นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3666
ความเห็น: 9

ลูกน้องแบบไหนถึงจะ “ได้ใจ” (ตอนที่ 2)

หัวหน้าจะชอบ..."คนที่ส่งงานให้ตรงตามสเปค" ค่ะ

ตอนที่ 1

ต่อจากตอนที่แล้วนะคะ  ดิฉันแอบใช้เวลาในห้องประชุมแอบมาบันทึกค่ะ อิ..อิ..

ดิฉันเคยอ่านหนังสือเจอ ประโยคที่น่าคิด และดิฉันก็เชื่อว่าจริงเช่นนั้น

ประโยคที่กล่าวคือ 
"ความสำเร็จของงานเกิดจากการที่ลูกน้องมีหัวหน้าชั้นดีเพียงแค่ ร้อยละ 20  ในขณะที่ความสำเร็จที่เกิดจากการที่หัวหน้ามีลูกน้องชั้นดีมีถึงร้อยละ 80"   แต่ดูเหมือนใครๆ ก็อยากเป็นหัวหน้าอยากเป็นผู้นำเลยทำให้กลายเป็นว่ามีหัวหน้าชั้นดีมากมาย แต่หาลูกน้องชั้นดียาก

ลูกน้องชั้นดีหรือลูกน้องที่จะ "ได้ใจ" "ตรงใจ" ที่เป็นสุดรักสุดหวงของหัวหน้า หมายถึงลูกน้องที่โดดเด่นชนิดที่หากมีงานสำคัญๆ งานใหม่ๆเข้ามาหัวหน้าต้องนึกถึงเป็นคนแรก มองคุณเป็นคนมีความสามารถ การงานใดๆเรื่องใหม่เรื่องใหญ่เรื่องยาก หากมอบหมายแล้วก็สบายใจรอผลลัพธ์ได้ 

เราอาจกลายเป็นลูกน้องชั้นดีได้โดยวิธีต่อจากนี้ หากทำได้รับรองว่าหัวหน้าหรือเจ้านายจะทั้งรักทั้งปลื้มสุดๆ

1.อาสางานเห็นหัวหน้ามีงานเต็มมือ ก็ออกปากช่วยแบ่งเบา แม้งานนั้นจะระบุคนรับผิดชอบที่แน่นอนแค่มีใจจะช่วยหัวหน้าก็ปลื้มแล้วค่ะ 

2.คิดหาทางออกหากมีปัญหาในงาน อย่าเพิ่งตรงรี่เข้าไปถามโดยทันที ลองพยายามค้นหาคำตอบด้วยตัวเองก่อน เพราะการหยุดคิดหาทางออกจะสะท้อนถึงวิธีคิดวิธีมองปัญหาของตัวคุณ ให้หัวหน้าเรียนรู้ความเป็นตัวคุณจากการคิดตัดสินใจ แก้ปัญหา  

3.พลิกมุมมองหากทำอะไรผิดอย่าเพียงคำว่า "ขอโทษ" จงแสดงให้เห็นว่าคุณได้เรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดครั้งนี้ เพื่อเป็นบทเรียนและการพัฒนางานในครั้งต่อๆ ไป
                       
4.ระงับอารมณ์ เรื่องหงุดหงิดไม่ถูกใจจากงาน เพื่อนร่วมงานหรือผู้รับบริการ การระเบิดอารมณ์เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะหากหงุดหงิดแล้ว ท่าทาง หรือพูดอะไรก็จะออกไปโดยไม่ได้คิดไตร่ตรองให้ดีก่อน หยุดก่อนสูดลมหายใจลึกๆ หาทางตอบโต้สถานการณ์นั้นอย่างประนีประนอม เจ้านายจะมองว่าคุณเป็นคนมีสติ น่าเชื่อถือ
                       
5. บ่นแต่น้อยความเหนื่อยหน่ายเมื่อยล้าจากงานเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อเชื่อวัน การได้บ่นออกมาบ้างก็ช่วยผ่อนคลายได้ แต่หากคุณจะบ่นทุกครั้ง ช้าทุกเรื่องที่หัวหน้ามอบจนหัวหน้าเอากลับไปคิดใหม่ มอบใหม่ ทำเอง อย่างนี้คุณจะหวังให้หัวหน้ามอบหมายงานให้คุณทำได้ไงในเมื่อช้าทุกครั้ง หรือบ่นทุกครั้งที่ทำ

6.ไม่กลัวที่จะลองอย่าจำกัดตัวเองอยู่เฉพาะงานที่ได้รับอย่ากลัวที่จะก้าวออกมาจากพื้นที่เดิมๆ  พร้อมรับงานที่ถูกมอบหมายให้ แม้จะไม่คุ้นเคย เป็นคุณสมบัติของลูกน้องที่หัวหน้าคนไหนๆ ก็ชอบ

7.คิดให้จบและพร้อมปฏิบัติหากมีความคิดในการปรับปรุงงาน เพียงส่งความคิดใส่กระดาษให้เจ้านายอย่างเดียวนั้นจะไม่เกิดผลอะไร  สำคัญคือต้องเปลี่ยนความคิดในกระดาษมาสู่การปฏิบัติจริงและไม่จำเป็นต้องดีเลิศทุกชิ้นเพียงทำอย่างตั้งใจจะทำมันจริงๆ

หากจะถามว่าทีมงานหรือลูกน้องแบบไหนถึงจะได้ใจตอบง่ายๆเลยคือ   คนที่ “ส่งงานได้ตรงตามสเปค” ทุกครั้งไม่ต้องส่งกลับไปแก้แล้วแก้อีกเพราะนั่นหมายถึงจะสิ้นเปลืองทั้งแรงงานเวลาและทรัพยากร  "เต็มใจบริการ”ทั้งเอกสารคำพูด การแสดงออกและความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเต็มใจ

อย่าลืมว่าหัวหน้าก็คือลูกค้าหลักตามนิยามที่ว่า...ลูกค้าคือคนถัดไป

มีความสุขกับการทำงานวันนี้นะคะ 

 


หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 03 กันยายน 2551 09:42 แก้ไข: 03 กันยายน 2551 09:45 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ต้องมีตอน 3 4 5....อีกนะครับ

สำหรับตอนที่ 2 นี้

จะมีบ้างในส่วนของข้อที่ 4 และข้อที่ 5  แต่ก็จะบ่นให้คนที่สนิท หรือไว้ใจได้จริง ๆ ฟัง ซึ่งเขาสามารถรับฟัง และเข้าใจเราได้

อย่างน้อย หากการบ่นออกมาบ้าง  แต่บ่นถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา ก็จะทำให้การเหนื่อยล้า หรือการหงุดหงิดจากการทำงานของเราลดน้อยลง

ลูกน้องเก่ง หัวหน้าสบาย
ลูกน้องแย่  หัวหน้าเหนื่อย

********** แต่ถ้า **********

ลูกน้องก็แย่  แถมหัวหน้าไม่เอาไหน
คนที่แย่ คือ องค์กรแน่ๆ

ใช่แล้วคะ...ที่ทำงานขอให้มีลูกน้องดี เก่ง ฉลาด สัก 50% ก็คิดว่า OK คะ สำหรับตัวเอง...แต่ก็แปลกนะคะ.นี่เป็นความทุกข์ของความเป็นหัวหน้า เมือเห็นลูกน้องไม่ทำงาน หรือทำตัวไร้สาระ แต่สิ่งที่เราต้องคิดสำหรับความเป็นหัวหน้าคือ ...คนอย่างไร เราต้องให้ทำงานอย่างไร..บางคน แค่บอกก็ได้เลย แต่บางคน ต้องทำ แผนงานเอง แล้วให้ทำงาน ตามที่เราวางแผน ....และตามงานทุก อาทิตย์ หรือทุก 3 วัน ...คะ...มันมีหลายแบบคะ แต่ห้ามท้อ เพราะนั่นคือหน้าที่ของเรา....
  • ตามทฤษฎีในเรื่องทีมงาน
  • ไม่มีใครเก่งหรือใครแย่กว่าใคร เพียงแต่ถนัดกันคนละเรื่อง
  • ทีมคือการเสริมกันทำในสิ่งที่ตนถนัด
  • เหนือสิ่งอื่นใดคือการจัดคนให้ตรงกับความถนัด
  • แต่ทว่า ในหน่วยงานหนึ่งๆ บางครั้งก็มคนให้เลือกไม่มาก ยิ่งมีคนน้อยเนี่ย! ที่จะให้เลือกเสริมกันได้นี่...ลำบากที่หัวหน้า
  • สิ่งที่ช่วยได้คือ....อย่าพยายามสร้างอาณาจักร อย่าพยายามซอยความรับผิดชอบแป๊ะๆ จนในภาพรวมมิสามารถ"ยืดหยุ่น"บริหารจัดการได้ หากเป็นเช่นนั้นแล้วขอบเขตงานจะแข็งตัว คุยลำบาก งานฉัน ลูกน้องฉัน มีงานเต็มมืออยู่แล้ว...
  • เชื่อมั้ยคะ...กระทั่งตู้เอกสาร ที่มาขวงกั้นแบ่งส่วนความเป็นงาน...ยัมีผลถึง อารมณ์ ร่วม...อารมณ์เพื่อส่วนรวม...เลยค่ะ...
  • ขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่านค่ะ

 

  • ว่าไปแล้วหัวหน้ากะลูกน้อง ยังไงก็ต้องทำงานร่วมกันครับ เหมือนลิ้นกะฟัน จะชอบไม่ชอบยังไง ก็ต้องช่วยกันเอาของเข้าปาก เคี้ยวให้ละเอียด แล้วยัดเข้าท้อง ถ้าทำงานเข้าขากัน รักใคร่กันดี ก็ไม่มีปัญหาครับ วันไหน ฟันเริ่มกวนประสาท หรือลิ้นเริ่มเลี้ยงสุนัขเป็นเพื่อน กระทบกันเมื่อไหร่ ลิ้นนั่นแหละครับที่เป็นแผล จะชอบหรือไม่ชอบ จะพอใจหรือไม่พอใจ ลูกน้องก็เสียเปรียบเสมอครับ
  • ไม่ว่าจะมีเจ้านายเก่งๆ อย่างคุณเมตตา หรือจะมีลูกน้องเก่งๆ อย่างคุณเมตตา นับว่าหน่วยงานนั้นโชคดีมากครับ เพราะเห็นทำงานตั้งแต่เช้ายันดึก ไม่ยอมกลับบ้าน วันหลังก็ย้ายบ้านมาอยู่ที่ทำงานได้แล้วคร้าบบบบบบบ
  • อิ อิ

มีความสุขกับการทำงานได้ง่าย ๆ ค่ะ

 แค่ยิ้มรับกับทุกอย่างที่พร้อมจะเกิดขึ้น

 พร้อมรับกับทุกอย่างที่พร้อมจะเกิดพร้อม ๆ กันค่ะ

 

^ ^

Ico48
สุวรรณา [IP: 118.174.172.201]
15 มิถุนายน 2552 12:20
#45312
เป็นลูกน้องในงานที่ทำอยู่และเป็นเจ้านายในกิจการของตัวเองพร้อมกันขอบอกว่าลูกน้องมีความสำคัญกับองค์กรมากถ้าเราไม่ทำให้ลูกน้องเชื่อถือและเคารพคิดว่าคงรุ่งเรืองยาก  เพราะฉะนั้นเจ้านายต้องดูแลลูกน้องที่ดีให้อยู่กับเรานาน ๆ
Ico48
[[ddlink]] [IP: 101.66.92.230]
13 ตุลาคม 2554 08:02
#69622

side of the classic side of the new more and more important He said

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.232.51.247
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ