นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1562
ความเห็น: 4

KM ที่ทำได้ ณ เชียงราย (ตอน 2)

เป็นอีกวันที่ได้เข้ามาที่นี่....วันนี้วันที่ 4 ของการเข้าอบรม ดิฉันเพิ่งหาช่วงเวลาเข้ามาเขียนเล่าต่อได้ วันนี้เราจบหลักสูตรแค่ครึ่งวัน
ก็เลยมีเวลา

เที่ยวเชียงราย....มาแล้วทำไมไม่เที่ยวซะหน่อย ดิฉันแว๊บขึ้นมาไอ้การเขียนบันทึกเมื่อไหร่ก็ทำได้...แล้วทำไมเราไม่ไปเที่ยว....วันนี่มีหลายโประแกรมให้เลือกไป...แม่สายเที่ยววัดเก่าในเชียงราย วัดร่องขุ่นก็น่าสนใจ ไปสวนแม่ฟ้าหลวง...อ่านหนังสือ ...นอนหลับ...ไปสระผม...พักผ่อน..."ทำสิ่งที่ชอบแบบไม่มีใครกวน"...เขียนบันทึกดีกว่าเป็นการพักผ่อนที่ดีนักแลของเรา

เล่าต่อเรื่อง...."สุนทรียสนทนาในอ่างปลา" ว่ามันคืออะไรที่ทิ้งท้ายไว้ในบันทึกก่อน

วิทยากรบอกเราว่าให้ทำแบบฝึกหัด "สุนทรียสนทนา" โดยเชิญเข้ามานั่งในวง 6 คน และตั้งที่นั่งเผื่อเกินไว้อีก 2 ที่ เผื่อให้คนที่ฟังคน 6 คนนี้พูดแล้วอยากร่วมแจมด้วย....แต่ทว่ามีกติกาว่า หากจะร่วมสนทนาด้วยก็ขอให้เข้ามาและลุกออกไปเมื่อจบการอยากคุย...(ไม่ให้นั่งถาวร)

วิทยากรขอ name เพื่อให้มีคนมาร่วมเป็นแบบฝึก...ดิฉันพยายามหันหน้าออกนอกวงส่งสัญญาณทางภาษากายว่า อย่ามายุ่งกับฉัน แต่ก็ถูก name จนได้ด้วยกลัวเสียมารยาทและเห็นเข้าไปในใจผู้จัดว่าถ้าหากไม่มีใครยอมเป็นแนวร่วมในการเป็นแบบฝึกหัด.....ปฏิเสธหลายรายก็จะทำให้เป็นอุปสรรคในการดำเนินกระบวนการ เลือกคนที่มีความต่างมากๆ ในการร่วมสนทนา องค์กรต่างกันคนละขั้ว วัยที่ต่างกัน  บุคลิคที่ดูแล้วไม่น่าจะคุยกันอย่างราบรื่นได้ เพื่อให้เห็นความต่างของการเก็บประเด็นของคนที่ต่างพื้นฐานประสบการณ์ ต่อการตีความสิ่งที่สอน และรับรู้ การเก็บได้

โดยกำหนดโจทย์ที่ว่า..จากการฟังเรื่องหัวใจของการจัดการความรู้ตามบทวิเคราะห์ 4 ประเด็นที่วิทยากรนำเสนอนี้...เห็นด้วยหรือเห็นต่างเช่นไร...แต่ทว่าใครคนใดไม่อยากพูดตามโจทย์ก็ย่อมได้อยากพูดเมื่อไหร่ก็หยิบไมค์เน้นย้ำว่าต้องระมัดระวังเรื่องกินพื้นที่เพื่อนที่ร่วมสนทนา(คืออย่าพูดมากจนคนอื่นไม่ได้พูดนั่นเอง)

4 ประเด็นที่ว่าคือ

1.ต้องเชื่อว่าการดำเนินการจัดการความรู้เป็น."ร่างแห"...การจัดการความรู้เสมือนตาข่ายฟุตบอลไม่ว่าเตะลูกไปแตะตรงไหน..ก็สั่นสะเทือนถึงกันทำนองเดียวกับ...."เด็ดดอกหญ้าสะเทือนถึงดวงดาว" หรืออีกคำ"เพียงผีเสื้อกระพือปีกโลกก็สั่นไหว"  ดังนั้นในการทำจริง....อย่าพยายามคาดหวังว่าต้องบังคับ ใหทำกันทั้งองค์กร...

2.สุนทรียสนทนาเป็นเครื่องมือเคลื่อน"สร้างองค์ความรู้ร่วมกันผ่าน Dialouge" "การเปิดพื้นที่" "การให้คุณค่าคนอื่น" "การยอมรับว่าฉันมิได้เก่งคนเดียว...เราเก่งต่างกันเธอเก่งจุดนั้น ฉันเก่งจุดนี้..หากเราเสริมพลังกันได้งานของเราก็จะดียิ่งขึ้น.....ทั้งนี้เป็นเรื่องที่จะต้องฝึกฝนในการยอมรับตัวตน  ของเราเอง  ของเพื่อนร่วมงานและคนรอบข้างโดยใช้ทักษะ  "การฟัง" เป็นเรื่องสำคัญ  การฟังอย่างไม่ตัดสินพร้อมไปการยอมรับตัวตนของผู้อื่นจะทำให้เกิดคุณภาพของการสนทนามากกว่าฟังให้ได้ยิน

หลายครั้งในชีวิต...ของดิฉันเองกับการฟังเป็นการฟังที่ไม่ได้ยิน...เป็นเช่นนั้นเพราะดิฉันตัดสินสิ่งที่ได้ฟังด้วยตัวตนของดิฉัน...ไม่ใช่ตัวตนของคนพูด...หลายครั้งจึงมีชุดคำตอบ บทสรุปเรื่องราวการฟัง ที่สรุปโดยเราไว้แล้วตั้งแต่ต้น...จึงไม่ได้ยินสิ่งที่คู่สนทนากำลังจะบอกกับเรา

มีความสุขกับการทำงานนะคะ

 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 14 มิถุนายน 2552 16:44 แก้ไข: 21 มิถุนายน 2552 09:26 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไปเชียงรายกันนี่เอง มิน่าเล่า ช่วงนี้ผมเห็นอะไร ก็เป็นเชียงรายไปหมด ... เมื่อเช้า TPBS ถ่ายทอดสัมภาษณ์นักศึกษาจาก ม.แม่ฟ้าหลวง ... รายการทีวี ก็พาไปเที่ยวเชียงของ ดูตั้งแต่ตลาดเช้า ดูวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ ...  เปิดอินเตอร์เน็ต ก็อ่านเรื่องแม่สาย เชียงแสน

ผมว่าแล้ว ว่ามีอะไรสักอย่าง ทำให้อยากไปเที่ยวเชียงราย ... ใจลอยตามคุณเมตตาไปเชียงรายนี่เอง

 

รายการกลมกิ๊ก ทางช่อง 5 เชิญบี้ เดอะสตาร์มา

ทำข้าวซอยไก่กินกันอีก ... เฮ้อ ...

ฝากทานด้วยนะครับ ใส่หอมแดง ผักกาดดองเยอะๆ

Ico48
[[ddlink]] [IP: 101.66.62.253]
15 พฤศจิกายน 2554 11:17
#71432

expensive than the 5119 but in the sweep intake golfs long term source of Omega

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.200.218.187
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ