นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1384
ความเห็น: 3

KM มิใช่เป้าหมาย

ดิฉันติดตามเรื่องราวการจัดการความรู้ของที่อื่นผ่านทางเครือข่ายที่มีอยู่บ้าง เนื่องจากงานการจัดการความรู้เป็นงานที่ยังเป็นนามธรรมอยู่มาก อาศัยการจัดการผ่านการรู้ตัวตนของบุคลากร การเสริมพลังซึ่งกันและกัน (หนึ่งบวกหนึ่งจะได้คำตอบมากกว่าสอง) การสร้างบรรยากาศของการไว้เนื้อเชื่อใจจนสามารถบอกเล่าเทคนิค ทักษะเฉพาะตน ในบรรยากาศที่เหมาะสม..(อีกต่างหาก)... KM เชิงองค์กร ที่ทำไปก็ทำไป ถึงฤดูกาลเขียนรายงานทีก็รายงานได้แบบ ตั้งสติให้ดี 

วันหยุดนี้ได้ติดตามอ่านงานของแควนๆ เจอบันทึกนี้ของ ดร.ประพนธ์ ผาสุกยืด จึงส่งข้อความขออนุญาตท่านนำมใผยแพร่ ใน Share วงน้อยของเรา ท่านตอบไม่ขัดข้อง จึงนำมาฝากกันค่ะ

" มี กิจกรรมแต่ไม่มีเป้าหมาย แสดงว่ายังไม่ได้ "ใช้ KM" "

ท่านเขียนไว้ว่า  ท่านที่เคยฟังผมบรรยายคงจะพอจำได้ว่าสิ่งที่ผมเน้นเป็นประจำ ก็คือคำว่า “ทำ KM vs. ใช้ KM” จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมพบว่าหน่วยงานส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับ “การทำ KM” มากกว่า “การใช้ KM” เวลาผมพูดว่า “ทำ KM” ผมหมายถึงการทำกิจกรรม KM อันหลากหลาย อาทิเช่น

การสร้างฐานข้อมูลหรือการนำความรู้ไปจัดเก็บใน Website หรือ การใช้ระบบ Intranet ในหน่วยงาน

การจัดมุมความรู้ มุมหนังสือ หรือห้องสมุด

การจัดเวทีให้คนได้มีโอกาสพูดคุยกัน เช่น การตั้งวงให้คนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน (บางท่านอาจเรียกกลุ่มการพูดคุยนี้ว่า CoP)

การจัดอบรมสัมมนา การจัดตลาดนัดวิชา/ตลาดนัดความรู้ การทัศนศึกษาดูงาน หรือการเชิญผู้เชี่ยวชาญวิทยากรมาให้ความรู้  ฯลฯ

หากกิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็น “การทำ KM” . . . แล้ว

“การใช้ KM” มันแตกต่างกันตรงไหน? การที่จะตอบคำถามนี้ได้ ท่านต้องมองไปที่ “เป้าหมาย” ครับ . .คือจะต้องมองดูว่ามีการตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่? ในกรณีที่มีเป้าหมายชัดเจนและเห็นว่า “KM สามารถช่วยได้” แล้วท่านก็หยิบ “เครื่องมือ” ตัวนี้มาใช้ เพื่อให้เป็นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในกรณีนี้ผมเรียกว่าเป็น “การใช้ (เครื่องมือ) KM” ซึ่งจะไม่เหมือนกับการทำกิจกรรมไปตามยถากรรม ทำไปดุ่มๆ ทำไปอย่างเดาสุ่มไม่มีจุดหมาย ไม่รู้ว่าทำไปทำไม ทำไปแล้วได้อะไร ทำไปอย่าง “จับต้นชนปลาย” ไม่ถูก . . .

หากเป็นเช่นนั้นผมแนะให้ท่านหยุดพิจารณา “การทำ KM” ของท่านก่อนจะดีกว่า อย่าไปเสียเวลา เสียทรัพยากร งบประมาณ โดยที่ยังไม่รู้ความต้องการเลยว่า “เราต้องการอะไร?” เมื่อใดที่ท่านมีเป้าหมายชัดเจนแล้วค่อยกลับมา “ใช้ KM” ผมว่าน่าจะดีกว่านะครับ!!

อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ค่ะ  ttp://gotoknow.org/blog/beyondkm/269250

 

Sections: บริหารทรัพยากรมนุษย์
License: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
created: 21 June 2009 15:43 Modified: 21 June 2009 15:43 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ใช่เลย....พูดถูกต้องเลย  อ่านแล้วคิดถึงงานของตวเอง ที่เจ้านายสั่งให้ทำ KM แต่ตอนนี้ๆด้แต่ตั้งกรรมการ ยังไม่ได้ตั้งเป้าหมายกันเลย....สงสัยต้องกลับไปคลำ เป้า....ให้เจอแล้วต่อด้วย  MK......ก่อน KM...:ซะแล้ว. ...ขอบคุณคะท่านพี่ที่ฃ่วยสะกิดเตือนใจ คนทำKM

Ico48
เฒ่า QC [IP: 192.168.100.112]
23 June 2009 09:42
#45644

  สาวน้อย KM ผ่านมาหลายปีแล้ว เจ้าก็ยังเป็นเด็กติดขัดตรงการใช้คำนิยาม ความเข้าใจในกระบวนการใช้ KM เหตุเพราะการถ่ายทอดของกูรู หรือเพราะความด้อยในการรับรู้ของผู้ปฎิบัติ หรือเป็นมายาทางภาษาของนักวิชาการ อ่าน ฟัง แล้วใช่เลย ใช่เลย ต้องเป็นเช่นนั้น มีผลเป็นเลิศเช่นนั้น แต่ไม่มีข้อเท็จ ความเป็นจริงพื้นฐานขององค์กรบ้านเรา ที่จะรองรับ หลักการหรือสอดคล้องข้อสมมุติฐานดังกล่าว เราจึงมักจะได้รับหลักการ และเครื่องมือการบริหารใหม่ๆ จากนักวิชาการที่เรียนรู้ จำและเป็นเพียงนักวิชาการกระบอกเสียง/ลำโพง จากฝั่งตะวันตกอันไกลพ้น และมักจะประสบกับความล้มเหลวบ่อยๆเมื่อนำมาปรับใช้ปฎิบัติในบ้านเรา และมักจะกล่าวล้อกันว่า หลักการเกิดที่ฝั่งตต.เจริญเติบโตที่ญี่ปุ่น และต้องมาตายด้วยมือเซียนบ้านเรา 55

  สาวน้อย KM ถึงเวลาแล้ว ที่เจ้าจะเป็นผู้ใหญ่ที่สวยสง่า งามด้วยความสามารถที่จะสร้างองค์ความรู้ สร้างหลักวิชาการ หลักการบริหารที่อยู่บนพื้นฐานและข้อเท็จจริงของเจ้าเอง มันถึงเวลาแล้วสาวน้อย ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องหยุดการเรียนรู้ เลียนแบบเขาเพียงอย่างเดียว ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องมีสมบัติ หลักการวิชาการที่เป็นของตัวเจ้าเอง  

Ico48
management [IP: 118.175.29.226]
23 June 2009 12:14
#45661

KM เป็นเพียง Management Tools ตัวหนึ่งที่เกิดขึ้นตามกระแส Globalization 

ปรากฏการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยก็ยังเป็นประเทศกำลังพัฒนาต่อไป เพราะรับแต่  Theory&Method ต่างชาติเข้ามา มันไม่ได้ระเบิดมาจากข้างในหรือเกิดจากความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง

ผู้ใช้เครื่องมือเองก็อาจไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่าใช้ไปเพื่ออะไร โดยเฉพาะใน Public Sector เขาสั่งให้ทำก็ต้องทำ ใช่ไหมครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.229.118.253
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ