นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2012
ความเห็น: 0

กว่าจะเป็น 1 โครงการฝึกอบรม

ดิฉันวนเวียนอยู่หน้า Share.psu ตลอดวันหยุด 3 วันนี้ ไม่ไ้ด้ไปไหนไกล...มีงานติดกลับมาทำที่บ้านบ้าง พอให้มีหลายๆ บรรยากาศของช่วง long weekend มีคนบอกว่าทำงานมาหลายปีเขียนๆ ไว้ซิกระบวนการจัดโครงการหรือการบริหารโครงการฝึกอบรมทั้งหลายเราอาจจะมองดูว่าง่าย ลำดับขั้นตอนต่างๆนี่อยู่ในสมองจัดเรียงส่งขึ้นมาให้บริหารจัดการอย่างอัตโนมัติลองดูนะคะพยายามจะแปลงวิธีการทำงานออกมาเป็นการเขียนบันทึกเล่า....

กว่าจะเป็น 1 โครงการฝึกอบรม
งานในแต่ละปีของดิฉันเริ่มต้นที่วันเริ่มปีงบประมาณ ซึ่งในราวเดือนสิงหาคมของทุกปี คณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรแต่ละด้านก็จะมีการนัดหมายประชุมกันเพื่อจัดทำแผนโครงการเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านต่างๆ เสนอผ่านเข้ามาทางฝ่ายเลขานุการที่งานของดิฉันดูแลอยู่  เพื่อนำโครงการต่างๆ เสนอขอความเห็นชอบในหลักการพร้อมอนุมัติกรอบวงเงิน จากคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัย  โครงการพัฒนาบุคลากรประกอบด้วยโครงการสำหรับการพัฒนาแยกเป็นด้านๆ ตามโครงสร้างการพัฒนาตามชุดของคณะกรรมการที่เราวางไว้หลายๆด้าน คือ
1.คณะอนุกรรมพัฒนาบุคลากรด้านบริหาร
2.คณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรด้านการเรียนการสอน
3.คณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุน
4.คณะกรรมการจรรยาบรรณ (กิจกรรมส่งเสริม)
5.คณะกรรมการพัฒนาระบบส่งเสริมการจัดการความรู้ 

ปีงบประมาณ 2553 เราประชุมกันเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2552 อนุมัติโครงการมา  69 โครงการเป็นหน้าที่ที่ทางงานพัฒนาและฝึกอบรมรับมาบริหารจัดการให้ทันตามกำหนดภายใน 12 เดือนรวมถึงการติดตามผลโครงการในปีก่อนหน้าที่จัดดำเนินการไปแล้ว

กว่าจะมาเป็น 1 โครงการนี่ต้องทำอะไรบ้าง
แต่ละปีโครงการที่ได้รับอนุมัติมาก็จะมาเป็นชื่อโครงการ กลุ่มเป้าหมาย วัตถุประสงค์และงบประมาณ คร่าวๆ ดิฉัน และทีมงานต้องทำอะไรต่อบ้างให้งานต่างๆ ดำเนินการไปได้ตามแผนงานที่ตั้งไว้

เริ่มต้นที่ เขียนโครงการฝึกอบรม เขียนได้ยังไง....ก็ต้องดูนะคะว่าโครงการนั้นจัดขึ้นให้มีเพื่อตอบโจทย์อะไร

ตัวอย่างโครงการ"สอนการเขียนหนังสือราชการ"  เราก็ตั้งต้นว่า
1.ปัญหาคืออะไร   "เขียนหนังสือราชการไม่ค่อยถูก"
2.ใครเขียนไม่ค่อยถูก....."พนักงานบรรจุใหม่"
3.แล้วใครเขียนถูกใครเขียนดีและใครเป็นผู้สอนได้
"พนักงานรุ่นพี่ ที่ผ่านงานในฐานะผู้บังคับบัญชา หัวหน้า ทำงานมาระยะหนึ่ง"
4.วิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือวิธีการไหน  "การฝึกเขียนหนังสือราชการอย่างง่าย.....ปานกลาง....ยาก ...ในบรรยากาศที่ไม่เป็นทางการ..."
5.สถานที่ที่ส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับหลักสูตรแบบนี้...ลักษณะห้องที่จะใช้อบรม...การจัดห้อง...การจัดโต๊ะ และองค์ประกอบต่างๆ
6.วันเวลาที่เหมาะสม"ขึ้นอยู่กับวิทยากรผู้สอน วันห้องประชุมว่างและวันที่มหาวิทยาลัยไม่มีภารกิจสำคัญอื่น "

เมื่อได้รายละเอียดข้างต้นแล้วก็เอามาสร้างเป็นหลักสูตร เป็นโครงการขออนุมัติจัดตามขั้นตอน ซึ่งมีหลายขั้นตอนที่ซ่อนซ้อนกันอยู่ หากไม่เคยทำจะเริ่มต้นไม่ถูก

เราจะ็เริ่มต้นที่มีแผ่น Action Plan ที่ทำไว้ใช้กันลืมแม้จะทำบ่อยๆ  เป็นแผ่นกระดาษที่ระบุถึงกิจกรรมต่างๆ ขั้นตอนการดำเนินการอย่างละเอียด ลำดับการกระทำเรื่องต่าง ๆ ว่าอะไรต้องทำก่อน-หลัง ตลอดจนกำหนดตัวผู้ ช่วยรับผิดชอบแต่ละกิจกรรม เรียกว่าแบ่งงานกันทำ โดยเฉพาะ กรณีโครงการฝึกอบรมซึ่งมีระยะเวลาฝึกยาวนาน และมีการฝึกอบรมหลายหมวดวิชา ช่วยกันดำเนินงาน เป็นไปอย่างมีขั้นตอนช่วยกัน รับรู้ข้อมูลการประสานงานกันระหว่างทีมงานที่รับผิดชอบร่วมกัน ว่างานนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว  และสะดวกในการติดตามกำกับงานของหัวหน้าทีม ให้เป็นไปตามแผน

โดยทั่วไปเราแบ่งการวางแผนการดำเนินงานฝึกอบรม ออกเป็น 3ช่วงการดำเนินการ คือก่อนการฝึกอบรม ขั้นตอนสำคัญคือการคัดเลือกวิทยากรที่จะต้องทำให้เรียบร้อยก่อนการขออนุมัติจัด ยังมีขั้นตอนระหว่างการฝึกอบรมและหลังการฝึกอบรมที่จะทยอยเขียนเล่านะคะ

การคัดเลือกวิทยากรและเชิญวิทยากร เราจะดำเนินการตามขั้นตอน นี้ค่ะ

1.พิจารณากำหนดตัวบุคคลซึ่งเหมาะสมจะเชิญเป็นวิทยากรในการฝึกแต่ละหัวข้อวิชา พิจารณา จากผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้ซึ่งมีประสบการณ์เกี่ยวข้อง จัดลำดับรายชื่อไว้หัวข้อละ 2 - 3 ราย เพื่อจะได้ดำเนินการเชิญตามลำดับ โดยทั่วไปจะพิจารณาถึงคุณสมบัติในด้านความรอบรู้ทางวิชาการหรือประสบการณ์ในเรื่องที่ต้องการความสามารถในการสื่อความ มีความสามารถในการนำเสนอหรือดำเนินการด้วยเทคนิคที่หลากหลายและจำเป็นความเหมาะสมในด้านคุณสมบัติซึ่งทำให้วิทยากรท่านนั้น เป็นที่ยอมรับนับถือ

2.เมื่อมีรายชื่อผู้ที่เหมาะสมจะขอเชิญแล้ว ควรติดต่อทาบทามวิทยากรเป็นการภายในตามลำดับที่จัดไว้ (ทางโทรศัพท์) แจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของโครงการฝึกอบรม ซึ่งหัวข้อวิชาที่ขอเชิญเป็นวิทยากร วัตถุประสงค์ของหัวข้อ ประเด็นที่ให้วิทยากรดำเนินการ เทคนิคการฝึกอบรมที่เสนอแนะ รวมถึงคุณสมบัติและจำนวนของผู้เข้ารับการอบรม วันเวลาที่นัดหมาย

3.เมื่อวิทยากรตกลงรับเชิญจึงส่งหนังสือเชิญหรือหนังสือขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชา หน่วยงานต้นสังกัดของวิทยากรพร้อมแนบเอกสารที่วิทยากรควรทราบเช่นรายละเอียดกำหนดการ โครงการฝึกอบรม

4. รอจนเชื่อว่าวิทยากรได้รับหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการแล้ว ให้ประสานติดต่อกับวิทยากรอาจจะพูดคุยทางโทรศัพท์ อีเมล์ หรือผ่านทางเลขาฯ อีกทีเพื่อขอเอกสารประกอบการฝึกอบรม ประวัติของวิทยากรควรมีแบบฟอร์มประวัติให้กรอก หรือขอรับประวัติวิทยากรบางรายอาจมีอยู่แล้ว รายละเอียดเกี่ยวกับและโสตทัศนูปกรณ์ที่จะใช้ จัดสถานที่ฝึกอบรมที่วิทยากรต้องการ สอบถามเกี่ยวกับการเดินทาง เป็นต้น

นี่แค่กระบวนการแรก...ด่านวิทยากรเท่านั้นเองค่ะ...สิ่งที่ต้องทำ....สำหรับเทคนิค...การเชิญ การเจรจาให้วิทยากรรับบรรยายรับสอน หรือกระทั่งต่อรองค่าบรรยาย(ทำได้...อิ...อิ...)...แต่ไม่ควรทำ..และทำได้อย่างไรค่อยเจอกันอีกบันทึกนะคะ...วันนี้ยาวไปซะแล้ว...

มีความสุขกับวันหยุดนะคะ
 
 
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.229.118.253
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ