นพบไปด้วยกัน

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): ปัตตานี  ปาตานี  สระมรกต  PSU.QWL
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 17 มิถุนายน 2558 18:08 แก้ไข: 19 มิถุนายน 2558 19:10 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 บิวตี้, และ Ico24 โอ๋-อโณ.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.232.171.18
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ