นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1809
ความเห็น: 1

เรียนรู้จากการเป็นเลขานุการผู้ประสานงานเครือข่าย ระหว่างมหาวิทยาลัย

สูงสุดของการพัฒนา คือ สามารถพัฒนาตนเองได้ทุกขณะจิต

บันทึกนี้เขียนจากแดนไกลเขียนจากห้องเสวนาสมาชิกเครือข่าย ครั้งที่ 12 (1/2551) หัวข้อ Routine 2 Research  ที่จังหวัดนครนายก  เครือข่าย UKM เรามีการลงนามความร่วมมือกันเมื่อ 3ปีที่แล้ว (พ.ศ.2547) เมื่อวันที่เกิดสึนามิใหญ่ที่ฝั่งอันดามันนั่นหล่ะ ลงนามร่วมกัน5 สถาบันมีพันธะสัญญาที่จะเป็นเพื่อนร่วมเรียนรู้เรื่องการจัดการความรู้ไปพร้อมๆ กัน

เมื่อวานนี้มีการประชุม "ผู้บริหารเครือข่าย" โดยมีการทบทวนข้อดีข้อเสีย ของความร่วมมือที่เรามีให้กันแน่หล่ะ การยินดีช่วยเหลือกันมีข้อดีมากกว่าข้อเสียอยู่แล้ว การยินดีช่วยเหลือกันในแวดวงอาชีพดีอยู่แล้ว แต่ในขณะที่การยินดีช่วยเหลือกันมันมีต้นทุนค่าใช้จ่าย มีความท้าทายที่จะร่วมทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดร่วมกัน มีความอึดอัดขัดข้องที่ต้องทำงานกับคนหลายหลากสไตล์ นำมาซึ่งการกวนใจ

ก็มีการคิดกันพอควรว่ามันจะคุ้ม หรือไม่คุ้ม ในสถาบันที่เข้มแข็งอาจไม่ได้อะไรจากการเป็นสมาชิกหรือได้น้อย ในขณะที่สถาบันที่เป็นน้องน้อยอาจได้อะไรมากมากจากการลงทุน การได้หรือได้อะไรแบบแผ่วๆ เรื่องนี้มีการตกผลึกเป็นระยะๆ สุดท้ายคือ "ได้"  "คุ้มค่า" และตกลงจะร่วมเป็นสมาชิกกันต่อไป โดยปรับพันธะสัญญาสิ่งที่จะทำร่วมกัน ตกลงจะลงนามความร่วมมืออีกรอบ 3 ปี ในการเสวนาครั้งหน้าที่ ม.อ. จะเป็นเจ้าภาพจัดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีปลายเดือน กรกฎาคม 2551 นี้ในหัวข้อ "การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์"

วันนี้ขอทำ AAR ในส่วนของตัวเองที่ได้มาร่วมงานกับเครือข่ายฯ ในนามผู้ประสานในนามมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากในชีวิต ที่หาที่ไหนไม่ได้อีก

ในการเป็นผู้ประสานงานเครือข่าย
 
1.ดิฉันได้เรียนรู้ ตัวอย่างของการเป็นผู้ประสานงานของอีก 7 สถาบัน สังเกตุดูการทำงานความละเอียด ละออ ของแต่ละทีมงาน ลีลาการจัดงาน และยังเห็นการบริหารของผู้บริหารของแต่ละสถาบัน ซึ่งดิฉันนับว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีคนหนึ่งทีเดียวที่อยู่ในบรรยากาศของการบริหารที่ไม่ได้รู้รสของ command & control  การงานของตัวเองมีงตัวอิสระ คล่องตัวมากทีเดียว

2. ดิฉันพยายามเรียนรู้ ต่อยอดซึ่งกันและกันในระหว่างผู้ประสานงานด้วยกันเองจนมีความสนิทสนมเข้าใจกันปรึกษา หารือกัน ให้ข้อมูลกันในเรื่องการงานต่างๆ ที่ต้องรู้กันเรียกว่า update ข่าวสารข้อมูลกันตลอด มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นเป็นลำดับไว้วางใจเรียนแบบงานต่อยอดงานด้านการจัดการความรู้ และงานประกันคุณภาพอย่างเป็นกันเอง

3. ดิฉันได้สัมผัสกับคนเก่งๆ ของมหาวิทยาลัยในคราวต่างๆ ที่เรากำหนดหัวข้อให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันซึ่งแต่ละ   มหาวิทยาลัยหมุนเวียนผลัดกันเป็นเจ้าภาพจัดและเลือกคนเก่งๆ มาร่วมในเวทีทุกๆ 3 เดือน มันเป็นโอกาสที่ดิฉันได้เรียนรู้เบื้องหน้า เบื้องหลังความสำเร็จของคนระดับแนวหน้า รวมถึงเรียนรู้แนวคิด ทัศนะคติในการทำงาน ประเด็นการมองสิ่งต่างๆ แบบสดๆ แทนการอ่านหนังสืออยู่คนเดียว

4. การทำงานแบบเครือข่ายทำให้ดิฉันแอบเห็นเอกลักษณ์ วัฒนธรรมที่ต่างของสถาบัน"บางครั้งถึงขั้นเห็นไม่ตรง"แต่ผู้รับผิดชอบหลักก็สามารถบริหารความขัดแย้งนั้นได้อย่างเนียบเนียนและทำให้ดิฉันเห็นได้ว่ามันเป็นธรรมชาติหนึ่งของการทำงานที่สำคัญกว่าคือเราสามารถ "จูน" กันและทำงานได้อย่างราบรื่น แบบ "แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง" แล้วเราก็พัฒนาจุดร่วม เรียนรู้ เลียนแบบ จุดต่างของกันเพื่อการพัฒนาจุดแข็ง กำจัดจุดอ่อนของกัน


ดิฉันสรุปสิ่งที่ได้จากการเป็นเครือข่ายในส่วนของตนเองว่าเครือข่ายที่รวมกันนี้เป็นหนึ่งในแรงฉุดสำคัญที่ทำให้ดิฉันพัฒนาตัวเองพัฒนาตัวเองโดยมีแรงขับจากการได้รับมอบหมายงานนี้ ซึ่งต้องพบต้องเจอกับผู้ใหญ่ระดับบนๆ ในหลายๆสถาบัน 

จนสามารถยิ้มได้ในเวที UKM ว่าบุคลากรสายสนับสนุนของ ม.อ. เช่นดิฉันก็มีเอกลักษณ์มีแบบการทำงาน ทั้งหมดล้วนได้จากการฟูมฟักจาก คนรุ่นเก่าที่เคี่ยวกรำการงาน ผ่านการคลุกคลี การทำงานร่วมกันที่ได้รับการถ่ายทอดจินตนาการ รวมไปถึงปณิธานในการทำงานได้รับการถ่ายทอดจิตวิญญาณในการทำงานไปพร้อมๆกัน

ดิฉันได้รับการพัฒนาบุคลากรจากมหาวิทยาลัยถึง "ขั้นสูงสุด" ที่พูดเช่นนั้นเพราะงานนี้มอบโอกาสหลายโอกาสที่ต้องมีการประสานข้อมูลการพูดจา การแสดงความเห็นการสะท้อนหลักคิดสะท้อนภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยทำให้ดิฉันพยายามพัฒนาตนเองในทุกด้าน เพื่อภาพลักษณ์ของ ม.อ. และที่สำคัญดิฉันมีความสามารถสูงสุดของการพัฒนาคือเรียนรู้เรื่องราวต่างๆด้วยตนเองได้..ไม่ต้องรอใครมาสอน ทุกวันนี้หากอยากรู้เรื่องอะไรหรืออยากทำอะไรเป็นดิฉันจะเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาวิ่งเข้าไปลองทำดูซักตั้งว่าจะทำได้หรือเปล่าแทนที่จะรอให้มันมาหาเราเอง...หรือรอให้เขาจัดอบรมให้เรารู้เรื่อง อีกนิสัยที่ได้มาคือ สามารถเรียนรู้เรื่องราวต่างๆได้ตลอดเวลา..เรียกว่ากระหายต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่เชียวหล่ะ...และไม่มีปัญหาเรื่องไม่มีเวลาแต่อย่างใดหากสนใจใคร่รู้

ขอบคุณสงขลานครินทร์ที่ทำให้ดิฉันมีวันนี้ที่ได้เติบโต

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 21 เมษายน 2551 10:27 แก้ไข: 21 เมษายน 2551 10:38 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อย่างนี้ต้องบอกต่อนะครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.233.111.242
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ