นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1112
ความเห็น: 2

ผู้บริหารต้องพร้อมเสมอ

บันทึกนี้ได้เนื้อหาเรื่องเล่าจาก ท่านรองฯ นิฟาริด ระเด่นอาหมัด

บันทึกนี้เป็นของท่านรองฯ นิฟาริด ระเด่นอาหมัด เขียนไว้เมื่อ 4 เดือนก่อนท่านส่งเมลโดยขมวดท้ายเมลไว้ว่า "ฝากคุณเมตตาช่วยขึ้นต้น/ลงท้ายให้ Smoot อย่าให้ความเสียไป  ดิฉันรับรู้ได้ว่านั่นคือวิธีการพูดของผู้บริหารที่ต้องการให้ลูกน้องภูมิใจในการทำงานดีๆ ให้ อันที่จริงแล้วท่านเขียนได้น่าอ่านอยู่แล้วเพียงแต่ให้เกียรติลูกน้องเท่านั้นเอง

ท่านแจ้งว่าเขียนเรื่องนี้เพื่อเป็นแรงบันดาลในให้นักบริหารรุ่นน้องตระหนักว่า"ผู้บริหารต้องพร้อมเสมอ"

เพื่อการนำสู่เรื่องเล่า ภารกิจที่ไม่คาดคิด เร่งด่วนกับชีวิตการเป็นผู้บริหาร

สายสนับสนุนอย่างดิฉันคุ้นชินกับการนัดหมายประชุมผู้บริหาร ประชุมกรรมการพอๆ กับ คุณทดแทน ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่คลุกคลีอยู่กับการซ่อมแกะ แคะ ตัด แก้ปัญหาเครื่องมือเครื่องใช้ไม่ทำงาน (โทรไปทีไรก็ซ่อมเครื่องทุกที) เพื่อนๆที่อยู่ต่างหน่วยงานเปรยบ่อยๆ ว่า “จะประชุมอะไรกันนักกันหนา” โทรทีไรก็ไม่สะดวกรับสาย ประชุมทุกที แกทำงานตอนไหนกันเห็นแต่ประชุม ประชุม และประชุม

ก็อธิบายกันไปมหาวิทยาลัยของฉั้นเป็นองค์กรใหญ่ มีภารกิจหลายพื้นที่ การงานประชุมก็เพื่อขับเคลื่อนเป็นสิ่งสำคัญที่เลี่ยงได้ยากเพราะนั่นคือการคิดร่วมการใช้มุมมองที่แตกต่างช่วยกันมองช่วยกันเติมเต็มเรื่องราวเพื่อความสมบูรณ์ เรียกว่าตัดสินใจร่วมกัน Share Vision ไง "การมีส่วนร่วมในการบริหารไง"

ความยากของนัดหมายประชุมเกิดจากการจัดวาระที่กระชับได้ตามวัตถุประสงค์ การประสานกรรมการให้มาครบความพึงพอใจจากคณะกรรมการต่อการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าความยากอีกอย่างอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงเวลาจากการเบียดโปรแกรมที่สำคัญหรือเร่งด่วนกว่า เกิดขึ้นได้เสมอด้วยภารกิจหลายด้านของผู้บริหาร ยิ่ง"เจ้านาย" ของดิฉันเป็นคนมีภารกิจงานรอบด้าน เลื่อนหรือขยับนัดหมายประชุม เพื่อภารกิจอื่นเข้ามาอย่างไม่มีทางเลี่ยง พบเจอได้ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน หลายรอบ

สองวันก่อนถูกขยับการประชุมเป็นครั้งที่ 3 ในรอบเดือน จนหาวันประชุมไม่ได้เกิดภาวะงานผิดแผน ผิดมาตรฐานงานที่กำหนด ความเครียดตามมา

ทั้งที่เข้าใจเหตุผล ก็ยังอดบ่นกับฟ้าดินไม่ได้ ทำไมต้องเลื่อน กรรมการอีกตั้งหลายคนต้องนัดหมายใหม่ ไม่รู้จะว่างตรงกันอีกเมื่อไหร่จ ะคิดอะไรก็คิดเถอะเพื่อให้สบายใจทุกอย่างมีเหตุผลมีความจำเป็น มีภารกิจอื่นที่จำเป็นกว่า นัดใหม่จะกี่ครั้งก็ต้องพยายามทำ (อาการเซ็งนะรู้สึกได้แต่ต้องทำต่อ...อิ..อิ..) ดูแลเรื่องราวข้างต้นผ่านไปนึกขึ้นมาได้ว่าได้รับ "เรื่องเล่า" เรื่องนี้จากท่านรองฯ นิฟาริด เมื่อหลายวันก่อน  เรื่องราวนี้จะช่วยให้ฝ่ายเลขาฯ ทั้งหลาย เข้าใจผู้อื่น เข้าใจผู้บริหาร รวมถึงเข้าใจภารกิจแห่งตนได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

ท่านเล่าไว้ว่า.....

เมื่อ วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานใหญ่และสำคัญของ UMK ครับไปแบบไม่มีแผน สายๆ วัน ๑๘ กค. ได้รับโทรศัพท์จากท่านคณบดีมนุษยศาสตร์  เช็คมายังผมว่าพอจะช่วยไปร่วมงานได้หรือไม่? ทางทีมมนุษยศาสตร์ต้องไปร่วมอีกงานที่ UUM และอีกทีมไปภูเก็ต 

ผมแจ้งว่าถ้าจำเป็นที่สุดผมไปทำหน้าที่แทนได้ ขณะตอบนั้นผมอยู่บนเวทีที่โรงแรม กำลังจัดงานใหญ่ว่าด้วยการมอบรางวัลครูสอนดี กับผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี  รับปากคร่าวๆว่าจะแสตนด์บาย คอนเฟิร์มอีกทีและจะออกเดินทางเช้ามืด พรุ่งนี้บ่ายๆ กำลังจะเป็นประธานพิธีเปิดและ Welcome งานของศาลจังหวัดมีท่านคณบดี วสส.ไปร่วมงาน โดยพาลูกทีม วสส. และวิทยาลัยอิสลามศึกษาร่วม ๒๐๐ คน

ผมได้รับแจ้งอีกครั้งว่ากำหนดการต้องเปลี่ยนต้องไปเย็นนี้เลย จะได้หรือไม่? เหตุผลเพราะท่านรัฐมนตรี Higher Ed.เป็นประธานเปิดงานงานเริ่มเช้ามาก ออกเช้าที่สุดอย่างไรก็ไม่ทัน

จะไปได้กี่โมง? เป็นคำถามที่มีทางเลือกน้อยมาก ผมบอกไปเร็วที่สุดได้อย่างนั้นต้องไป ๕ โมงเย็น วันนี้ผมมีภารกิจนั่งหัวโต๊ะประชุมทีมบริหารกองกิจฯ เสร็จประมาณนั้นผมปิดประชุมตอน ๔ โมงกว่าๆ

นัดลูกสาวให้ออกจากโรงเรียนสาธิตฯ ให้ไปยืนรอหน้าโรงเรียนเลยถึงบ้านประมาณ ๔ โมงครึ่ง คว้าสิ่งแรกคือหนังสือเดินทาง เก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋า(ไม่ได้เปลี่ยนชุด)คนึงคิดแว๊บนึงว่าวันนี้ทำงานตั้งแต่งานเช้า พอมีเวลาก็ละหมาดสัก ๕ นาที ทำทันทีที่คิดเห็นรถจอดเทียบหน้าบ้าน มีผู้ช่วยคณบดี  คณบดีมนุษยศาสตร์และ  อ.ฟาอีซ๊ะ ไปด้วย

ไม่ลืมโทรบอกแม่บ้านว่าผมรับลูกสาวของเราส่งไว้ที่บ้านแล้ว ว่าแล้วก็ส่งกระเป๋าให้พขร. ขึ้นรถ นั่งนิ่งๆ สบายๆ ทำตัวให้สงบเรียกสมาธิกลับมาสักพักก็เป็นปกติ สงบนิ่งและยิ้มได้ยิ้มสยามด้วยครับ

พนักงานขับรถไป ๒ คนผมตั้งใจให้เขานอนค้างที่โกลก ไม่อยากให้ขับกลับตอนกลางคืน เขาแจ้งว่าว่ารุ่งขึ้นต้องไปภูเก็ตจึงชวนพนักงานขับรถอีกคนมาเป็นเพื่อน เราถึงด่านไทยประมาณ ๑ ทุ่ม เช็คเอกสารเสร็จ รถ UMK มารอรับพอดี ฝนตกเล็กน้อย  เข้าด่านมาเลย์ เช็คหนังสือเดินทางแบบขับผ่าน โผล่หน้าให้เจ้าหน้าที่เห็น ก็ผ่านด้วยดี

ที่นี้ก็ "หิวข้าว" ซิครับ จัดแจงทุกอย่างลงตัวสัญชาติญาณความหิวมาเตือนมืดแล้ว และวันต่อมาจะเริ่มเดือนรอมฎอน ร้านอาหารปิดหมดต้องทนหิวเพื่อเดินทางจนเข้าเมืองนั่นแหละ คลำกระเป๋าสตางค์ดูแทบเป็นลมเพราะไม่ได้แลกเงินเลย ไม่มีติดตัวแม้แต่ริงกิตเดียว คิดเงียบๆจะเอาไงดีอย่างนี้ต้องกินที่โรงแรมอย่างเดียว แล้วรูดการ์ดเอา

ถึงหน้าโรงแรมเจอ Prof. Dr. Faroq (คณบดี) จึงออกปากชวนท่านไปกินข้าว ไม่บอกนะว่านี่เป็นแผน แล้วก็สำเร็จด้วย  ท่านบอกจะพาเราไปเลี้ยงอาหารพื้นเมือง ที่อร่อยที่สุด คือไปกินข้าวยำ กับไก่กอและแถมด้วยทอดมันปลาทูแบบมาเลย์ตอนนั้น ๓ ทุ่มแล้ว
ยืนยันว่าอาหารทุกอย่างอร่อยที่สุดครับ

งานสำคัญเริ่มเช้า เราไปเข้างานตรงตามเวลาที่กำหนดก็แค่ลงลิฟท์เท่านั้น เขาจัดให้ผมนั่งแถวหน้า ติดกับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเวียนนาและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีจากเคแอล ทั้ง ๒ ท่านชื่นชมประเทศไทยและคนไทย

ได้ทีผมก็โม้ต่อและชวนให้มาเยี่ยม ม.อ. (ทำหน้าที่ ปชส.อีกหน้าที่) Hospitality คือคำที่ทั้ง ๒ ท่านย้ำ ผมเพิ่มยิ้มสยามและบอกอุปนิสัยดีๆของคนไทยอีกหลายอย่างเมื่อได้โอกาสบอกเล่าสิ่งดีๆ ของประเทศเรา ม.อ.ของเรา

งานเริ่มด้วยการแสดงต้อนรับ ๒ ชุดอ่านกุรอ่านแล้วรัฐมนตรีกล่าวสุนทรพจน์ พร้อมเปิดงานหยอดเงินให้เดี๋ยวนั้น ๑๐ ล้านบาท ให้ช่วยการทำวิจัยต่อมาท่านอธิการกล่าวต่อ เขามีศูนย์ GERIC เตรียมงานวิจัยเพื่อสร้างคนให้เป็นผู้ประกอบการแล้วจึงเชิญตัวแทนมหาวิทยาลัยต่างๆขึ้นเวทีแลก MOU กันผมเห็นสีหน้าแววตาของท่านอธิการ บ่งออกถึงความดีใจที่เราไปร่วมงานกล่าวคำขอบคุณไม่รู้จบ

ผมได้แต่ congratulations ต้องขอชื่นชมและขอบคุณทีมบริหาร ที่เริ่มงานด้วยการให้ท่านอดีตอธิการบุญสม ศิริบำรุงสุข ที่ได้พาอดีตนายกฯชวน หลีกภัย และทีมงานไปพบเขาก่อนหน้านี้

แล้วก็ถ่ายภาพหมู่เสร็จงาน ผมบอกทีมเขาขอกลับทันทีไม่อยู่รับเลี้ยงแล้ว ไม่อยากเดินทางค่ำๆ  ระหว่างทางก่อนถึงชายแดน มีโทรศัพท์จากผู้บริหารโทรศัพท์เข้ามาขออภัยที่ไม่ได้ดูแลเทคแคร์ เข้าใจกันทุกประการ  

กลับถึงบ้านก่อน ๖ โมงเล็กน้อย ได้ทำหน้าที่แลกเอกสาร MOU สมบูรณ์แล้วครับ

เรื่องราวนี้ผมบอกกล่าวให้ทีมบริหารรุ่นใหม่ว่า ผู้บริหารที่ดีนั้นต้องพร้อมเสมอครับ ขอเชิญทุกท่าน ใช้ประโยชน์จาก MOU นี้ หากจะไปยินดีนำทางไป ใกล้นิดเดียวครับมนุษยศาสตร์ ปัตตานีก็แนบแน่นกับเขาครับ

นิฟาริด ระเด่นอาหมัด

 

 

บันทึกนี้พอจะเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานในหน้าที่ของตนได้ โดยเฉพาะสำหรับดิฉันเวลาถูกเลื่อนประชุม (อิ..อิ)
ต่างหน้าที่ต่างภารกิจ ที่ทำเพื่อ ม.อ. เพื่อประเทศชาติของเรา


ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

 

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 04 ธันวาคม 2555 00:11 แก้ไข: 05 ธันวาคม 2555 14:09 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 pompom, Ico24 คนธรรมดา, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ดีจังเลย ยังคงมีหลายๆ ท่าน ทำงานแบบเดียวกะเรา แลหนักกว่าเรา

สอง อาทิตย์ที่ผ่านมา เราทิ้งคนที่บ้าน หมดเกือบทุกคน

มีเวลาน้อยมาก เพราะเราคิดว่างานที่เราทำมันต้องแข่งกับเวลา และต้องจ่ายทั้งค่าวัดุ และค่าขนเครื่องมือ

จาก Korea ร่วมสองล้าน เรามุ่งหน้าอย่างเดียวว่างานต้องสมบูรณ์แบบ กับเม็ดเงินที่ต้องจ่าย

ในเนื้องานแต่ละงานมันมีรายละเอียดปลีกย่อย และเนื้อหาสาระที่จะสอนให้เรารู้จักวิธีการแก้ปัญหา และสอนวิธีการคิดอย่างเป็นระบบอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว เพียงแต่อยู่ที่ทักษะและประสบการณ์ของแต่ละคนที่เข้าใจกับเนื้องานที่ปฏิบัตินั้นจริง ๆ เพียงใดเท่านั้นเอง แต่ก็เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ สู้ ๆ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.237.186.116
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ