นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1375
ความเห็น: 8

Finger Scan กับเกียรติยศการทำงาน

คืนนี้ว่าจะนอนเร็ว... แต่ทิ้ง Share ไปไม่ได้...นี่ไง! คือหนึ่ง...ความรักในงานที่ทำของท้าว

 

 

นิยามศัพท์
 "ท้าว" = คุณเมตตา, ท้าว Share,ผู้ดูแลวงแชร์

................................................................................

ที่ทำงาน "ท้าว" ใช้ระบบ Scan ลายนิ้วมือผ่านมา 1 สัปดาห์แล้ว
หลังจากที่ "ท้าว" คุ้นชินกับการลงลายมือชื่อในที่ทำงานมา 23 ปี  มาเซ็นชื่อเช้า เย็น จนเป็นพฤติกรรมการทำงาน งานเข้าตอน 08.30 ในวันที่เกิดเรื่องราวขัดข้อง(เอคซิเดน) สามารถสายได้ถึง 08.45 น.  แต่ขอให้เป็นเรื่องสุดวิสัยไม่ใช่มาทำงาน 08.45 น.ทั้งปีทั้งชาติ 

ก็ทำงานได้ สายบ้างตามอุบัติเหตุแห่งวัน...ใน 365 วัน ควบคุมความเสี่ยงของการมาทำงาน อย่าให้สายเกินจำนวนที่เค้าคำนวนมาแล้วจึงออกเป็น ระเบียบ กติกา

นั่นคือกติกา"ลูกผู้ชาย"ที่ทำกันกับองค์กร ทุกคนรับรู้และทำให้ได้ตามข้อกำหนดพื้นฐาน "ท้าว" ก็มีวิถีชีวิตการทำงานอย่างลูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่มีอุดมการณ์ รักการงานที่ทำ และไม่เอารัดเอาเปรียบใคร (เราว่าของเราเอาเองนะ) และยัง

แอบรู้สึกมีเกียรติเล็กๆ ว่า "เค้า" ไม่คิดหาเครื่องมือมาบีบบังคับเราเหมือนเครื่องจักรมีอิสระ มีความยืดหยุ่น และให้เกียรติ

เมื่อมี finger scan เข้ามาในชีวิต นับแต่นี้เราและทีมงาน คงต้องปรับ อาจมีความกังวลเข้ามารบกวน เพราะบางคนก็ยึดถือกติกายิ่งชีพ คงต้องตาเหลือก ตารี ฮาย! ว่าไม่ได้รูดนิ้วเข้าทำงานที   วันนี้ ยังไม่รูดมือกลับบ้าน ลักษณะงานมัน ระหก-ระเหิร เดินดิน อยู่ตรงโน้นตั้งแต่ 7 โมงเช้าไปอยู่ตรงนี้ ยัน 3 ทุ่มกลับออกไปแล้วกลับเข้ามาใหม่ ไปรับแขก รับวิทยากรส่งวิทยากร รอเครื่องบิน เร่งทำเอกสารงานพรุ่งนี้...กันอยู่

ก็ทำมาได้ ดึกดื่นยังไงก็ยังคงทำงานตาม "งาน" ไม่ใช่ตามเวลาราชการ คงเหมือนกับงานของหลายคน ไม่เป็น เว-ล่ำ ไม่เป็น เว-ลา  นึกอะไรออกก็ตื่นขึ้นมาทำ  นอนไม่หลับก็ตื่นขึ้นมาทำ หลับสบายดีแต่มีงานต้องใช้ก็ตื่นขึ้นมาทำ  ทำงานโต้รุ่งก็ทำ ตื่นเข้าสำนักงานตั้งแต่ 6 โมงเช้าก็ทำ มันยึดโยงไว้ด้วยความรักความรับผิดชอบในงานของเรา  แน่นอนไม่ใช่ท้าวทำอย่างนี้คนเดียวมีคนเช่นนี้มากมายใน ม.อ. ใน สนอ.

แต่ละคนมีตัวตนการทำงานของตนเองตัวตนที่ผูกโยงกับผลสัมฤทธิ์ ของงาน ไม่เห็นมีความจำเป็นใดๆ ต้อง Finger scan ให้เสียเงินลงทุนเครื่องมือ อุปกรณ์


แน่หล่ะ Finger scan
ลดปัญหา...การทุจริตในการลงเวลาทำงานได้เป็นอย่างดี
สามารถสอบค้นได้ง่ายมีหลักฐานชัดเจน
ลดการลงเวลาแทนกัน
ลดการตอกบัตรแทนกัน เพราะลายนิ้วมือไม่มีใครเหมือนใคร สักคนในโลกนี้ก็ว่าได้

สามารถคำนวนต้นทุนแรงงานขององค์กรได้
สามารถนำมาคำนวนเป็นค่าทำงานล่วงเวลา สอบยันกันได้ การจ่ายเงินล่วงเวลากับการอยู่จริง สามารถนำมาเป็นข้อมูลในการคำนวนความสุขของการอยากอยู่ในที่ทำงานได้(เขาว่าอย่างนั้น)
อีกหลายๆ ความสามารถที่จะนำตัวเลขมาเล่น มาทำให้เห็น
อีกอย่าง มันก็ดูทันสมัยดี...โก้หรู แตะปรืดดด แตะปรืดด

แต่ตั้งแต่ท้าวทำงานมา...ก็ไม่เห็นใคร ลงชื่อแทนใครเลยสักคนเดียวในที่ทำงาน

"ท้าว" ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับ Finger scan มาทำงานได้ตามกติกา แค่มีความเห็นว่า ความโก้หรูน่ะไม่จำเป็นต้องไปหาไปซื้อมาให้เสียเงินวัฒนธรรมองค์กรเราดีอยู่แล้ว เอาเงินไปลงทุนกับสิ่งที่มันยังดีอยู่....และไม่รู้เป็นไง...รู้สึกว่าเกียรติเราลดลง....

 

สูงสุดของการควบคุมการทำงาน คือให้คนของเรารับผิดชอบและรักงานของเค้า ..

 
ท้าว...ปวดหัวใจ

  

  

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 07 สิงหาคม 2556 23:45 แก้ไข: 08 สิงหาคม 2556 00:33 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Our Shangri-La, และ 10 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่พรือหรอก ท้าว คิดให้ดีว่าเรามีครบ 32 ประการ

ดีที่มีนิ้วให้สแกน การมุ่งงานในหน้าที่ เราให้กำลังใจ

ส่วนว่า กฎกติกา ที่วางไว้ว่าต้องสแกนนิ้ว สักพักเราก็คุณชิน

โดยว่าคนทำงาน แรกๆ มันก็รู้สึกอึดอัด ใจนิ่ง ใจมา ปรึกษาหารือ

ในกรณีมีเหตุอันควร ต้องมัวิธีการอื่นมารองรับ ไม่นั้นมันเดินกันยาก

ยกตัวอย่าง หากว่าท้วต้องไปรับวิทยากร ตอน 8.00 น. ท้าวต้องเลือกแล้วล่ะ

ไปรับวิทยากรที่สนามบิน หรือเข้ามาสแกนนิ้วมือ ทุกอย่างมีทางออก

เราต้องมีที่ลงลายมือชื่อรับรองถ้าเลือกทางแรก คือนาย หรือท่านที่ทีต่ำแหน่งสูงกว่า

เซ็นต์รับรองตัวเราอีกครั้ง ง่ายๆ กลับมาทำตัวแบบเด็กๆ ว่าต้องมีผู้ปกครอง

มุมมองที่ดีของการใช้ finger scan ก็มีมากนะครับ

บางคนอย่างได้เครื่องมือวัดที่แม่นยำ

เทคโนโลยีนี้ไม่ได้แพงแล้วในปัจจุบัน

เป็นการเปลี่ยนนามธรรมให้เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้มากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงอาจทำให้สิ่งที่ดีบางอย่างหายไป

แต่ เราอาจจะได้บางอย่างที่ดีกว่ามาทดแทนได้

การต้องออกไปทำงานนอกสถานที่และลืม สแกน หากหน่วยงานมีความยืดหยุ่นก็ไม่ได้เป็นปัญหานะครับ

Cheers

เช้านี้ยิ้มหรือยัง

555555

ตอนนี้ใน ม.อ. หน่วยงานไหนบ้างที่ใช้เครื่องสแกนนิ้วลงเวลาเข้าทำงานครับ

ในแชร์มีสแกนนิ้วมือมั้ยครับ

 

อิอิ

 

"ใจสั่งมา"

ดีนะท้าวฯ ที่ทำงานเขาให้รูดนิ้วไม่ได้ให้รูดอย่างอื่น

อิอิอิ

เมื่อ สนอ. กำลังดำเนินงาน Happy Work Place อยู่ก็คงต้องคิดถึงเรื่อง "ความสุข" ของคนทำงานด้วย คงต้องคิดถึง "งาน" ขององค์กรด้วย

ที่ภาควิชาฯ ก็เคยคุยกันในที่ประชุมภาคฯ ว่าจะซื้อที่ Scan นิ้วมาใช้ เอาแบที่คณะทรัพยฯ ใช้สำหรับห้องเรียนน่ะครับ สำหรับให้นักศึกษามารูดนิ้ว ตอนเข้าห้องเรียน แล้วก็จะให้ได้อีกเด้ง คือให้บุคลากรมารูดนิ้วแทนการใช้นิ้งจับปากกาเซ็นต์ชื่อแบบเดิม

ตอนนี้ยังไม่ซื้อมาใช้ทีครับ

ภาควิชาที่ใหญ่ ๆ อย่างอายุรศาสตร์ ได้ข่าวว่าใช้การรูดนิ้วกันทั้งหมด ทั้งอาจารย์ นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ธุรการ อันนี้ไม่กรองนะครับ

------

หน่วยงานใน ม.อ. นำมาใช้หลายหน่วยแล้วนะครับ อย่างที่แรก ๆ ก็น่าจะเป็น ศูนย์คอมพิวเตอร์ ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ หน่วยคอมฯ เภสัช ....

อันนี้ที่เห็นมา ทราบมานะครับ ที่อื่น ๆ ก็น่าจะยังมีอีกเยอะพอสมควร

-----

คงต้องมองและชั่งระหว่าง วัฒนธรรมองค์กร พฤติกรรมองค์กร การประเมิน (งาน)

บางทีก็อาจจะเหมือนกับ  case ที่ทำการรื้อทางเท้าเพื่อทำถนนให้กว้างขึ้น แต่การรื้อทางเท้าทำถนนทำให้คนเดินเท้าเสียสิทธิไป หรือผลที่ได้ก็ไม่ได้ช่วยบรรเทาเรื่องรถติดให้น้อยลงได้ (นอกจากมีที่จอดรถริมถนนมากขึ้น)

--------------

พฤติกรรมองค์กรเดิมเป็นอย่างไร องค์กรต้องการปรับพฤติกรรมองค์กรไปทางไหนอย่างไร การปรับพฤติกรรมนี้ส่งผลต่อ "งาน" หรือทำให้ "ประสิทธิภาพ" ของงาน เพิ่มขึ้น ลดลงอย่างไรบ้าง

---

ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสียครับ scan ความยืดหยุ่นไม่มี ไม่มีให้ลงรายการประกอบอื่น ๆ

เช่นกรณีท้าวฯ ต้องไปรับวิทยากร มาถึงที่ทำงาน (กรณีใช้รถสำนักงาน) ก็ต้องไป scan นิ้วก่อน ไม่งั้นกลับมาเลยเวลา สายแล้ว

หรือวันไหนไม่มีรถสำนักงาน ท้าวฯ ต้องใช้รถส่วนตัวไปรับ ท้าวฯ ก็ต้องมา scan นิ้วก่อนแล้วออกไปสนามบิน แทนที่จะออกจากบ้านตรงไปสนามบินเลย

อันน้ตัวอย่างกรณีที่เป็นข้อด้อยด้านความไม่ยืดหยุ่นของการ scan นะครับ

---

ข้อดีก็อย่างที่คนธรรมดาให้ความเห็น เป็นเครื่องมือที่มีความเที่ยงและความตรงค่อนข้างสูง เมื่อเรานำมาใช้ "วัดการลงเวลาปฏิบัติงาน" แต่เครื่องมือนี้มีความจำเพาะหรือความไว ความเที่ยง ความตรง ที่จะ "วัดประสิทธิภาพของการทำงาน" ได้หรือไม่ ก็คงต้องเป็นเรื่องที่ต้องประเมินกันอีก

-----

คงต้องถามตัวเอง (องค์กร) ว่า "ต้องการอะไร" วิธีการไหนถึงจะไปยังเป้าหมายที่ต้องการได้ หรือวิธีการที่ใช้ยังไม่ตอบโจทย์ที่ต้องการ หรือวิธีการที่ใช้ทำเพราะใครบางคน แต่ส่งผลกระทบต่อทุกคนในองค์กร การเปลี่ยนแปลงทำให้ วัฒนธรรมองค์กร เปลี่ยนไปอย่างไร พฤติกรรมองค์กรเปลี่ยนไปอย่างไร

คงต้องคิดร่วมกันครับ

---

อิอิอิ

 

เราเอง

น้อง Shang """

ยกไปเขียนอีกบันทึก นึง เลยดีกว่ามั้ย

ท้าว...ไม่ได้เป็นอาไร นะคะ

แค่...ปวดหัวใจ...เท่านั้นเอง

ไม่มีใคร ปล่อยให้ ตัวเอง ปวดหัวใจไปจนตายหรอกค่ะ

อิ...อิ...

คณะวิศวกรรมศาสตร์ Finger Scan มาหลายปีแล้วครับ

ที่ภาควิชาฯอยากให้มี แต่ป่านนี้ก็ยังไม่มีค่ะ มีแต่ประตู เพราะลักษณะทางกายภาพของที่ภาคฯยังไม่เอื้อ(มี 4 ชั้นที่มีช่องทางเข้ามากมาย) และงบยังไม่ผ่าน (ถ้าต้องมีหลายจุดเกิน)

อ่านบันทึกนี้แล้วคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นกฎกติกาอะไร ตอนเริ่มใหม่ๆก็คงจะลงตัวยาก แต่ความยืดหยุ่นและความซื่อสัตย์ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องหามาตรการเพิ่มเติมรองรับนะคะ โดยเฉพาะงานแบบกองการเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่งานสำนักงานหรือโรงงาน ที่คนทำงานต้องอยู่เฉพาะที่ซึ่งแบบนั้นใช้ได้แน่นอนไม่ต้องคิดมาตรการอะไรเพิ่ม

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.231.229.89
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ