นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1159
ความเห็น: 2

มองญี่ปุ่นด้วยหัวใจ By นิฟาริด (ตอนที่ 2)

 Click อ่าน ตอนที่ 1 ค่ะ

หลังจากท่านรองฯ เล่าความตื่นเต้นในห้องน้ำ มาแล้วก็รวมทีมอีกครั้ง
ตามมาเลยค่ะ  ตอนนี้ ก็ไม่ผิดหวังอีกเช่นเคย ...

...............................................................................................

14 Feb 2013 (2)
 
เมื่อทุกคนพร้อมหมายถึงการได้ดูแลตัวเอง เข้าห้องน้ำอาบน้ำแบบรวดรัดที่เรียกว่าซักแห้งเสร็จแล้ว ก็ออกเดินทาง
 
ไกด์ก็เริ่มทำงานทันที ทักทายเป็นทางการเสร็จ ก็เริ่มให้ความรู้ แนะนำสิ่งต่างๆ
แล้วก็ให้ข้อมูลเกี่ยวการเดินทาง สถานที่ที่กำลังจะไป การรับประทานอาหารกลางวัน และที่เป็นประโยชน์อื่นๆทุกอย่าง

สังเกตได้อย่างหนึ่งคือ ไกด์นำเสนอได้เก่งมาก ลำดับเรื่องราวได้ดี บรรยายไหลลื่น ภาษากระชับ มีอารมณ์ขัน รับส่งมุขได้ดี
ไกด์สารภาพว่าในครั้งแรกที่ทราบว่าจะต้อง นำทีมคณาจารย์มหาวิทยาลัย ที่มีด๊อกเตอร์เกินครึ่งนี้ ทำเอาเกร็งทีเดียว แต่ก็ได้ทำการบ้านมาดีเป็นตามคาดครับลูกทัวร์กลุ่มไม่ได้นั่งฟังหรือนั่งหลับนะครับ
มีคนยกมือถามเป็นระยะๆ และเป็นคำถามที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจทุกคำถาม

ไกด์ก็ตอบได้ดี ตอบอย่างเต็มใจ ไม่แสดงอาการรำคาญ ไม่ทำหน้าบูด..ก็ลองแสดงซิ? ทำให้นึกถึงห้องเรียนอยากให้ครูเราส่วนใหญ่ทำหน้าที่เหมือนไกด์ท่านนี้ อยากให้นักเรียนส่วนใหญ่ เหมือนลูกทัวร์กลุ่มนี้ นับเป็นห้องเรียนที่มีชีวิตชีวาทีเดียว

ระหว่างทาง สัมผัสได้ทันที ถึงความเรียบร้อยของถนนหนทางเรียบ ไม่มีร่องรอยการยุบ เพราะไม่มีการบรรทุกเกินเหมือนบางประเทศ

ไม่มีขยะ ไม่มีสุนัข จรจัด ในจุดที่เป็นทางด่วน ผ่านชุมชน จะมีการสร้างผนังกั้นเสียง ดูดเสียงและสะท้อนไปทางอื่น ไม่รบกวนบ้านอยู่อาศัย ดูเขาพิถีพิถันและเข้าใจหัวอกคนมีบ้านติดถนน มากเลย

จุดแรกที่เราแวะคือวัดนารีตะเป็นวัดเก่า มีคนเข้าวัดนี้ปีละหลายล้านคน ทีมเราส่วนหนึ่งก็ได้เข้าทำพิธีตามแบบญี่ปุ่น เก็บภาพดีๆเพื่อเป็นความทรงจำ พระญี่ปุ่นก็ถูกปั้นให้มีหน้าตาแบบญี่ปุ่น ดูขึงขัง หน้าดุ จริงจัง แต่ก็ดูมีความรู้สึกถึง ความเคร่งธรรมะ ทรงความรู้ ในเวลาเดียวกัน

ออกจากวัดเข้าชุมชนใกล้ๆนั้น เป็นถนนแคบๆ รถสวนได้ แต่เห็นความสะอาด ความเป็นระเบียบ หน้าบ้านไม่มีสิ่งรกรุงรัง ไม่มีขยะ ไม่มีสิ่งของไม่พึงประสงค์ ร้านค้าไม่รุกออกมานอกร้าน

ไม่วางแผงลอยรุกล้ำทางเดิน
ดูผู้คนสุภาพ เป็นมิตร พูดจาไพเราะ ขอดูขอเลือกของได้
เพียงแต่ไม่มีการต่อราคา ทั้งนี้ญี่ปุ่นไม่บอกราคาผ่าน ไม่ตั้งราคาเผื่อต่อ เหมือนจะเป็นราคาตายตัว คนต่อของไม่เก่งก็ซื้อด้วยความสบายใจ

แต่ละจุดจะมีจราจร คอยดูแลโบกรถให้หยุดให้ทางอย่างขยันขันแข็ง ดูเขาทำหน้าที่อย่างตั้งใจและมีประสิทธิภาพ

โปรดอย่าได้คิดว่า ผมเพ้อเจ้อและโปรญี่ปุ่นมากนะครับ

ความรู้สึกที่สัมผัสได้ เป็นอย่างนั้นจริงๆ คำถามคือ เราจะทำคนไทย ให้เป็นอย่างนั้นได้หรือไม่?

คนไทยมีต้นทุนของความอ่อนโยน ความสุภาพไม่แพ้กัน และเรามีดีที่มียิ้มสยาม ยิ่มเป็นธรรมชาติเพียง

แต่เราไม่ได้สร้างต่อ
ไม่ได้ปลูกฝังจะลองมารื้อฟื้นทบทวน สร้างใหม่กันดีไหมครับ

ที่สังเกตได้อีกอย่างคือ การทาสีบ้าน จะเห็นได้ว่า ไม่ใช้สีสด หรือสีฉูดฉาดบาดตา ดูทึมๆขรึมๆ เรียบง่าย ถือเป็นบุคลิกสำรวมของคนญี่ปุ่น ที่สะท้อนออกมา แม้แต่การเลือกสีบ้านครับ

  

 นิฟาริด สีชมพู

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 14 พฤษภาคม 2556 11:16 แก้ไข: 14 พฤษภาคม 2556 11:22 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 Our Shangri-La, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

บางแต่ประเทศ

แต่อย่างอื่นหนา

ช้างยังแรียกทวด

อิอิอิ

เราเอง

อ่านแล้วยิ้มเลยครับ

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.234.207.100
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ