นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1453
ความเห็น: 2

KM ที่ทำได้ ณ เชียงราย 1

วานนี้ดิฉันเดินทางมาเข้าร่วมเรียนรู้ เรื่อง "KM ที่ทำได้" ครั้งนี้มีผู้ร่วมโครงการ 22 คน วิทยากรกระบวนการที่ช่วยกันประมาณ  6 คน ผู้นำกระบวนการเรียนรู้คือคุณวิศิษญ์  วังวิญญู  
ดิฉันสนใจสมัครมาอบรมครั้งนี้ด้วยเหตุผล
อยากเปิดโลกออกมา เพื่อการรับรู้ในสิ่งที่องค์กรอื่นๆ คนอื่นๆ เขาทำ KM กันอย่างไร แอบหวังเล็กๆ ว่าจะได้เรื่องราวการ Dialouge ติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง

เริ่มจากการเดินทาง โดยเครื่องบิน 2 ต่อมาถึงเชียงรายตอนเกือบ 4 ทุ่มพักผ่อนนอนหลับแบบอุ่นๆที่รีสอร์ทที่ทางผู้จัดแนะนำ ชื่อแป้นเกล็ดวิลล่า เช้าเราเดินไปอบรมอีกที่ เวลาในการเดิน 7 นาที

เริ่มกระบวนการโดยการแนะนำของวิทยากรให้ เราทุกคนปล่อยสบายพร้อมรับรู้เรียนรู้สิ่งใหม่ อย่าผูกพันหรือวังวนกับคำว่า"รู้แล้ว" เพราะจะเป็นอุปสรรคของการเรียนรู้

เริ่มการแนะนำตัวกันแบบไม่ตั้งใจ ไม่ใช่เป็นการแนะนำตัวตามฟอร์มของการเริ่มต้น Session ตามปกติ ผ่านไปครึ่งวัน  โดยกระบวนการทำให้เรารู้ว่าใครเป็นใครและครบแทบจะทุกคน  ดิฉันออกจะลำบากกับการนั่งพื้นตลอดวันเพราะไม่ชิน(จะออกจากความเคยชินนี่ยากยิ่งนัก) 

มีการเดินอิสระตามที่ใจเราอยากเดิน เพลงเบาๆ จากนั้นให้เราเดินถอยหลัง ทีละก้าวนึกย้อนเรื่องราวแต่ละฉากของชีวิต ที่เราจำได้ย้อนนึกได้ โดยตั้งกติกาเองว่า แต่ละก้าวที่ถอยไปของเรา เราจะถอยไปกี่ปีกิจกรรมนี้เน้นให้อยู่กับตัวเอง...สนใจเรื่องของตัวเอง จากนั้นปรับมาสนใจเพื่อน จับคู่และขยายเป็นจับกลุ่มเล่าเรื่องในวัยเด็ก เพื่อหวังฝึกให้ฟังอย่างตั้งใจ และสลับกับฟังแบบไม่ตั้งใจเป็นระยะ โดยให้เราตามความรู้สึกและเปรียบเทียบความต่างเอาเอง เรียกยิ้มในแววตา เรียกความไว้วางใจให้พ้นจากความแปลกหน้าซึ่งกันและกัน เวลาผ่านไปรวดเร็ว...เพราะทุกคนสนุกสนานกับการได้ย้อนคิดไปถึงเรื่องราวเมื่อเยาว์วัย และมีคนฟังเรื่องราว

พักกลางวัน  ด้วยอาหารอิตาลี่ (พลาสต้า...กินแล้วรู้สึกสงสารคนอิตาลี่จริงๆ...ไม่อร่อยเล้ย....ไม่ชินอีกแล้ว....)

ช่วงบ่ายเป็นกิจกรรม 4 ทิศที่พยายามแยกแยะจำพวกของคน ออกเป็น  4 แบบ เพื่อขยายการรับรู้และเข้าใจว่าเหตุที่แต่ละคนจึงคิดต่าง มองต่าง อันที่จริงดิฉันก็เคยได้ยินทำนองนี้มาบ้าง และสามารถแยกแยะมาได้ก่อนแล้วว่าตนเองเป็นคนแบบไหนเพราะชอบไตร่ตรองเรื่องราวของตัวเองเสมอๆ  แต่สิ่งที่ได้..เพิ่มเติมคือ...เราจะระมัดระวังตนเองได้ยังไงอย่าให้ความเป็นตัวเองจ๋าของเราไปเป็นโทษกับใคร สิ่งที่เป็นจุดอ่อน ก็แก้ไข อะไรที่ดีอยู่ก็คงไว้

ท้ายๆ กิจกรรมนี้เองที่ดิฉันได้เรียนรู้เรื่องใหม่ คือ "กิจกรรมเสียงจากข้างใน" กระบวนกรนำให้เราคิดถึงเรื่องอะไรที่ทำให้เราเห็นไม่ได้มันต้องอารมณ์จี๊ดขึ้นมาทันที อีกรอบให้คิดว่า เราอยากเห็นคนแบบไหนที่ชอบอีกรอบให้คนอื่นมามองบวกในเรื่องที่เราไม่ชอบ  อีกรอบให้คนอื่นมองสิ่งที่เราคิดเห็นว่าเราดี ในมุมลบบ้างครานี้สนุกกันใหญ่ เราพบว่าการมองสิ่งต่างไนมุมลบ แง่ลบ ง่ายมาก...

ในทั้ง 4 รอบ  ในมุมของ

สิ่งที่ไม่ชอบ      สิ่งที่ชอบ    มุมบวกของขี้เกียจ    มุมลบของความขยัน

 คนขี้เกียจ         คนขยัน            ก็สบายๆ ดี          ทำเอาหน้าหรือเปล่า

แล้วให้นำกระดาษที่ต่างมุมมาติดในตำแหน่งที่แก้ต่างกัน หรือการมองอีกมุมจากผู้อื่น ให้เห็นชัดๆ กิจกรรมนี้ชัดเจนว่าในข้อเสีย มีข้อดี และในข้อดียังมีข้อเสีย และคนคิดต่างกับเราในรอบๆ ตัวมีมากมาย ..... เป็นเรื่องธรรมดา

ช่วงค่ำ เป็นช่วงของการสรุปทั้งวันที่เรียนมา และการร่วมวิเคราะห์ว่า ทำไม KM ในแต่ละองค์กรขับเคลื่อนยาก ผ่านการเล่าประสบการณ์ของตน  พร้อมมีการสาธิต "dialouge ในอ่างปลา"   

ง่วงนอนซะแล้ว.....คืนนี้...

รออ่าน "dialouge ในอ่างปลา"    ตอนต่อไปดีกว่านะคะ

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
คำสำคัญ (keywords): dialouge  km  พัฒนาตนเอง
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 11 มิถุนายน 2552 23:08 แก้ไข: 14 มิถุนายน 2552 15:42 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

"รู้แล้วววว .... " เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้จริงๆ

ไม่ยอมรับกันเสียด้วย ว่าไม่รู้ กลัวเสียฟอร์มมากกว่า

เอาอ่างปลามาแล้ว เล่าต่อได้เลยครับ

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.229.118.253
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ