นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 6938
ความเห็น: 1

หลักการและเหตผล...ของโครงการ

"กาละเทศะยังเป็นคำสอนที่เป็นอมตะจนทุกวันนี้"แม้โลกจะย่อลงมาอยู่แค่ปลายนิ้วก็ตาม

ดิฉันได้รับคำขอให้ช่วยดูภาษาในหลักการและเหตุผลของโครงการ ที่เธอเขียน เธอเป็นน้องใหม่ที่เข้ามาทำงานด้านพัฒนา เธอลงทุนถือติดมือมาหาที่โต๊ะเองทั้งที่คณะของเธอกับสำนักงานดิฉันอยู่กันคนละซีกมหาวิทยาลัยก็ว่าได้...

หลังจากอ่านสิ่งที่เธอเขียนดิฉันขำจนกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่กับสิ่งที่เธอเขียนเพราะสิ่งที่เธอเขียนมามันไหลออกมาจากใจแบบไม่มีอะไรปิดกั้นเหมือนเปิดก๊อกน้ำให้ไหลอย่างนั้นแหล่ะ! และเป็นเรื่องที่ดิฉันได้ยินคนรุ่นเดียวกันบ่นให้ฟังจนกลายเป็นเรื่องควรทำใจให้ได้มานานแล้วเกี่ยวกับความมุ่งมั่นทุ่มเท สมาธิและความใส่ใจในงานสอนกันไม่ได้หรอกหรือกระทั่งเปรยๆ ก็แทบไม่มีประโยชน์ ก็มันเป็นวิถีของคุณรุ่นใหม่.เป็นแนวใหม่ของการทำงานผ่านหน้าจอ...ทำไปด้วยคุยไปด้วย.....ใครๆก็รู้กันทั้งโลกว่าเม้าท์แตกกับทำงานอย่างไหนสนุกกว่า 

ดิฉันได้ขออนุญาตนำสิ่งที่เธอเขียนมาเป็นแบบฝึกหัดในการเล่าเรื่องการเขียนหลักการและเหตุผล ใน blog นี้

โครงการ "สร้างความรักและผูกพันกับองค์กร"

          ปัจจุบันคณะได้มีการรับพนักงานรุ่นใหม่เป็นจำนวนมากทำอย่างไรให้พนักงานทุ่มเทรักงานรักองค์กรมีความรู้สึกเป็นเจ้าของและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาที่พบในเกือบทุกองค์กรคือพนักงานมักมองเรื่องเงินเดือนเปรียบเทียบการทำงานของตัวเองว่าเงินเดือนน้อยแต่ต้องทำมากคนเงินเดือนมากแต่กลับทำน้อยและมองตัวเองเป็นที่ตั้งไม่ได้มองถึงการดึงเอาศักยภาพของตนเองมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร สังคมประเทศชาติ แต่ละวันมักนั่งเล่นอินเตอร์เน็ต เล่นmsn เป็นส่วนใหญ่ และมักมองตัวเองเป็นหลักพอโดนตำหนิหรือไม่ได้ดั่งใจมีอะไรมากระทบจิตใจก้พร้อมที่จะลาออกในทันทีและสำหรับคนรุ่นเก่ารุ่นกลางก็คงไม่แพ้กันจะบ่นว่าองค์กรของตนไม่ดีอย่างโน้น ไม่ดีอย่างนี้องค์กรอื่นดีกว่าเยอะ

         ดังนั้นหากองค์กรสามารถสร้างจิตสำนึกให้พนักงานรักและผูกพันกับองค์กรนอกจากองค์กรจะมีประสิทธิภาพแล้วจะทำให้พนักงานเหล่านั้นมีความสุขในการทำงานทำให้ผลการปฏิบัติงานออกมาดีเป็นที่น่าพอใจส่งผลให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานต่อไป

         คณะเป็นหน่วยงานใหม่หากพนักงานมีความรักความผูกพันกับองค์กร มีความรู้สึกเป็นเจ้าของก็จะทำให้คณะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จึงเห็นความสำคัญและจัดอบรมโครงการ การสร้างจิตสำนึกรัก
องค์กรขึ้นสำหรับบุคลากรคณะขึ้นในวันที่.............................

เธอเขียนถูกต้องตามหลักการทุกประการคือ เขียนในลักษณะบรรยายความไม่เขียนเป็นข้อ ๆ เขียนชัดเจน อ่านเข้าใจง่าย(แต่มีเหตุผลสนับสนุนไม่เพียงพอ)

ย่อหน้าแรกเป็นการบรรยายถึงเหตุผลและความจำเป็นในการจัดครั้งนี้โดยบอกที่มาและความสำคัญของโครงการฝึกอบรมนั้น ๆ 

ย่อหน้าที่สองเป็นการอธิบายถึงปัญหาข้อขัดข้องหรือพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนจากหลักการที่ควรจะเป็นซึ่งทำให้เกิดความเสียหายในการทำงาน
 
ย่อหน้าสุดท้ายเป็นการสรุปว่าจากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาบุคคลจึงเห็นความจำเป็นที่จะจัดโครงการฝึกอบรมขึ้นในเรื่องอะไร และสำหรับใคร ให้เกิดผลอย่างไร    

เห็นมั้ยคาะว่าไม่ได้หนีไปจากหลักการเขียนที่ว่าไว้สักเท่าไหร่...แต่หลักการและเหตุผลที่เขียนสำเร็จแล้วข้างต้นนั้น...."ไม่ได้"...เพราะ

1.หากขออนุมัติบนหลักการและเหตผลที่เขียนแทนที่จะได้สร้างความรักและผูกพันกับองค์กรตามที่หวังไว้อาจกลายเป็นโครงการสร้างความร้าวฉาน เพราะอะไรหรือคะเพราะพาดพิงถึงพฤติกรรมผู้อื่นไงคะ..

2.เหตุผลที่เธอเขียนไม่มีน้ำหนักพอแม้พฤติกรรมนั้นจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงพบเห็นทุกวัน แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดของพฤติกรรมสำนักงานจะเหมารวมเรียกว่าเป็นปัญหาของหน่วยงานแล้วมาจัดเป็นคอร์สให้บุคลากรรักองค์กรและผูกพันกับองค์กรเช่นนี้ดูไม่เพียงพอที่จะเป็นเหตุผล

ดิฉันแนะนำไปว่าหลักการและเหตุผลที่น่าจะเหมาะประมาณนี้ค่ะ

เนื่องจากคณะเป็นหน่วยงานที่เพิงก่อตั้งภารกิจต่างๆ อยู่ในระหว่างการก่อเกิดอยู่ในช่วงของการบุกเบิกและจัดระบบบริหารงานให้เกิดผลงาน ผลผลิตในทุกด้านปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญ คือการบริหารจัดการ ความร่วมมือร่วมใจทุ่มเทและเสียสละของบุคลากรทุกคนในคณะอีกทั้งในช่วงการก่อตั้งหน่วยงานเป็นความจำเป็นที่ต้องเน้นงานที่มีคุณภาพที่ต้องใช้สมาธิความมุ่งมั่นลงแรงกายใจจากบุคลากรอันจะก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีด้านประสิทธิภาพคุณภาพนำมาซึ่งการยอมรับ

การพัฒนาทีมการสร้างความรู้สึกรับผิดชอบร่วมและความรักและความผูกพันต่อคณะจะส่งผลโดยตรงกับประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานและความสุขในการทำงาน

คณะจึงเห็นความจำเป็นที่จะจัดโครงการทำความเข้าใจปรับทัศนะให้พนักงานเข้าใจถึงความสัมพันธ์หรือมีจิตสำนึกที่ดีกับองค์กรและเพื่อนร่วมงาน มีความรักและผูกพันทั้งกายและจิตใจ เข้าใจถึงบทบาทหน้าที่
ความรับผิดชอบทั้งด้านชีวิตส่วนตนและโลกแห่งการทำงาน จึงจำเป็นต้องปลูกฝังทัศนคติความทุ่มเทเสียสละความรักและผูกพันองค์กรอันนำมาซึ่งความพร้อมที่จะทุ่มเทเสียสละเพื่อเป้าหมายและผลสำเร็จขององค์กร ขึ้น
........

ประมาณนี้หล่ะค่ะคงต้องเกลาภาษาอีกหน่อยนะคะเนื่องจากเขียนแบบเร่งรีบ.....ขอให้มีความสุขกับการเขียนหลักการและเหตุผลนะคะ


 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 06 เมษายน 2551 23:23 แก้ไข: 06 เมษายน 2551 23:47 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
pandajane [IP: 192.168.100.112]
10 เมษายน 2551 08:50
#26681

เย้... มีคนคอเดียวกันอยู่แถวนี้ด้วย ชอบมากเลยค่ะ อ่านแล้ว..โดน!  โครงการนี้ถ้าทำแล้วเห็นผล (คาดว่าจะมีการติดตามอย่างต่อเนื่องจากผู้จัดโครงการ) จะเป็นโครงการนำร่อง หรือเป็นโครงการที่อาจเป็น good practice ได้เลย เพราะทุกคณะ/หน่วยงาน คงอยากได้คนทำงาน(ในฝัน)แบบนี้เหมือนกันค่ะ แต่อาจจะยังไม่เห็นใครทำออกมาเป็นรูปธรรม

เชียร์เต็มที่เลยค่ะ แต่เอ..พี่คะ ..แนะนำให้รู้จักหน่อยสิคะ ..อยากรู้จักจังเลยค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.232.51.247
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ