นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2116
ความเห็น: 9

ทำงานอย่าเอาตัวเองเป็นเกณฑ์

"ความรับผิดชอบเป็นคุณสมบัติเดียวที่อยากได้ในตัวพนักงาน" หากถามดิฉันในวันนี้..เพราะความรับผิดชอบสอนกันไม่ได้แต่ความรู้ ความเข้าใจในงานนี่สอนกันได้ หากมีความรับผิดชอบในงานแล้วเขาจะสามารถฟันผ่าอุปสรรคในงานได้ด้วยวิธีการต่างๆ นานาด้วยเป้าหมายคืองานสำเร็จ ..ในการทำงานแล้วหากรับผิดชอบงานในหน้าที่...โดยไม่ต้องคิดเรื่องเวลา..เพียงรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อหน้าที่...ต่อความทันเวลาและต่อความสำเร็จของงาน.... เพราะความเชื่อข้างต้นดิฉันจึงทำงานจนเสร็จแบบมีรอยยิ้มเปื้อนหน้า เสมอๆ (โดยไม่คำนึงถึงค่าตอบแทนในการทำงาน)

คราหนึ่งในการขอช่วยทีมงานใกล้เคียงมาช่วยงานดิฉั้นได้รับคำพูดที่คิดไม่ถึง  "เบิกล่วงเวลาให้หรือเปล่า"...ด้วยความปากไววันนั้นไม่ทันได้คิดอะไร...จึงย้อนถามไปแบบกวนๆ ว่า "ทำไมถ้าไม่มีล่วงเวลาไม่ทำให้หรือไง"........ครานั้นจึงเสียเพื่อนไปหนึ่งคน..

จิตใจ จิตวิญญาณ อุดมการณ์ ความเชื่อล้วนกำหนดพฤติกรรมการทำงาน รวมทั้งการกระทำ..การงดกระทำ หรือการเลือกวิธีทำ....

 ถัดมากอีกไม่นานมีการจัดงานสัมมนาในวันหยุดราชการเจ้านายถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยลูกน้อง...เอ่ยว่างานนี้เบิกล่วงเวลาให้ทีมงานกันยังไง ดิฉันบอกว่าไม่ได้ตั้งค่าล่วงเวลาไว้เนื่องจากทีมงานกินข้าวฟรีในการสัมมนาอยู่แล้ว...

ท่านจึงกรุณาสอนว่า "การทำงานอย่าเอาตัวเองเป็นเกณฑ์"...สิ่งที่เราเชื่อหรือเรายึดถืออาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสมที่สุดเพราะหากเขาไม่ยินดีมาทำงานในวันหยุดงานก็ไม่ราบรื่น...ดิฉันทนฟังอย่างหงุดหงิดในวันนั้นแต่คงฟังอย่างสงบ เสร็จงานกลับมาตรึกตรองดูจริงดังท่านว่า...เราจะกินอุดมการณ์...หรือมีจิตวิญญาณอะไรมันเป็นความชื่นฉ่ำใจที่เราสัมผัสได้  นั่นคือผลตอบแทนสำหรับเรา(ได้อยู่คนเดียว)...แต่คนอื่นๆเราต้องดูแลตามที่เขาควรจะได้...

ตั้งแต่นั้นมาดิฉั้นก็เปลี่ยนมุมมอง..ดูแลคนอื่นตามเหตุอันสมควรที่ควรได้..ด้วยเพราะคำเดียวที่มาสกิดใจคือ "การทำงานอย่าเอาตัวเองเป็นเกณฑ์"

ด้วยจิตวิญญาณการทำงานเดียวกัน กลายเป็นความบกพร่องในการดูแลทุกข์สุขของทีม ได้เหมือนกัน

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
คำสำคัญ (keywords): ทำงาน  อุดมการณ์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 06 มีนาคม 2551 13:31 แก้ไข: 06 มีนาคม 2551 13:31 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ได้ข้อคิด สอนตัวเอง สอนคนอื่น ได้อีกแนวคิดหนึ่ง  ...แต่ใช่ทีเดียว  ..อย่าเอามาตรฐานตัวเองวัดคนอื่น......ไม่เช่นนั้น หายใจติดขัดค่ะ  ต้องปล่อยวาง...เอาธรรมเข้าช่วยค่ะ เคยเป็นค่ะเหมือนกันค่ะ

และอย่าเอาคนอื่นเป็นเกณฑ์ด้วยหรือเปล่าครับ แต่ให้เอางาน และวิธีการทำให้งานสำเร็จ คำว่า win-win จะเป็นเกณฑ์กลางได้หรือไม่ครับ ....

อย่าเอาตัวเองเป็นเกณฑ์ก็ดีคะ แค่คิดว่าสิ่งที่ถูกที่ควรนั้นต้องทำอย่างไร แล้วทำออกไปให้ดีที่สุด

สวัสดีค่ะ 

สายฝนว่าเรื่องการเบิกเงินล่วงเวลานั้น น่าจะแยกเป็นเรื่องๆ  น่ะค่ะ คือ

1. ล่วงเวลาในหน้าที่หรือเปล่า

2. ล่วงเวลาเพื่อทำงานให้กับผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานของเราหรือเปล่า

แต่ถ้าทำงานให้กับคนอื่น ที่ไม่ได้กล่าวถึง น่าจะเบิกเงินล่วงเวลาให้ ใครถามก็ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องหงุดหงิด

พอสายฝนได้อ่านข้อความดังกล้าว สายฝนก็ไม่สบายใจเหมือนกัน

เมื่อสายฝนทำงานนอกเวลาราชการ ใน 2 ข้อดังกล่าวแต่ละครั้ง ถ้าใครมาถามว่า เค้าเบิกเงินล่วงเวลาให้มั้ย สายฝนก็รู้สึกหงุดหงิดใจ รำคราญ และเบื่อกับคำถามดังกล่าวเหมือนกัน ทำไมต้องมาถามเราแบบนั้นด้วย

ทำไมเค้าไม่คิดว่าการทำงานแต่ละครั้ง เราทำเพื่อองค์กร "ของเรา" "เจ้านายของเรา" แล้วเราจะมีความสุขกับการทำงานนั้น โดยไม่ต้องนั่งกังวลเรื่องว่าจะได้เงินล่วงเวลาหรือเปล่า  

(สายฝนก็เป็นคนหนึ่งที่ยึดตัวเองเป็นหลัก) และคิดเหมือนคุณเมตตาค่ะ

เป็นอีกคนหนึ่งค่ะ ที่ทำงานโดยมุ่งผลของงานเป็นที่ตั้ง โดยไม่ได้เอาจำนวน 8 ชม.ต่อวันเป็นตัวกำหนด ในชีวิตราชการนับครั้งได้ที่เบิกล่วงเวลา จนเมื่อถูกตั้งคำถามว่า "ก้อไม่เห็นเคยเบิกล่วงเวลา แล้วจะเอาอะไรมาอ้าง งานยุ่ง" จากครั้งนั้น (แค่ครั้งเดียว) ก็เลยต้องเบิกค่าล่วงเวลา เพื่อแค่แสดงให้เห็นว่าเราต้องอยู่ทำงานนอกเวลาราชการเพราะงานเราไม่ทันจริง ๆ ซึ่งเดือนนั้นได้ค่าล่วงเวลามาเกือบสามพันบาท

สุดท้ายแล้ว มันก็ไม่ใช่ตัวเราค่ะ  หลังจากนั้นก็ไม่เคยคิดจะเบิกล่วงเวลาอีกเลย แม้จะต้องทำงานนอกเวลาราชการหรือในวันหยุดก็ตาม  แต่ก็ไม่เคยละเลยน้องร่วมงานในสิทธิที่พึงมีพึงได้ของเขาค่ะ

 

Ico48
[IP: 61.7.166.225]
06 มีนาคม 2551 21:52
#23680

จิตใจ จิตวิญญาณ อุดมการณ์ ความเชื่อล้วนกำหนดพฤติกรรมการทำงาน รวมทั้งการกระทำ..การงดกระทำ หรือการเลือกวิธีทำ....

อันนี้เชื่อนะคะ....

ก็ทำตามกฏข้อบังคับ ราชการเสียซิคะ...

น่าจะเป็นทางเลือกที่เป็นกลาง ไม่งั้นจะมี กฏไว้ทำไม

 

อ่านแล้วก็ได้ข้อคิดที่ดี ๆ น่ะค่ะ การที่เราเอาตัวเอง หรือ คนอื่น เป็นหลักในบางครั้งบางเรื่องเนี่ยอาจทำให้เกิดเรื่องขึ้นได้...

ไม่เอาตัวเองเป็นเกณฑ์ สำคัญจริงๆเรื่องนี้ ต่างคนต่างปัญหา ต่างประสบการณ์ ต่างความคิด ความเชื่อ เราจึงไม่ควรเอาความคิดของเราไปตัดสินใคร...บางคนมีธุระ พันธะ ภาระ แตกต่าง ใช่ว่าเขาจะไม่รักงานสักหน่อย...โอ้ว..มันม่ายช่ายอะกิ๊บ

มันแล้วแต่มุมมองของใคร ไม่ว่าจะเป็นเจ้านายหรือลูกน้อง เกณฑ์ที่ตัวเองตั้งขึ้นนั้นเป็นเช่นไร  อย่าเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ลองเคารพคนอื่นลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา อาจจะช่วยทำให้เราคิดอะไรได้เยอะกว่าเดิมที่เป็นก็ได้

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.232.51.247
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ