นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3080
ความเห็น: 6

ว่าด้วยความขัดแย้ง...ในองค์กร

ดิฉันอยู่ระหว่างเขียนโครงการอบรม "การบริหารความขัดแย้งในองค์กร"จึงหยิบหนังสือเรื่องการบริหารความขัดแย้งมาอ่านเป็นพื้นความรู้ในการเขียนโครงการ หลักสูตร

ย้อนนึกไปว่า ดิฉันทำงานในองค์กร นี้มานาน กว่า 18 ปี
ถามตัวเองว่านับวันที่เราทำงานเพิ่มขึ้นๆ นี่เรารักเพื่อนร่วมงานเพิ่มขึ้น หรือเปล่า? เราเข้าใจคนรอบตัวเพิ่มขึ้นหรือเปล่า?  หรือยิ่งแก่ยิ่งเอาตัวเองเป็นใหญ่...ไปเรื่อย

ี่รัก-ชอบยังไงก็รักอยู่อย่างนั้น สำหรับคนที่เราไม่ชอบ ก็มีเท่าเดิมนานไปนานไปจะไม่มีซะด้วยซ้ำ ที่ว่าไม่ชอบ ไม่ใช่  คนละแนวโลกของการทำงานเราคบกันแบบ ผู้ใหญ่  ให้ความเคารพ ความนับถือ ในหลักการ แนวคิด วิธีทำงาน ความสม่ำเสมอ 

เพื่อนรัก..พร้อมที่จะเข้าใจในความเป็นเราว่า เรามิได้มีด้านดีเด่นไปซะทั้งหมดคนนี้ขี้งอน คนนี้ขี้อิจฉา คนนี้ขี้โม้ แต่ดิฉันก็ยอมรับและรักเขา  แต่ทว่าหากเพื่อนร่วมงานเรา ขี้โม้ ขี้อิจฉา เราจะรังเกียจและไม่อยากเข้าใกล้ ไม่พร้อมที่จะเข้าใจเพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่จะมาทำได้ "คนทำงานต้องใช้วุฒิภาวะ"  "มีเหตุผล"   ใช้การยอมรับ  ในความเป็น...เช่นนั้นของแต่ละคนมองอย่างเข้าใจ  ทำใจ...เขาเป็นอย่างนั้นเอง  ทำลืมๆ ไป  คือสิ่งที่ดิฉันปลอบใจตัวเองบ่อยเมื่อรู้สึกขัดแย้ง


ดิฉันสรุปว่า
ความขัดแย้งเกิดขึ้นได้ง่ายในกลุ่มคนที่...ไม่มีพื้นฐานความรัก ...ความปรารถนาดีต่อกันทั้งนี้เพราะหากรักกันแล้วจะยอมกัน..ยอมถอยหากอีกฝ่ายรู้สึกโกรธ เคือง ไม่พอใจ ยอมขอโทษเมื่อรู้ว่าทำผิด...รุกล้ำ ... หรือทำไปแล้วอีกฝ่ายหนึ่งไม่สบายใจ ก็จะมีบทง้อ...ขอคืนดีด้วย

และความขัดแย้งพร้อมที่จะพัฒนา ลุกลามหากมีเรื่องของการแข่งขัน การชิงดีชิงเด่น ผลประโยชน์เข้ามาเป็นบรรยากาศเสริม

ความขัดแย้งในองค์กรเกิดได้จาก

1. การไม่ยอมรับวิธีการทำงานที่แตกต่าง ซึ่งแท้จริงก็มาจากความต่าง ความหลากหลายเช่นบางคนมีรายละเอียดในเรื่องภาษา ติโน่นตินี่  จนต้องใช้เวลา นานในการจะร่างหนังสือสักฉบับ บางคนไม่สนใจขอให้เสร็จเร็วๆ เข้าว่า บางคนถนัดบินเดี่ยว บางคนถนัดเป็นผู้นำจนไม่สามารถเป็นผู้ตามใคร เมื่อวิธีการทำงานที่ต่างก็ไม่อยากที่จะร่วมงานกัน ทั้งที่ต่างคนต่างมีจุดเด่นของตน

2 หรือเกิดจากบุคลิภาพส่วนตัว บางคนถือยศถือศักดิ์ บางคนปากร้าย ใจดี  บางคนชอบสั่งสอนคนอื่น บางคนขี้โม้ คุยโว โวยวายในทุกเรื่องทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ หรือกระทั่งทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก
        
3.ความขัดแย้งมาจากความรู้สึกส่วนตัว เกิดจากความรู้สึกไม่พอใจบางสิ่งบางอย่างเล็กๆ แต่ถูกกระพือโดยการว่ากันไปว่ากันมาต่อเติมเสริมแต่ง ด้วยเจตนาของผู้หวังดีและผู้ไม่หวังดีทำให้เกิดความขัดแย้งบานปลาย จับกลุ่มเข้าพวกกันเกิดเป็นพวกเป็นหมู่ เป็นก๊กขึ้น มีการว่ากล่าวกันลับหลังโดยเจ้าตัวไม่มีโอกาสรู้หรือรู้แต่ไม่มีโอกาสชี้แจง ต้นสายปลายเหตุ


คงมีความขัดแย้งอื่นๆอีก ที่ทำให้แต่ละฝ่ายทำงานร่วมกันไม่ได้ แต่สุดท้ายคือขาดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ตำราบอกว่าเหตุแห่งความขัดแย้งเกิดได้จากปัจจัยภายใน หมายถึงเหตุปัจจัยของคู่ขัดแย้งที่ส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง ไม่ลงตัว ความต้องการหรือความไม่ต้องการ ความเห็นที่แตกต่าง อาจถูกอกุศลเข้าครอบงำ เกิดเป็นความยึดมั่นถือมั่นในความเห็นความเชื่อของตน(ทิฎฐิ) ทำให้การรับฟังกับบกพร่องเมื่อใดความขัดแย้งนั้นก็จะกลายเป็นความรุนแรง ลุกลาม เพราะทำให้เรื่อง ประเด็นไขว้เขวออกไปจากความเป็นจริง เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารที่สร้างสรรค์

และอาจเกิดจากปัจจัยภายนอก หมายถึง กฎ กติกา เงื่อนไข โครงสร้างองค์กร ที่ไม่กระจายอำนาจ กติกาที่เอาเปรียบผู้ปฏิบัติงาน  รวมถึงการสื่อสารที่บกพร่อง
ไม่ใส่ใจในการสื่อสาร จับประเด็นผิดมาสื่อสาร ทำให้ผิดประเด็นไขว้เขว ผู้บริหารความขัดแย้งในองค์กรต้องเป็นผู้บริหารองค์กร  หัวหน้างาน ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรและผู้ที่มีภาวะผู้นำ
เพราะ  "องค์กร" ไม่มีชีวิต...คนต่างหากที่ทำให้องค์กรมีสีสรรมีชีวิตและผลจากความต่างของคนก่อให้เกิดความขัดแย้ง ...."

ผู้รับผิดชอบในการบริหารองค์กรทุกระดับมีหน้าที่บริหารความขัดแย้งจากความต่างของบุคคล  มีหน้าที่จัดการโครงสร้าง ระบบบริหาร รวมถึงการมอบหมายกระจายภารกิจการงาน ให้เท่าเทียมไม่ไปเป็นจุดก่อให้เกิดเป็นความขัดแย้งได้บริหารความขัดแย้งให้เกิดประโยชน์ต่องาน..ให้แต่ละกิจกรรมที่ดีที่สุด...กลายเป็นมูลค่าเพิ่มของความต่างระหว่างบุคคลที่เพิ่มให้กับองค์กร

ในวันที่ 23-24 พ.ย. นี้เราจะมีโครงการฝึกอบรมเรื่อง
"การบริหารความขัดแย้งในองค์กร" ให้สำหรับผู้บริหารระดับกลาง....ค่ะ...แจ้งประชาสัมพันธ์มาทางนี้ก่อน เพื่อเป็นการสื่อสารในเบื้องต้นค่ะ

นี่ไม่รู้บุญหรือกรรม...แม้ก่อนนอนก็ต้องทำงานก่อนจึงจะหลับสบาย


ฝันดีนะคะ...อิ....อิ...

 

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 28 ตุลาคม 2552 01:07 แก้ไข: 28 ตุลาคม 2552 09:06 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 เมตตา.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ถ้าไม่ติดงานจะมาฟังด้วย แต่ไม่ลงทะเบียนก่อนนะครับ

เพราะหากแจ้งแล้วไม่ไป จะโดนปรับ ฮ่า

จะแวบไปแบบนินจา ไม่ต้องจัดอาหารกลางวันให้ก็ด้าย

 

พี่เมตตาขา...มีจัแบบสัญจรมาต่างวิทยาเขตรึปล่าวค่ะ หรือขอเป็น Tele ได้ไหมค่ะ อยากให้มาจัดที่ วข. สฎ.ด้วยจัง หุหุ

ขอมองต่างมุมนะคะ

ปัจจุบันนี้  การเกิดความขัดแย้งในองค์กร  มิได้หมายถึง องค์กรนั้น ไม่มีความรัก หรือเข้าใจไม่ตรงกัน

แต่หมายความถึง  คนในองค์กร  เกิดความเห็น หรือมีมุมมองในเรื่องนั้น ๆ ที่แตกต่างกัน

องค์กรใดหากไม่เกิดความขัดแย้ง ย่อมเป็นองค์กรที่อันตราย  ผู้บริหารคิดอย่างไร  ลูกน้องคิดอย่างนั้น และทำตามที่ผู้บริหารบอกทุกประการ  ย่อมมองออกนะคะว่าองค์กรนั่้นจะเป็นอย่างไร

แต่หากคนในองค์กรเกิดมุมมองที่แตกต่าง  ย่อมทำให้เกิดวิธีการที่หลากหลาย  คนในองค์กรต่างช่วยกันคิด ช่วยกันหาแนวทาง ในการที่จะไปสู่เป้าหมายขององค์กร  ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมมีวิธีการได้หลายวิธี

ผู้บริหารที่ดี  หากสามารถบริหารให้คนในองค์กรซึ่งคิดต่าง และมีความขัดแย้งในวิธีคิด  สามารถให้เหตุให้ผล  ของความแตกต่างหรือความขัดแย้งนั้น  พร้อมทั้งร่วมกันหาแนวทางร่วม  ย่อมเกิดผลดีต่อองค์กรแน่นอน

เข้ามามุงดู แล้วก็อดจะกระซิบกับคนข้างๆ ไม่ได้

ความขัดแย้งในองค์กรมันย่อมเกิดขึ้นอยู่แล้ว เป็นธรรมชาติ ในเมื่อมีคนสองคนหรือหลายคนมาอยู่ร่วมกัน ความขัดแย้งนี้จะมีประโยชน์ ถ้าใช้กันอย่างสร้างสรรค์ ใช้เพื่อพัฒนา เพื่อการแข่งขันกันเอง

ผมเอง เจอสภาพนี้มาหลายปี สาเหตุมาจากคนที่ "อยาก" อยากไปหมด อยากใหญ่ อยากขึ้นไปสูงๆ ในที่สุด ก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะได้เหยียบหัวคนอื่นขึ้นไป ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ ทำได้แม้กระทั่งฆ่าเพื่อน ฆ่าลูกพี่ คนที่เลี้ยงดู ฟูมฟักกันมา ใช้ทุกวิธีการที่จะทำลายล้างกัน โจมตีกันทุกครั้ง ที่มีโอกาส

ทุกวันนี้ กลุ่มคนดังกล่าว โกหกจนได้รับโล่ห์ไปแล้ว

ผมเอง เฝ้ามองปรากฏการณ์นี้อย่างคนทำใจ

มองความขัดแย้ง....เป็นเรื่องธรรมดา

มองความบาดหมาง....เป็นเรื่องธรรมดา

โลกนี้...ความแน่นอน....คือความไม่แน่นอน

วงจรชีวิตมี...เกิด...แก่...เจ็บ....ตาย

วันนี้...เป็นเพียงบทบาท...หน้าที่...และ "หัวโขน" ที่สวยงามสวมอยู่เท่านั้น...ถอดหัวโขน...ก็กลายเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง...

หากเราอยากมีความสุขอย่างแท้จริง..ควรบริหารหัวใจ..และ...น่าจะอยู่กับปัจจุบันและมองทุกอย่างเป็นเรื่อง "ธรรมดา"

มองเพื่อนร่วมงาน_ทุกคนในองค์กร_เป็นเพื่อนกันหมด

เราไม่สามารถทำให้ใครได้ดังใจเราได้...เพราะขนาดนิ้วมือเรา...ยังไม่มันเท่ากันเลย.. 

ใครที่ทำให้เรารู้สึก.."เจ็บใจ".."เสียใจ" คงต้อง..ขอประทานพรให้เขาจงมีความสุข..แล้วเราก็จะมีความสุขไปด้วย...

"สุขให้เป็น...ก็เป็นสุข"......เชื่อดิฉันซิค่ะ

 

คุณบุหงาหลายครั้งที่สายฝนประทานพรให้กับคนอื่นแต่กลับถูกเยียบย้ำซ้ำเติมเป็นร้อยเท่าเลยค่ะ บางครั้งสายฝนสวดมนต์ กวดน้ำว่าอย่าได้มาจองเวณจองกรรมกันเลย แต่ก็ยังหนีไม่พ้น ทำอย่างไรดีละ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.81.244.248
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ