นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1858
ความเห็น: 4

เปลือยใจเขียน...เมื่อดิฉันอยากจะเปลี่ยนงาน

ชื่อบันทึกนี้เกิดจากพฤติกรรมเลียนแบบ...ช่วงนี้ชื่อบันทึกใน Share สวิงสวายตาม "ป๋า" กันไปหมด...อิ...อิ...
ดิฉันเชื่อว่า หลายคนคงเคยผ่านจุดลังเลของชีวิตในการตัดสินใจเรื่องราวต่างๆมาบ้างแล้ว"จุดที่จะหักเหที่จะเปลี่ยนจากสิ่งเดิมที่ทำมาเกือบ 20 ปี" นับเป็นช่วงเวลาแห่งความลังเลสับสน ขาดความมั่นใจในตัวเอง ถ้าสิ่งที่ยิ่งเรากำลังตัดสินใจนั้นมีน้ำหนักสูสีกัน เก่าก็มีข้อดีหลายอย่าง ใหม่ก็ท้าทายหรือน่าสน หรืออาจไม่น่าสนหรอกแต่ขัดเคือง...ที่เก่าเหลือเกินแล้ว (ตรงไปไหมเนี่ย)

ถอดบทเรียน
ดิฉันเรียนรู้ว่า
ขณะที่กำลังตัดสินใจ หากทุกอย่างเกิดขึ้นในหัวและในใจรับรองได้ว่าเราจะตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึกมากกว่าข้อมูลจริงหรือเหตุผลเพราะการตัดสินใจในแต่ละนาทีที่เกิดขึ้นในใจเรามันจะเกิดขึ้นทีละประเด็น ไม่ได้มีการเปรียบเทียบข้อมูลเก่าและใหม่ทั้งหมดพร้อมกัน

หลายเดือนมานี้ดิฉันโดนมรสุม..งานไม่ค่อยเข้าเป้าสิ่งหนึ่งที่รู้สึกมากๆคือตัวเองทำได้ไม่ดี   นายขัดใจบ้าง พูดจาไม่เข้าหูบ้าง ไม่สบอารมณ์  ซ้ำๆ จนนึกอยากเปลี่ยนงาน

โดยนิสัย ดิฉันจะไม่ยึดติดกับอะไร..มาก...เปลี่ยนใจเปลี่ยนเส้นทางได้ทุกเวลา ทุกเรื่อง....คิดใหม่ได้ตลอด

ครานี้...ถึงคราคิดมากเป็นพิเศษเพราะเป็นงานที่รัก...ทำมานานไม่เคยสักครั้งที่จะผิดหวัง จากงานมีงานยากให้ทำตลอดเวลา เจ้านายเก่งๆก็มีหลายคน...สนุกไปอีกแบบซึ่งในงานราชการ...หากไม่โชคดีก็จะไม่ได้มีโอกาสทำงานเช่นนี้   เรียกว่าหลงรักงานนี้เป็นทุน...

มีคนแนะนำให้ดิฉันลองทำสิ่งเหล่านี้  
1.เลิกคิดเรื่องนี้สักหนึ่งหรือสองวันให้จิตใจที่กำลังสับสนวุ่นวายได้พักผ่อน เพื่อกลับมาสู่สถานะจิตใจ ที่ปกติลืมความขัดอกขัดใจไปก่อน เอาอารมณ์ออกให้หมด...คิดถึงแต่ ข้อเท็จจริง

2.คิดใหม่โดยอย่าคิดตามวิธีเดิมในใจ ในสมอง ในห้วงคำนึงปลี่ยนเป็นเขียนลงไปในกระดาษ  แบ่งช่องซ้ายและช่องขวา ไล่เขียนข้อดีและข้อเสียของงานปัจจุบัน ไปทีละ ข้อแยกเป็นสองส่วน

ส่วนที่หนึ่งเขียน เรื่องราวปัจจุบัน
เงินเดือน
ปริมาณงาน  
ความท้าทายของงาน
โอกาสก้าวหน้า
เพื่อนร่วมงาน  
การยอมรับจากเจ้านาย
เจ้านายหล่อ
เจ้านายให้เกียรติ
ฯลฯ  คิดไปเรื่อยเท่าที่คิดออกทั้งแง่บวกและลบ

ส่วนที่สอง
ให้เขียนความเป็นไปได้อีก 5 ปีข้างหน้า
ตามหัวข้อเดิม

3.คว่ำกระดาษใบนี้ทิ้งไว้ไม่ต้องสนใจมันไปเล่นกีฬาหรือเดินเล่นสักพักแล้วค่อยกลับมาหยิบ กระดาษแผ่นที่สองขึ้นมาแล้วแบ่งออกเป็นสองส่วนเหมือนกัน
ส่วนแรก  เขียนลักษณะงานใหม่ที่เราจะไป

ส่วนที่สองคือความเป็นไปได้ของงานในที่ใหม่อีก 5 ปี ข้างหน้า หัวข้อที่เหมือนกับแผ่นแรกพยายามเขียนข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ข้อมูลไหนไม่แน่ใจ ไม่รู้ทำเครื่องหมาย ? ไว้

4.นำข้อมูลสองแผ่นมาเปรียบเทียบภาพรวมดู"ใจ"เราไปทางไหนมากกว่ากัน

5.นำกระดาษสองแผ่นนี้ติดตัวตลอดเวลาไม่ว่าจะไปไหนเอามาอ่านในช่วงที่เรามีสมาธิดีๆ ในห้องนำ ก่อนนอน หลังสวดมนต์...นั่งรอลูกเรียนพิเศษ  รถติดไฟแดง ...ทุกที่ที่อยู่เงียบๆ ดูและคิดตัดสินใจทุกวันก่อนนอนจนกว่ากระดาษแผ่นใดแผ่นหนึ่งจะเข้ามาอยู่ในใจเราติดต่อกันเกิน 3 วัน เป็นอันว่าสิ้นสุดการตัดสินใจ 

6.ซ้อมเสียดาย เช่นเราน่าจะรู้สึกเสียดายอะไรบ้างจากงานปัจจุบัน และกลับกันถ้าเราเลือกที่จะทำงานอยู่ทีเดิม เมื่อเวลาผ่านไปในอนาคตเราคิดว่าเราจะรู้สึกเสียดายอะไรจากงานใหม่ (ที่เราไม่เลือก)

7.ชั่งน้ำหนักดูว่าความเสียดายด้านไหนมีผลกระทบต่อจิตใจเรารุนแรงกว่ากัน

8. ฉีกกระดาษแผ่นที่ไม่เลือกทิ้งไปและพยายามลืมมันให้เร็วที่สุด

ทำครบขั้นตอนแล้วต้องเชื่อมั่นว่า"ไม่มีการตัดสินใจครั้งไหนผิดพลาด" เพราะการตัดสินใจของคนไม่มีคำตอบที่ถูกผิดเพียงแต่การตัดสินใจในแต่ละครั้งนั้นรอบคอบหรือไม่รอบคอบเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมเท่านั้น

ดิฉันทำทุกอย่างตาม 8 ข้อด้านบน ภายในเวลา 2เดือน

จึงจัดการ....ส่งใบสมัครเข้าสอบคัดเลือกงานใหม่ให้เจ้านาย...อนุญาติ  ในท้ายใบสมัคร
นายทัดทาน โดยให้เหตุผลในมุมของนาย...โมโหค่ะ..โมโห...
ดิฉันสู้อุตส่าห์ ทบทวนด้วยความยากลำบาก...
ตั้ง 8 ขั้นตอน....สุดท้ายแล้วชีวิตฉันยังต้องมาขึ้นอยู่กับการคิดของอีกคน

เจ้านายดิฉันฉลาด(ก็แห๋งหล่ะ! ไม่ฉลาดเขาจะได้เป็นนายเรารึ) ทิ้งเวลาให้ดิฉันได้คิดตามเหตุผลของการทัดทานหลายวัน...หยอดคำหวานเล็กน้อยพอให้เราฟองฟู

ดิฉันไม่เลิกลาำใหม่ตามขั้นตอนเดิม...อ้าว! ก็แผ่นเก่าฉีกทิ้งไปแล้ว....ไม่เป็นไรเพิ่งทิ้งไปหมาดๆ พอจำได้อยู่(แสดงว่าไม่ลืมจริงตามข้อ 8)

เช้าวันนี้เองดิฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีอยู่น้อยนิดในเรื่องการดื้อ

......หนูขอยืนยันคำเดิม....

ขอยืนยันเหตุผลเดิมจะขอบคุณมากถ้า่จะเข้าใจเหตุผลที่ทัดทานไว้...

....ค่ะ...

ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำ ไม่คิดไปคิดมา เดี๋ยวงานไม่เสร็จไม่ได้ผลที่หวังวงจรเดิมก็จะกลับมาอีกไม่เข้าเป้า นายหงุดหงิด...เราน้อยใจ 

รีบๆทำไปดีกว่า...
อย่างน้อยเราก็มีค่ากับองค์กร...

ราตรีสวัสดิ...ค่ะ
 วันนี้ Share ช้าจัง
 
 
created: 30 October 2009 23:31 Modified: 02 November 2009 08:51 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
เจนวดี (Recent Activities)
01 November 2009 19:53
#50228

^_^
ก่อนมาทำงานใน ม.อ...จำได้ว่า ทำครบ 8 ข้อไปแล้ว 3 ครั้งค่ะ มั่นใจว่า ยังไม่มีเสียใจที่ตัดสินใจทั้ง 3 ครั้ง  สำหรับที่นี่..ทำได้แค่ข้อ 1 มาไม่รู้กี่ครั้ง ก็กลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำงานเหมือนเดิมทุกที..ไม่รู้เป็นไง.

สู้ สู้ ค่ะ

Ico48
mandala (Recent Activities)
01 November 2009 21:02
#50231

"รักในสิ่งที่ทำ ทำให้สิ่งที่รัก"
ขาดความรักซะแล้ว อะไรก็ไม่โสภาไปหมด  ไม่มีใครรู้ใจเราเท่าตัวเราเอง

อย่าให้เสียงคนอื่นมาทำให้เราต้องฝืนทำในสิ่งที่ไม่ชอบ เพราะเมื่อขาดไป 1 คน ไม่นานเขาก็หาคนใหม่ได้

ไม่ได้ยุยง แต่อยากให้ตัดสินใจในสิ่งที่ดีสำหรับตัวเราที่สุด
เป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

 

Ico48
ไทยมุง (Recent Activities)
04 November 2009 00:25
#50325

เอ๋ๆๆๆ ... ทำไมใจตรงกัน

ผมก็อยากจะเปลี่ยนงาน งานที่ทำอยู่ ก็ทำมา 20 ปีแล้วเหมือนกัน เลยคิดว่า .. น่าจะถึงเวลาเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างแล้ว

แต่ต่างกัน ตรงที่ผมไม่ได้เขียนอะไร คิดอยู่อย่างเดียว ว่าจะไปแล้ว

อย่าบอกนะ ว่าจะไปสมัครที่เดียวกัน (ฮา)

หุหุ...อย่าเพิ่งเครียดกันนะค่ะ  เป็นกำลังใจให้ค่ะ  ตอนอ่านเรื่องของพี่ทำไมหนู่ดันมีภาพหน้าพี่ดวงพร มาลอยอยู่ในความคิดซะงั้น (แอบเมาท์)  สงสัยว่าหัวหน้างานนี้เขาจะมีเหตุผลให้เรายอมเขาได้ทุกทีซิน่า

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.215.182.81
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ