นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1982
ความเห็น: 11

เริ่มที่ พัฒนาตนเอง...

งานพัฒนาและฝึกอบรมเป็นสื่อกลางในการกระตุ้นบุคลากรของเราให้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมถ่ายทอดประสบการณ์โดยการเขียน Blog ใน “ชานชาลา” และการได้พบพูดคุยกับบุคลากร พบคำถามและความลังเลสงสัยความไม่มั่นใจ เช่นไม่รู้จะเขียนอะไรกลัวไม่มีคนอ่าน เรื่องที่เขียนคนก็รู้ๆกันอยู่แล้ว เขียนแล้วได้อะไร ไม่เขียนก็ไม่เห็นเป็นอะไร ตามแต่ความสงสัยจะเกิดเป็นคำถามซ้ำๆวนเวียนไปมากับไม่กี่คำถาม   หลัง หลัง นี้ในการทำอะไรดิฉันจะตัดคำถามที่ไม่สามารถทำให้ดิฉันก้าวผ่าน(เช่นคำถามข้างต้น)ออกไป...ลองทำเลยดีกว่าได้อะไรเกิดอะไรขึ้นเดี๋ยวรู้เอง...

ในการประชุม cko ครั้งหลังสุด ผู้เข้าร่วมประชุมท่านหนึ่งกล่าวว่า...คนที่สามารถเขียนใน blog ได้คือคนที่มีความพิเศษในตัวอย่างแรกสุดคือมีความมั่นใจในตนเอง กล้าที่จะเล่า ถ่ายทอดเรื่องราวเป็นภาษาเขียน(ซึ่งยาก) โดยไม่กลัวว่าจะไม่มีคนอ่านขอให้ได้เขียน ไม่คิดว่าทุกคนจะทำได้ ขอชื่นชม ชอบอ่าน แอบดูบรรยากาศและความเป็นไปของ ม.อ. ของเรา  นานๆถ้าอยากให้ความเห็นก็พิมพ์เข้าไปสักทีแบบไม่แสดงตน และแนะนำให้คนอื่นๆเข้าไปอ่านเสมอหวังว่าสักวันตัวเองจะเขียน....

งานนี้ได้คุณคนชายฝั่งช่วยไว้มาก...."ไม่ต้องกลัวไม่มีคนอ่านหรอกค่ะ...ทีมผู้ดูแลเขาทำกันเป็นทีม...บันทึกของเราแต่ละบันทึกอย่างน้อยจะต้องมีคนอ่าน 4 คน คือ คุณเอง พี่เมตตา น้องยาม ดิฉันและยังมีทีมเชียร์คนอื่นๆมาทำหน้าที่อัตโนมัติเมื่อมีเพื่อนใหม่เขียนเข้ามา .บางทีก็ขำๆแค่เข้ามาสวัสดี แค่มาบอกว่าจะเขียนก็มีคนเข้ามาเชียร์ มารออ่านกันเต็มกำลังใจจากตรงนี้สำคัญมาก" คุณคนชายฝั่งเสริมประมาณว่าช่วยกันทำมาหากิน อิ...อิ...)

สิ่งที่ดิฉันคิดในขณะนี้การพัฒนาตนเองเป็นสิ่งแรกที่เราต้องรับผิดชอบตนเอง เช่นเราไปอ่านหนังสือมา ก็ได้โอกาสฝึกถ่ายทองประสบการณ์หรือประเด็นต่างๆในหนังสือ การเล่าเรื่องการเข้าประชุม สัมมนา ที่ไปเข้าอบรมมาแม้แต่หากไม่มีคนอ่านเลยคนที่ได้ประโยชน์คนแรกคือตัวเราเอง            

มีอีกหลายคนกระเซ้าเย้าแหย่มายังดิฉัน..."ดีนะเชียร์ให้คนอื่นเขียนกันมากๆ ได้เป็นผลงานตัวเอง"  (ช่างคิดจริงๆ)

ผลงานเป็นของท่านจะมาเป็นของดิฉันได้ไงก็เป็นของคนที่เขียนที่มีไว้ให้ผู้อื่นชื่นชมเก็บเป็นความภาคภูมิใจของตนเองที่ได้แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กัน“เป็นการฝึกจิตไปในตัวจิตที่จะเป็นผู้ให้ เมื่อเราฝึกจิตได้จะส่งผลถึงพฤติกรรมที่อยากจะแบ่งปันประสบการณ์จากตัวเราสู่ผู้อื่นทำไป ต่อยอดต่อไปยอดเราบ้างต่อจากคนอื่นบ้างหรือแม้กระทั่งหลักคิด การดำรงตน อุดมคติ จิตวิญญาณ ก็สามารถถ่ายทอดสู่กันได้”  

อันที่จริงแล้วดิฉันเป็นเพียงตัวแทนคณะกรรมการ(ทีมFacilitatorตัวจริง) ซึ่งดิฉันดูเหมือนอยู่ในบทบาทเหมาะที่จะลงมาคลุกคลีกับการเป็นผู้ใช้จริง สร้างสานเจตนารมณ์ให้ชานชาลาแห่งเกิดขึ้นในเบื้องต้นและคงอยู่สำหรับคุณค่าของชานชาลาเป็นหน้าที่ของคนใช้งาน ผู้ใช้พื้นที่ทุกคน ทั้งผู้เขียน ผู้อ่าน และผู้หยบอ่าน..

ที่จริงแล้วดิฉันอยากเป็นเพียงผู้ใช้ คนหนึ่งมากกว่าที่กำลังเป็น

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 04 เมษายน 2551 07:17 แก้ไข: 05 เมษายน 2551 11:31 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ส่งกำลังใจมาให้จากแดนไกลค่ะ

นานาจิตตังค่ะ  ขอเพียงเราตั้งมั่นในสิ่งที่เราตั้งใจ และที่สำคัญอย่าขาดกำลังใจ

มาเป็นกำลังใจให้นะคะ

ร่วมด้วยช่วยกัน

 

**ที่กล่าวมาถูกต้องหม๊ดเลยค่ะ  

ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมพี่เมตตาและทีมงานค่ะ ที่คอยให้กำลังใจกับผู้ที่เขียน blog  ทุกคน...   เพราะการเขียน blog  ทุกครั้งไม่ว่าคนอื่นไม่อ่าน ก็จะมีพี่ทีมงานคอยมาเวียนทักทายให้กำลัง และมาเชียร์อยู่เรื่อย ๆ   อย่างที่พี่เมตตาบอก  ***แต่สำหรับตัวเองชอบอ่านมากกว่าเขียน ไม่รู้เมื่อไรจะชอบเขียนมากกว่าอ่านนิ

ปล.  โปรแกรมหน้าไปเที่ยวไหนค่ะ บอกด้วย  

** เห็นจากรูปภาพ และจากการบรรยายของน้องบ่าวถึงพริกถึงขิงเลย   น่าสนุกกันจัง   อิจฉานิ    @^_^@

อยู่ถึงเจียงใหม่...ใจฝักใฝ่มาที่ ม.อ....ขอบคุณจ้าว..ว...ว... (กำลังใจมีเต็มร้อย..ที่ไม่ค่อยมีนั่น... เบี้ยค่ะ...ส่งมาบ้างดิ...) คิก..คิก...

คุณ  To..dear  สวัสดีค่ะ...รู้สึกเราจะเจอกันครั้งแรก มั้ยคะ...อย่าหยบอ่านนานนะคะ...เขียนด้วยนะคะ...เรียนรู้ไปด้วยกัน...ทริปหน้าจะชวน ผ่าน Share ค่ะ..อย่าลืมมาอ่านล่ะกัน...

เมื่อวาน 3/4/2008 มีข้อมูลแจ้งว่า ม.อ.ได้ ranking ของการเป็น e-university จากการจัดลำดับของ webometrics เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทยแล้ว (search webometrics ของมหิดล) มีข้อมูลแจ้งด้วยว่า share.psu.ac.th มีส่วนทำให้ตัวชี้วัดของ size ใหญ่ขึ้นเป็นอันดับที่ 9 ด้วยครับ 

อยากให้มองว่าทั้งนี้เป็นผลงานของคนใน ม.อ. แต่แน่นอนว่าก็ต้องมีคนช่วยดูแลขับเคลื่อนเครื่องจักรนี้อยู่นะครับ 

คิดออกแล้วเขียนอะไรดี...อิอิ

ขอบคุณค๊าบ...

"ไม่รู้จะเขียนอะไร"  "กลัวไม่มีคนอ่าน"  "เรื่องที่เขียนคนก็รู้ๆ กันอยู่แล้ว"  "เขียนแล้วได้อะไร"

คำพูดเหล่านี้ความยากไม่ได้ยากที่ตัวมันเองนะคะ

แต่ยากตรงที่เราจะทนฝ่าอุปสรรค "ในใจ" เราเอง เช่น ความท้อแท้ ความขี้เกียจ ความเบื่อหน่าย
ไปสู่จุดมุ่งหมายได้หรือเปล่า อย่าลืมว่า "เรา" เท่านั้น เป็น "ผู้กระทำ" นะคะ

หากไม่เริ่มต้นนับหนึ่ง ก็จะไม่มีสองสามและอื่นๆ ตามมา
เริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันนี้ เพื่อจะได้เต็มสิบในวันหน้า

ไม่รู้จะเขียนอะไร กลัวไม่มีคนอ่าน เรื่องที่เขียนคนก็รู้ๆ กันอยู่แล้ว เขียนแล้วได้อะไร

ความรู้สึกแรกตั้งแต่สมัครแชร์ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกันค่ะ นอกจากนี้ยังมีอีกคือกลัวว่าเรื่องที่เขียนมา ไม่ใช่เรื่องที่เรารู้จริง หรือเราคิดว่าเรารู้มาเช่นนี้ แต่จริง ๆ แล้วผิดนะ ไม่กล้าเขียน กลัวจะเสียหน้า กลัวเขียนเรื่องซ้ำ กลัวแสดงความไม่รู้ของตัวเองออกมา  

แต่จากการที่ตามดูและอ่านบันทึกของพี่ ๆ หลาย ๆ คน ก็ได้ซึมซับ (รึป่าวไม่รู้) และรู้สึกอยากเขียนบันทึกบ้าง ในตอนแรกก็นำอะไร ๆ จิปาถะมาลง บางครั้งก็เกิดความรู้สึกอยากเขียนขึ้นมาเองบ้าง เอาล่ะลองเขียนดูซิ ตอนแรกก็เริ่มจากสิ่งที่ตัวเองชอบค่ะ คือกลอน และก็มีพี่ ๆ เข้ามาให้กำลังใจกัน ก็มีแรงจะเขียนบันทึกต่อ ๆ มา รวมทั้งวิธีขั้นตอนในการแก้ปัญหาคอมฯ ซึ่งเกี่ยวกับการทำงานบ้าง ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกก็กลัวว่าจะเป็นวิธีง่าย ๆ พื้นฐานสำหรับพี่ ๆ แต่อย่างน้อย ๆ เราก็ได้รู้ว่า วิธีที่เรานำมาเสนอ หรือมาโพสต์เป็นงานของเราก็มีประโยชน์กับใคร ๆ อีกหลายคนเช่นกัน ก็เป็นอีกกำลังใจ ให้พยายามสรรหา อะไร ๆ เกี่ยวกับงานที่ทำมาฝากเช่นกัน นั่นเป็นบันทึกสั้น ๆ เกี่ยวกับงาน ที่ได้คิดและกลั่นกรองเนื้อหา ตัวอักษรออกมาเอง

จากนั้นก็อยากจะเขียนเป็นบทความของตัวเองบ้างแล้วสิ ก็เริ่มบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ออกมาบ้างเป็นระยะ ๆ (นาน ๆ ที เหอ ๆ) แต่ก็ตั้งใจไว้เหมือนกันว่า อยากจะเขียนเกี่ยวกับการทำสื่อการเรียนการสอน CAI, E-Learning  ซึ่งเป็นงานหลักที่กำลังทำอยู่เช่นกัน อยากลองดูบ้าง แต่ก็มีอุปสรรคในใจตัวเองอยู่ อย่างที่พี่มัน'หลา mandala ว่ามา และก็กลัวเหมือนกัน ว่าเขียนแล้วจะมีแต่ศัพท์คอมฯ รึป่าว? มีแต่ศัพท์เทคนิครึป่าว? หรือไม่สามารถอธิบายได้รึป่าว?  แต่ก็นะ ในตอนแรก ขนาดมีอุปสรรคก็ยังก้าวผ่านความกลัว ไม่กล้าออกบันทึกได้เลย คราวนี้ก็น่าจะผ่านมันได้เหมือนกันใช่มั้ยคะ? ถ้าไม่ลองแล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเรามีความสามารถแค่ไหนกัน และจะพัฒนาความสามารถเราได้อย่างไร?

หากไม่เริ่มต้นนับหนึ่ง ก็จะไม่มีสองสามและอื่นๆ ตามมา
เริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันนี้ เพื่อจะได้เต็มสิบในวันหน้า

ขอบคุณนะคะพี่มัน'หลาสำหรับข้อคิดดี ๆ

ขอบคุณนะคะ พี่เมตตา สำหรับบันทึกที่ทำให้มีแรงบันดาลใจจะกลับไปลองเขียนดูค่ะ ^o^v

พี่จิ๊บขา แวะมาทักทายและเป็นกำลังใจค่ะ ช่วงนี้ทำงานจนหัวหมุนเลยพี่ ส่วนอื่น"หมุน"ไม่ได้ค่ะ "กลิ้ง"ได้อย่างเดียว อิๆๆๆ

ปล หนูจะพยามเริ่มต้นเขียนบันทึกใหม่อีกครั้งนะคะ หลังจากทิ้งวงการไปซะนาน มิตรรักแฟนเพลงจะลืมกันรึยังเนี่ย ^_^

"ผลงานเป็นของท่านจะมาเป็นของดิฉันได้ไงก็เป็นของคนที่เขียนที่มีไว้ให้ผู้อื่นชื่นชมเก็บเป็นความภาคภูมิใจของตนเองที่ได้แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กัน"

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ยิ่งให้ ยิ่งได้ ยิ่งเชียร์ ยิ่งเขียน ยิ่งชม ยิ่งอยากเขียนใหญ่เลย.. เป็นวัฒนธรรมคนทำ km

สู้ต่อไปเลยเจ๊..

สวัสดีอีกครั้งค่ะ พี่ เมตตา .. คงเจอกันหลายครั้งแล้วมั้ง... ฮ่า.ฮ่า.ฮ่า

ผลงานของพี่เมตตา  น้องลักอ่านมาหม๊ดแล้วแหละ... แต่ยังไม่ค่อยแวะเข้าไปให้ความคิดเห็นนะ...***ช๊อบ..ชอบ...ที่พี่เมตตา เขียนเป็นธรรมชาติดีค่ะ...น่าอ่าน
ฉะนั้น..ต้องเขียนให้น้องลักอ่านผลงานตลอดไปนะค่ะ  ....8-)

  
 @@ทริปหน้าจะชวน ผ่าน Share ค่ะ..อย่าลืมมาอ่านล่ะกัน...

              ****ขอบคุณค่ะ....เดี๋ยวววจะนั่งเฝ้านอนเฝ้าวงแชร์ทุกเช้าเย็นเลยนิ....กลัวพลาดโอกาสดี...ดี...ฮาม..ฮาม ยังงี้อีกค่ะ

 

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.232.51.247
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ