นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
Page Visits: 1846
comment: 2

เมื่อดิฉันมาสมัครงานที่ ม.อ.(ตอนที่ 1)

เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจาก ทีมงานของ "ป๋า"

ขอขอบคุณมายังคุณ Bravo 1 เจ้าของบันทึก เมื่อฉันมาเป็นครูฯ ตอนไปตามดวง
ที่เป็นแรงบันดาลใจในการพยายามเขียนชุดบันทึกเรื่องเล่า "เมื่อ ม.อ.รับคุณเมตตา มาทำงาน"

เมื่อดิฉันมาสมัครงาน ที่ ม.อ.

2534  หลังจากจบปริญญาตรี เด็กสาวบ้านนอกอย่างดิฉันหันหลังให้กรุงเทพเมืองฟ้าอมร ปฏิเสธงาน "นักวิเคราะห์หลักทรัพย์" ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วยเพราะ..ด้วยเหตุเหม็นเบื่อกรุงเทพเต็มประดาพอกันที 9 ปีที่ทรมาน

9 ปีเต็ม ที่เป็นสาวเมืองกรุง (จาก ม.4-ม.6  + มหาวิทยาลัยเปิด 5 ปี ครึ่ง)ตรงนี้เป็นผลให้เธอไม่มีเพื่อนที่หาดใหญ่เพราะไปอยู่เมืองกรุงนาน ไม่ได้ผูกพันตามช่วงวัยของการมีเพื่อนซี้ นานๆ เพื่อนเมืองกรุงก็ห่างเหินไป ตามระยะทาง
 
มุ่งสู่ หาดใหญ่บ้านเกิด แน่หล่ะทุกคนที่เรียนจบก็จะมีหน้าที่ในการหางานทำ
ทุกๆช่วงเช้าดิฉันจะตะเวนสมัครงาน....ตามที่ต่างๆ
อุปกรณ์สมัครงานก็จะมี....รองเท้า(ขาดไป 1 คู่)
รูปถ่าย ที่ตัดสินใจอัดมาในคราวเดียวกัน 2 โหลเหลืออยู่เพียงใบสุดท้าย คงต้องอัดโหลที่ 3 เพิ่มถ้ายังไม่ได้งาน
ในขณะที่ช่วงบ่าย...จะช่วยแม่ทำขนมขาย...

บ่ายวันหนึ่งทำขนมพลาง...ฟังวิทยุพลางมีข่าวรับสมัครลูกจ้างชั่วคราวตำแหน่งเจ้าหน้าที่บุคคล หมดเขตรับสมัครในวันที่บังเอิญได้ฟังข่าวนั้นแหล่ะ รีบทิ้งถาดขนมอาบน้ำในทันทีมายื่นใบสมัครทั้งที่ไม่รู้ว่างานนั้นต้องทำอะไรบ้าง รู้เพียงว่าโตแล้วต้องทำมาหากินเลี้ยงตัวเองแล้ว...ดูเหมือนจะมีเวลาก่อนสอบ 6 วันที่จะเตรียมตัว

ท่องเรื่องการเขียนหนังสือราชการ....(ที่มหาวิทยาลัยเขาไม่ได้สอน)

อ่านหนังสือ"งานบุคคล"เป็นที่สงสัยว่าเขาทำอะไรกัน(ในขณะที่ตัวเองจบ บริหารการตลาด)
อ่าน พรบ.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

จดจำชื่อ...ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ให้ได้....

วิธีการคือการสอบโดยการ สอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ทำดิฉันรับรู้ได้ว่าดิฉันทำข้อสอบได้ .... น่าจะผ่านเกณฑ์ที่ ม.อ.ประกาศไว้
แล้วก็สอบได้จริง

ขั้นตอนการสัมภาษณ์  เสียงอื้ออึงว่า ม.อ.นี่ไม่มีเส้นเข้ายาก
แต่กระนั้นมิได้หวาดหวั่น...เราทำหน้าที่..ไม่ได้ก็ค่อยหาใหม่

ผ่านวันนั้นมา หากนับในวันนี้ล่วงผ่านมาแล้ว 20 ปี
ชาวบ้านร้านตลาดอย่างดิฉันรับรู้ว่า"ต้องมีเส้น มีสายถึงจะได้ทำงานที่นี่"
กระนั้นแล้วดิฉันก็ผ่านขั้นตอนสัมภาษณ์เข้ามาได้ด้วยคะแนนอันดับ 1 จากผู้สอบ 7 คน อิ...อิ...ทำเป็นโม้...


คืนนี้ดึกแล้ว...ลูกสาวนอนหลับรออยู่ข้างๆ ดิฉันต้องอุ้มเธอไปเข้านอนก่อนแล้ว...รออ่านตอน 2 ต่อไปนะคะ

ฝันดีค่ะ






หมวดหมู่บันทึก: ประวัติศาสตร์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 30 พฤศจิกายน 2554 23:22 แก้ไข: 30 พฤศจิกายน 2554 23:51 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 anni, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

เรื่องเส้นสายที่ "เขา" ว่า คงไม่ใช่เรื่องจริง และไม่เกี่ยวกับเรื่องค่าตอบแทน ทรัพย์สินเงินทองมั้งครับ

 

แต่อาจหมายถึง ความใก้ลชิดของผู้สมัคร กับ หน่วยงาน เช่น

 

บางหน่วยงานเปิด-ปิด รับสมัครแค่สัปดาห์เดียว (แถมเงียบๆ อยู่ในหน้าเวบไซต์หน้างาน)

 

บางครั้งคนที่เป็นลูกจ้างในงานเดิมเข้าสอบด้วยเพื่อหวังว่าจะเลื่อนขึ้นมาเป็นข้าราชการหรือพนักงานในตำแหน่งเดิมหรือใกล้เคียง

 

บางครั้งคนรู้จักกับคนในอาจจะรู้แนวทางที่ชัดเจนของงานที่จะทำและข้อสอบที่จะออก (ตามงานที่จะทำ) ก็อาจเดาข้อสอบได้บ้าง

 

หรือ อย่างแย่ที่สุด บางครั้งอาจมีลูกหลานญาติสนิทมิตรสหายมาสมัครสอบจริง แต่คนเหล่านี้ก็ต้องสอบผ่านข้อเขียนให้ได้ตามเกณฑ์เสียก่อน ถึงจะมีสิทธื์เข้าสอบสัมภาษณ์ ซึ่งการสัมภาษณ์ก็คือการดูลักษณะบุคลิกที่หน่วยงานต้องการ ถ้าเป็นคนเคยเจอรู้จักมักคุ้นและรู้ปูมหลังแล้วล่ะก็ ก็ไม่น่าห่วงที่จะรับเข้ามาทำงานได้โดยไม่ต้องกังวลว่ากรรมการจะตาถั่ว รับคนที่ไม่ต้องการเข้ามาทำงาน

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

อ่านบันทึกของคุณเมตตาแล้ว ก็ขำตนเอง หัวเราะออกมาดังๆ 5555 ..... นึกว่าคุณเมตตาจะแซวเล่น ปรากฎว่าเขียนมาแนวเดียวกันจริงด้วย เพราะในการทำงานของเราทุกๆ วัน จะพบปะกับคนมากมาย อุปสรรคต่างๆ ฯลฯ สิ่งเหล่านั้นก็ให้แง่คิดและเล่าสู่กันฟังได้

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 3.235.85.115
Message:  
Load Editor
   
Cancel or