นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1588
ความเห็น: 2

...เชียร์ CoP

วิธีการใดก็ตามที่มีเป้าหมายในการพัฒนางานของกลุ่ม ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ที่เกิดจากการทำงานถือเป็นการจัดการความรู้ทั้งสิ้น

หลายวันก่อน ดิฉันได้รับคำชักชวนจาก "กลุ่มผู้ประสานงานวิจัย" ชวนไปฟังเขาคุยเรื่องการก่อ CoP  อย่างไม่เป็นทางการ

จะว่าไปแล้วสิ่งหนึ่งที่ดิฉันช้อบ ชอบในการทำงานในมหาวิทยาลัยแห่งนี้คือ การที่ดิฉันสามารถไปไหนมาไหนได้โดยไม่อึดอัด (ที่ว่าอึดอัดก็อันน่าจะเกิดจาก...นายคอยจ้องว่าประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานหรือเปล่า คนรอบข้างคอยตามถามว่าหายไปไหน..วันๆไม่มีอันอยู่ที่โต๊ะทำงาน) 

การไปไหนของดิฉันก็หนีไม่พ้นการไปเข้าร่วมสังเกตุการณ์กระบวนการ สังเกตุการณ์วิทยากร เข้าร่วมประชุม ร่วมเป็นกำลังใจ ไปเชียร์ไปลุ้น ไปสร้างปฏิสัมพันธ์ ไปขายความคิดให้กลุ่มงานต่างๆ เขาสนใจใช้เวทีเพื่อการแลกเปลี่ยนแบ่งปันหรือชานชาลาเพื่อการแบ่งปันประสบการณ์กันนั่นเองในความเป็นจริงงานลักษณะนี้อาศัยโครงสร้างเชิงอำนาจไม่ได้เลย ต้องใช้ความเป็นเครือข่ายในการทำงาน

กิจการงานที่ต้องลุกออกจากสำนักงานไปโดยไม่รู้ล่วงหน้า เสมอๆ

"มานี่ซิ วิทยากรดี้ ดีลองมาดูว่าจะนำไปประยุกต์อะไรได้บ้าง" 

"กำลังประชุมนี่อยู่มาหน่อยได้มั้ยมีการพูดถึง KM ด้วย" 

"วันที่...จะมีการประชุมกลุ่มนี้อยากจะก่อตั้งเป็น CoP มาหน่อยได้มั้ยเผื่อจะเชื่อมโยงอะไรได้บ้าง"

 "พี่ทำไปสักพักแล้ว....ช่วยมาให้ความเห็นหน่อย เป็นไงบ้างดูมันฝืดๆ เผื่อจะแก้ไขหรือสะท้อนให้พี่ปรับปรุงได้บ้าง ไม่งั้นจะเลิกแล้ว ยากจัง"

"ไปถึงไหนแล้วคะให้หนูช่วยอะไรบ้างเมื่อไหร่มีกิจกรรมกันอีก...อย่าลืมชวนนะคะจะไปเป็นกองเชียร์"  ฯลฯ 

ชุมชนแนวปฏิบัติตั้ง 40 ชุมชน(ตาม KPI ของมหาวิทยาลัย) ที่มีฐานงาน(เชียร์)อยู่ที่กองการเจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าคอยปลุกปล้ำคอยลุ้นคอยตามเชียร์ให้มีให้เป็นเพื่อจะมาบอกเล่ามหาวิทยาลัยได้ว่ามีและเป็นอยู่ที่ไหนบ้าง

กลับมาเข้าเรื่องต่อ

ในวันนั้นดิฉันตั้งใจไปฟังเฉยๆเขา 3 โมงต้องไปราชการอีกที่ พักกลางวันดิฉันกลับบ้านไปจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าใกล้บ่ายโมงมีสายเสียงใสโทรเข้ามา  "อย่าลืมนะ...วันนี้หนูชวนพี่ประชุมด้วยเค้าจะคุยกันเรื่องก่อตั้งชุมชนนักปฏิบัติ"   "จำได้ค่ะ...ไม่ต้องรอนะคะพี่จะตามไปสมทบ ขอฟังเฉยๆ ดำเนินการไปตามสบายเลย"

ดิฉันไปถึงห้องประชุมทีหลังมีคนอื่นๆ นั่งกันเต็มห้องประมาณ 30 คน

"ชุมชนนักปฏิบัติ....เป็นยังไงช่วยขยายสักนิด" มีการโยนคำถามให้

"กลุ่มของคนทำงานคล้ายกันหรือชอบอะไรเหมือนกันมารวมตัวกันคุยกันร่วมทำร่วมพัฒนา หาวิธีปฏิบัติงานของกลุ่มตนให้สะดวก ง่ายขึ้นกว่าที่ทำอยู่ อาศัยการเรียนรู้ประสบการณ์ของกันและกัน แต่ละคนมีค่าเท่ากันทุกมุมมองทุกความคิดมี คุณค่า ในกลุ่มมีความไว้วางใจที่จะคุย ช่วยกันให้ทำงานได้กันไปทั้งกลุ่ม"

มีโครงสร้างอยู่ 3 อย่าง ถ้ามี 3 อย่างนี้ชัดเจนก็จะเรียกได้ว่าเป็นชุมชนนักปฏิบัติได้ค่ะ  "เป้าหมายร่วมกัน"  "มีความเป็นชุมชนแสดงออกด้วยปฏิสัมพันธ์อันดีกันต่อ" "มีผลลัพธ์ที่เกิดจากการรวมตัวกัน" อาจเป็นรูปแบบของกิจกรรม หรือแนวทางการปฏิบัติงานที่คิดร่วมกัน

 ตอบไปเท่าที่นึกได้ในวันนั้น เดี่ยวนั้น

การเริ่มต้นด้วยการประชุมของคนทำงานที่เหมือนกันจะลงเอยเป็น CoP หรือไม่ การันตีไม่ได้ยังหา passion (แรงปรารถนาร่วมกัน) ยังไม่ได้ชัดนัก แต่นับเป็นนิมิตที่ดีว่ามีกลุ่มคนที่ทำงานเหมือนกันคิดถึงประโยชน์ของการมาร่วมคุยปัญหาการทำงานที่หน้างานของตน  

วันนั้นที่ประชุมตกลงกันว่า จะหาประเด็นร่วมที่สนใจตรงกันมาคุยกันก่อนในการเริ่มต้นครั้งแรกๆ ให้เริ่มต้นได้ก่อนและครั้งหน้าจะชวนกันมาฟังชุมชนรุ่นพี่ "ชุมชนนักวิชาการเงินและบัญชี" คุยกันเรื่องการใช้เงินหมวดอุดหนุน  ซึ่งนัดคุยกัน วันที่ 10 กรกฏคม นี้ค่ะ

ชุมชนนักปฎิบัติเป็นทฤษฎีฝรั่งแต่ดิฉันว่ามันก็เหมาะกับสังคมไทย คนไทยชอบรวมตัวกันอยู่แล้วชอบเอาใจใส่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันการถ่ายโอนความรู้ซ่อนเร้นเกิดขึ้นได้รวดเร็ว เห็นได้จากการเรามีการรวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการซุบซิบกระจายข่าวลือต่างๆได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพถ้าเราประยุกต์กลุ่มคนเหล่านี้กำหนดโดเมน (หัวข้อร่วม) ที่เป็นประโยชน์กับงานกับองค์กรประสิทธิภาพก็น่าจะได้ไม่แตกต่างกัน

อย่าไปสนใจว่าชุมชนนักปฏิบัติมันจะคืออะไร ทำไปก่อน เรียนไปทำไปสำหรับดิฉันแล้ว "เพียงบุคลากรมีใจที่จะรวมตัวกันเห็นคุณค่าของตัวเองและคนอื่น..ร่วมกันพัฒนางานอย่างต่อเนื่องนั่นก็ใช่แล้ว"

ดิฉันขอนำสิ่งที่ ท่าน อ.วิจารณ์ พานิช ที่กล่าวไว้ในบทความต่างๆ เสมอๆ ว่า

"วิธีการใดก็ตามที่มีเป้าหมายในการพัฒนางานของกลุ่ม ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ที่เกิดจากการทำงานถือเป็นการจัดการความรู้ทั้งสิ้น อย่ายึดติดกับอะไร วิธีการใดก็ได้ การจัดการความรู้ที่จะเกิดการหมุนเกลียวความพร้อมกันในขณะที่ผู้ปฏิบัติปล่อยประสบการณ์ออกมาให้ผู้อื่นออกมาให้ผู้อื่นได้รับรู้นั้นจะเกิดความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง"  
 
มีความสุขกับวันหยุด นะคะ...

หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 19 พฤษภาคม 2551 11:54 แก้ไข: 19 พฤษภาคม 2551 12:04 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ตามมาแอบดู CoP

รวมกันเราอยู่ แยกเป็นหมู่ เราสบาย

ขออย่างนึงขอ CoP อย่า "ขบ" กันเองละกัน

เดี๋ยวจะเจ็บตัว

คิก คิก คิก
เราเอง 8-)

แอบมา อ่านความรู้

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.232.51.247
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ