นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2118
ความเห็น: 2

"นาย" กับ "ลูกน้อง" สภาพแวดล้อมของกันและกัน

อย่าทำตัวเป็นกบเลือกนายหน่อยเลย จะเป็นใครก็ตามขอให้คุณทำหน้าที่ให้ดี ซื่อตรงต่อหน้าที่การงานเท่านั้นเป็นพอ..จะทำเรื่องง่ายให้เป็นยากทำไม? ไม่ว่าจะถูกใจกันขนาดไหนก็ไม่สามารถที่จะเป็นนายเป็นลูกน้องกันชั่วฟ้าดินสลายโดยไม่เปลี่ยนคน

ห้วงเวลาเช่นนี้ คนในตึก สำนักงานอธิการบดีคงลุ้นระทึกว่าใครจะมาเป็น "นาย" ที่พูดน้อยหน่อยเก็บเนื้อเก็บตัวก็คงเปรยกับตัวเอง อยากรู้จังใครจะมาเป็นนายเรา แต่หาก social จัดช่างพูดหน่อยก็อาจหลุดปากเป็นประโยคคำถาม "ข่าวเป็นยังไงกันบ้าง" ใครจะมาบริหารตรงไหน อยากรู้ อยากรู้ ช่วยเมาส์มอย ให้ฟังกันหน่อย

ขอจูนนิดนึงนะคะ ความจริงข้อแรก ทุกๆคนไม่ว่า อธิการบดี รองอธิการบดี ลูกน้อง ทีมงาน นาย หัวหน้า ต่างอยากพัฒนามหาวิทยาลัยและมีความปรารถนาดีกับ ม.อ.ของเรา
จึงได้รับอาสามา นำพาองค์กร หน่วยงานของเรา

ก่อนอ่านขอให้มโนภาพ "เรา" กับ "เจ้านาย" มีอิทธิพลต่อกันขนาดไหน?  ดิฉันจะเริ่มมโนภาพนะคะ

ทำไมดิฉันต้องตื่นเต้นกับการเปลี่ยน เจ้านายทุกครั้ง ก็เพราะทั้งดิฉันและนายต่างเป็นสภาพแวดล้อมที่หนีกันไม่พ้น ต้องร่วมงาน สานฝัน นำแนวคิดความเชื่อ นโยบาย สื่อสารทุกวัน บ่อยๆ บ่อยมาก จนถึงบ่อยที่สุด  หากไม่ชอบกันตั้งแต่เห็นหน้าหรือได้ยินกิติศัพท์ หัวใจดิฉันก็จะเหี่ยวลีบ ไม่มีทั้งแรงกายแรงใจจะเผชิญ ปัญหาอุปสรรคที่จะเกิดจากการงานร่วมกันเอาซิ...สำคัญมั้ยหล่ะ วันละ 8 ชั่วโมงเผลอๆ มีงานเสาร์อาทิตย์ดึกดื่นก็ตามงานกันได้อีก ประมาณว่านายนึกได้ตอนไหนก็ตามกันตอนนั้น เราต่างเป็นสภาพแวดล้อมของกันและกัน จริงๆ

ในชีวิตดิฉันผ่านการเปลี่ยน "นาย" ที่ใกล้ชิดกันมา 5 ครั้งใหญ่ๆ ครั้งหนึ่งดิฉันเคยกระงอดกระแงด ตาพลิกตาคว่ำกับนายที่คุ้นเคยกัน ว่าอยากจะทำงานกับนายคนเดิม ไม่อยากเปลี่ยน ไม่อยากปรับตัว...แล้วก็บ่น ปอดแปด ปอดแปด ชุดใหญ่ 

ท่านจึงกรุณาสอนไว้ว่า 
นี่คุณอย่าทำตัวเป็นกบเลือกนายหน่อยเลย จะเป็นใครก็ตามขอให้คุณทำหน้าที่ให้ดี ซื่อตรงต่อหน้าที่การงานเท่านั้นเป็นพอ..จะทำเรื่องง่ายให้เป็นยากทำไม? ไม่ว่าจะถูกใจกันขนาดไหนก็เป็นไปไม่ได้ ที่จะเป็นนายเป็นลูกน้องกันชั่วฟ้าดินสลายโดยไม่เปลี่ยนคน ยิ่งระบบของเรา ผู้บริหารที่เป็นสายวิชาการมาบริหาร ดูแลงานตามวาระ ผมขอให้คุณกลับไปตรอง ดูอีกครั้งมองให้เห็นความจริงอย่ายึดติด

ขณะที่ดิฉันชอบการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ไม่ชอบอะไรที่จำเจ ขณะเดียวกันดิฉันก็หวั่นไหวกับการเปลี่ยนแปลง ไม่เป็นไรหรอกจะเปลี่ยนอะไรก็รับได้ทั้งนั้น แต่ทางที่ดี ไปเปลี่ยนตรงอื่นก่อน ที่ไม่ใช่ดิฉันได้มั้ย....เหอ...เหอ...

ดิฉันก็ถูกเปลี่ยนนายมาหลายยุคหลายสมัย ก่อนหน้านี้ก็ไม่รู้สึกอะไรมากมาย มารอบนี้ อายุงานมากขึ้นเริ่มเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ "ในวงการ" ความสุขที่มี ตอนนี้ก็ไม่ใช่ความรักหวานแหวว สีชมพูเช่นหนุ่มสาว ความสุขส่วนใหญ่จะเกิดจากการงานสำเร็จ การยอมรับ สิ่งที่ตามมากับอายุคือสำนึกรู้สึกรับผิดชอบการเป็นส่วนหนึ่งของการนำ(ถึงแม้จะแค่ระดับต้น) ว่าไปแล้วมีหลายปัจจัยที่ความสำเร็จถูกส่งผ่านจากมือเรา จากทีมงานที่เราดูแล บ่อยๆครั้งที่ต้องสัมผัส ประชุมร่วมหาทาง ก็เป็นอีกหนึ่งแรงที่พาองค์กรไปสู่เป้าหมาย...อิ...อิ... "แบบนี้เขาเรียกว่าเริ่มมีสำนักรักองค์กร" และมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบต่อเป้าหมายองค์กร

ย้อนไปในอดีตเกี่ยวกับหัวหน้า

หัวหน้าผู้ชายรับดิฉันเข้าทำงาน ดิฉันออกจะศรัทธาทุกอย่างทุกกริยา เก่งกาจเหลือเกินดูช่างน่านับถือ ตอนนั้นเป็นน้องน้อยอยู่

หัวหน้าผู้หญิงที่เป็นผู้บังคับบัญชาที่ติดกัน มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท สอนงานแบบทำให้ดูเป็นตัวอย่างให้เห็นและจดจำไว้นะเธอ เรื่องแบบนี้ต้องทำแบบนี้ ออกจะละเอียดหน่อยในความเห็นดิฉัน แต่เอาล่ะ พี่เค้าคิดเรื่องงานทุกลมหายใจ อะไรก็ลืมๆ กันได้เมื่อคำนึงถึงผลประโยชน์ขององค์กรเป็นตัวตั้ง เรียกว่ามีการทำเป็นแบบอย่างที่ดีตลอดที่อยู่ร่วมกัน เอาดิฉันได้อยู่  ตอนนั้นก็ยังเป็นน้องน้อยอยู่

หัวหน้าผู้ชายที่เพิ่งเปลี่ยนผ่าน มาปกครองบังคับบัญชากันเมื่อ 5-6 ปีก่อน มาปกครองในวันที่ดิฉัน มีเขี้ยวมีเล็บแล้ว(แปลว่ามีความเป็นตัวของตัวเอง และถูกหล่อหลอม ปลุกปั้นรับอิทธิพลและวัฒนธรรม วิถีการทำงานจาก กองฯ มาแล้วระยะหนึ่ง)ช่วงนี้เองที่ลูกน้องอาจจะปกครองยาก มีตัวตนสูงมีจินตนาการ มีความฝัน อาศัยศรัทธาเป็นตัวนำในการทำงาน มีปากมีเสียงและกล้าที่จะมีอารมณ์ เรียกว่าแต่ละเรื่องราวเธอทำตามความคิด ตามความเชื่อ แรงขับจากภายใน และตามจินตนาการเต็มที่

ซึ่งเรื่องนี้จะไม่พูดถึงขอยกเป็นความยากของเจ้านายที่ต้องปกครองลูกน้องแบบเขี้ยวลากกกกก  ทุกอย่างล้วนชนะได้ด้วยความจริงใจที่มีให้หน่วยงาน

ไม่ว่าจะเป็นนายคนไหน คนไหน พื้นฐานเลยที่ดิฉันอยาก ได้ คือ

1.แฟร์ แฟร์ ตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม ผิดถูกว่ากันไปตามเรื่องราว
2.ไม่ผูกใจเจ็บเพราะคนเรา มีผิดมีถูกได้ตลอดเวลา
3.อย่าพูดมาก ยิงให้ตรงๆ 3 คำจบ ดิฉันเข้าใจอะไรง่ายอยู่แล้วอย่าเยอะ(รำคาญ)
4.พูดดีๆ อย่าใช้เสียงดัง (ดิฉันจะตกใจ) หมายความว่าควบคุมอารมณ์ให้นิ่งได้
5.มีความยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ
6.ไม่นิ่งเฉยเมื่อลูกน้องร้องขอความช่วยเหลือหรือเสนอแนะเรื่องระบบงาน

อันนี้ก็ใจเขาใจเราอ่ะค่ะในขณะที่เราเป็น “หัวหน้า” เราก็เป็น “ลูกน้อง” ของ “นาย”  
เราอยากมี “นาย” ที่ดี ลูกน้องเราก็อยากมี "นาย" ที่ดีเหมือนกัน

ของฝากมายังลูกน้องเรื่องที่พึงปฏิบัติต่อนาย คัดเอาแต่เรื่องสำคัญแต้ๆ

1.อย่า งอนหรือแสดงสีหน้าไม่พอใจนาย เมื่อนายใช้อารมณ์กับเรา
2.ไม่เถียงนายต่อหน้าผู้อื่น ใช้วิธีชี้แจงเมื่อไม่มีคนอื่นแล้ว
3.ส่งเสริมภาพพจน์ "นาย" ให้ดูดี ต่อผู้อื่นทุกโอกาสที่ทำได้
4.อย่าต้องให้ นาย บอกซะทุกเรื่อง หัดสังเกต รู้ ดูเอาบ้าง     
5.อย่าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของนาย
6.ทำใจให้พร้อมที่จะรองรับอารมณ์โกรธหรือถูกด่าว่าถูกตำหนิจากนาย (บางคน)
7.มโนภาพเสมอ ว่าถ้าเราเป็นนายแล้วจะต้องไปไหน ทำอะไรบ้างในวันนี้และพรุ่งนี้ ในการงานที่เกี่ยวข้องกับเรา จะต้องเตรียมรายละเอียดให้โดยไม่ต้องรอให้สั่งจึงทำ


เป็นไงหล่ะคะ ขุดค้น คุยมาจากวิถีปฏิบัติ มาตลอด 20 ปี แห่ะ ๆ แต่ดูเหมือนก็ไม่ค่อยรุ่งเรืองเท่าไร...

บันทึกหน้าค่อยอ่าน "เจ้านายในฝัน" นะคะ

มีความสุขกับวันหยุดค่ะ 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 05 เมษายน 2555 17:38 แก้ไข: 06 เมษายน 2555 09:26 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Marky, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เห็นภาพความเปลี่ยนแปลงชัดมากค่ะ และสื่อสารความรู้สึกได้ตรงไปตรงมาชัดเจน เยี่ยมๆค่ะ

ต้องยอมรับ ว่าเค้าเขียนได้ดีจริงๆ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

ในหน่วยงานของตนเอง ค่อนข้าวใกล้เคียงกับ 6 และ 7 ข้อของ เจ้าของบันทึกอยู่

 

แต่ในฐานะที่เป็นลูกน้อง (ที่คิดว่าดี) มาหลายปี และเป็นหัวหน้า (ที่ยังไม่รู้ว่าดีหรือเปล่า) มาหลายเดือน คิดเห็นตรงกับป้าจิ๊บที่สุดเรื่อง ความปรารถนาดีกับองค์กร ที่ทุกคนพึงมี

 

แต่เรื่องความคิด บุคลิกส่วนตัว ของคนอื่นที่ไม่ยอมแก้ไข (ที่ขัดต่อการนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ) นี้บางทีก็ยากก็ที่จะทำใจให้ร่วมงานกันได้ แต่ก้คงต้องไม่ยึดติดตามที่ป้าจิ๊บกล่าวไว้

 

ให้กำลังใจตนเองมากๆ ปล่อยว่าเสียบ้าง มองเรื่องงานเป็นหลัก หาข้อดีของเพื่อนร่วมงานบ่อยๆ แล้วทุกอย่างคงจะดีเอง...มั้งครับ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.230.119.106
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ