นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1095
ความเห็น: 2

เวลาคือของขวัญ

เริ่มตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2555 เป็นต้นมา ที่ทำงานดิฉันมีนโยบายให้เขียนภาระงานประจำวัน เพื่อเก็บสถิติการทำงานเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการภาระงานในกองให้เป็นไปตามภารกิจปัจจุบันมากที่สุด

ด้วย กจ. มีการแบ่งส่วนงานแบบนี้มาตั้งแต่ดั้งเดิม เรียกได้ว่าตั้งแต่ก่อตั้ง ม.อ.เลยทีเดียว ภารกิจความรับผิดชอบงานต่างๆ รวมถึงอัตรากำลังของกองฯ ถูกจัดไว้ตั้งแต่ยุคเดิม

ตลอดมามีการปรับเปลี่ยนเป็นระยะ ปรับเพื่อให้เกิดความสะดวก คล่องตัวของการ Flow กระจายภาระงานตามความเห็นเหมาะ ตามข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ปรับกันตามการหารือกันในการประชุม มีบางจุดบางที่มีความไม่สอดคล้อง ไม่ Fit กับภาระงานในปัจจุบัน จึงต้องใช้วิธีการเก็บสถิติ เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลจากคนหน้างานปฏิบัติงานเอง

เริ่มต้นให้บุคลากร เก็บสติติเก็บข้อมูลการปฏิบัติงานของตนเองตามสะดวก อาจเก็บเป็นรายวัน รายลัปดาห์ หรือรายเดือน นัดหมายส่งให้หัวหน้างานทุกเดือน รวม 10 เดือนจะวิเคราห์ข้อมูลในภาพรวม  คิดกันว่าน่าจะเห็นภาพจริงได้ไม่ยาก

หลังจากเริ่มโปรแกรมนี้มา 4 วัน สัปดาห์นี้มีวันหยุดกลางสัปดาห์ 1 วัน ดิฉันรวมเขียนเอาเมื่อหัวค่ำนี้เอง บางวันก็งานเต็มมือบางวันแม้มีงานแต่ขี้เกียจทำ ทิ้งเอาไว้ซะยังงั้น ยิ่งงานของดิฉันหลายหลายด้านมีเต็มหน้าตักพบว่า บางงานแช่ได้เป็น สัปดาห์ทั้งที่มันควรเสร็จไปตั้งนานแล้ว

ปกติดิฉันก็จะมีระบบโน๊ตส่วนตัวต้องทำโน่นทำนี่กันลืม บ้างก็ปล่อยให้งานมันไหลไปตามเวลาราชการดิฉันเชื่ออย่างยิ่งว่าในการทำงาน ผู้บังคับบัญชา เฝ้าดูอยู่ห่างๆ ท่านจะผสมผสานรู้จักความเป็นเราทุกคนในความรับปผิดชอบ รู้คุณภาพงาน ฝีมือการทำงานของแต่ละคน  ก็ทำงานกันมานานเป็น สิบ ยี่สิบปีใครจะดูกันไม่ออก

แต่..แต่..แต่ ด้วยความที่ดิฉันมักเข้าข้างตัวเองมีเหตุผลของตนเอง การถกเถียงอธิบายตามเหตุผลของตัวเอง อาจต้องพูดนาน อธิบายยาว จนถึงพูดยาก  มาบอกว่างานดิฉัน "ว่าง" พอที่จะเอางานอื่นมาลงไว้เพิ่มอีก ยิ่งยากมากถึงมากที่สุดอาศัยลูกดื้อแถไปแบบสีข้างเลือดซิบๆ(เป็นมาแล้ว) ตกลงร่วมกันซะแบบนี้ จะได้สบายใจ เอาวิธีทางวิทยาศาสตร์มาจับซะเลย

3 วันมานี้ดิฉันทำอะไรบ้างเขียนไปเขียนมา เอ๊ะ Productivity คุณเมตตา ชักจะตกวันๆ จะทำแต่งานที่ชอบ ทั้งที่ในความเป็นจริงเราจะเลือกทำแต่งานที่ชอบไม่ได้ต้องทำตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย หน้าที่ที่องค์กรคาดหวัง นั่งคิดดู อะไรที่ทำให้ Productivity ของดิฉันตก

1.เช็คเมลตลอดวัน เรียกว่าทำงานทางเมลเป็นของชอบเช็คอยู่ได้ทุก 15 นาทีใครถามอะไรมาตอบเมลทันที ตอบได้ทั้งวัน รับหารือได้ทั้งวันแก้ปัญหาทางเมลได้อย่างดียิ่ง กลายเป็นเวลาเสียไป กับการดูอีเมลมากไปโดยไม่รู้ตัว

2.เปิด FaceBook ที่จริงแล้วดิฉันไม่นิยม มันทำให้สมาธิดิฉันแตกซ่าน กระจัดกระจายด้วยแรงกระตุ้นมากไป แต่ด้วยเหตุผลข้อ 1 คือเปิดเมลทั้งวันข้อความที่มีพวกเพื่อนใจ เพื่อนรัก เพื่อนกลุ่ม Up Status Up อารมณ์ ระบายความนัยใจ เด้งเข้ามาในเมลด้วย วันไหนถ้าสมาธิไม่ดี "ใจ" เจ้ากรรมมันดันอยากรู้เรื่องเพื่อน หลงเปิดเข้าไปดูวัน วัน นึงมันเอาเวลาไปเป็น 5-6 ครั้งทีเดียว นี่เป็นโทษของโลก Online หากไม่ยั้งชั่งใจปล่อยใจไปตามสมัยนิยมตามโลก แต่ไม่มีวินัยต่อการงาน มันเอาเวลาไปได้หมดโดยเราไม่รู้ตัว ความคิดเห็นส่วนตัวค่ะคนสมาธิดีๆ อาจไม่เป็นไรกระมัง

3.ทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันงานนี้ยังไม่ทันเสร็จวางไปทำอันโน้น อันโน้นไม่ทันเสร็จ โทรศัพท์มาอีกแล้ว รับโทรศัพท์หรือไม่ก็มีคนโทรมาทวงข้อมูล ผละจากเรื่องที่กำลังทำ ไปจัดข้อมูลให้ ทั้งที่งานที่กำลังเร่งอยู่ยังไม่ทันเสร็จ สักพักก็ไปเปิดเมลส่งข้อมูลทางเมลอยู่อีกหน่อย จนลืมอีกครั้งไปว่ากำลังทำงานอะไรอยู่ อะไรต้องทำก่อน อะไรกำลังทำค้างอยู่

4.การจัดลำดับความสำคัญไม่ดี "ผลงานจึงไม่เป็นชิ้นเป็นอันอะไรสักอย่าง" "ค้างหมดทุกเรื่อง" งานที่จะเริ่มใหม่ก็ไม่มีพลังพอที่จะพุ่งกระโจน พุ่งเป้าเพราะมีงานเดิมๆ ที่ทำไม่เสร็จทำไม่เรียบร้อยคอยฉุดยึดอย่างนี้เรียกว่าปล่อยเวลาไปกับสิ่งเร้ารอบข้าง อย่างสติแตก

5.ปล่อยให้คนอื่นมาใช้เวลาของเราประเภทชอบช่วยเหลือคนอื่นไม่ดูว่าเวลาของตัวเองกับงานมีเส้นยาแดงแค่ไหน ใครมาชวนคุยก็คุยหมดปฏิเสธไม่เป็น กำลังวุ่นๆอยู่แต่พอมีคนมาขอให้ช่วยก็ตกลงใจ ช่วยเขาก่อนอย่างหลงลืมงานตนเอง(คุ้นๆคำนี้)

ด้วยเทคโนโลยีที่มันเข้ามาหาเรา มาใกล้ชิดเราดั่งเป็นลมหายใจนี่แหล่ะ Social NetWork อีกมุมก็เป็นเครื่องมือดึงความมุ่งมั่นตั้งใจ สมาธิในการทำงาน ได้แต่คิดแบบปลงๆ ว่า "ก็เป็นยุคสมัยของเขา"

อีกอย่างนิสัยชอบแต่ทำงานง่ายก่อนซะจนเป็นนิสัย ผลสุดท้ายคืองานยากต้องทำในเวลาที่เหลือน้อย ท้ายสุดเวลาผลงานแต่ละชิ้นออกมาก็มานั่งคิดว่า "ถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็จะทำได้ดีกว่านี้" เมื่อการงานไม่เสร็จเรียบร้อยตามที่มอบหมายก็ประชดแดกดันคนอื่น "งานนี้ถ้าทำได้เองทำเสร็จไปนานแล้ว" แบบนี้ก็มี  

ต่อแต่นี้
หันมาสนใจตัวเองด้วยจุดอ่อนของตัวเองต้องอาศัย List to do ,To do list  ตั้งเป้าแผนงาน แต่ละวัน ต้องทำอะไรเสร็จบ้าง วางเป้าหมายให้สอดคล้องกับวันคืนที่ผ่านไป ที่สำคัญ"หลวง"เขาจ้างดิฉันหลายบาท  อย่าทรยศต่อหม้อข้าวตัวเอง

present  เป็นคำคุณศัพท์ แปลได้ว่า เวลาปัจจุบัน บัดนี้ ขณะนี้ ขณะจิต
present  เป็นคำนาม แปลได้ว่า "ของขวัญ" เช่นกัน

"เวลาคือของขวัญ

วันนี้วันศุกร์ที่จะมีวันหยุดยาว 3 วัน
อย่าลืมเข้ามาเขียน Share ด้วยนะคะ


 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 07 ธันวาคม 2555 07:31 แก้ไข: 07 ธันวาคม 2555 09:13 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 MoN_Takan, และ 11 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อยากจะเก็บสถิติข้อมูลการทำงานบ้างจัง แต่กลัวว่าเสนอไปแล้วคงต้องตกงานแน่เลย ในเวลาทำงานแทบจะไม่มีงานของตัวเอง มีแต่งานของคนอื่น งานของตัวเองต้องมาทำวันหยุดเช่นวันนี้

งานของคนอื่นที่เราทำให้เพราะความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงสัมพันธ์กันก็คืองานของเราค่ะ

เป็นงานบริการ ชุมชนรอบข้าง บริการเพื่อนร่วมสำนักงาน เพื่อความสุขของคณะ เพื่อการลื่นไหลของงานในภาพรวม

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.234.207.100
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ