นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1734
ความเห็น: 2

Trip เมืองจีนกับ นบ.ม.อ. รุ่น 1 (ตอน 2)

อ่านตอน 1 เช้าวันที่สองหลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยเราออกเดินทางจากที่พักไป...ไหว้พระ..ที่วัดหยวนถ่ง  วัดนี้ค่ะ



วัดนี้มีพระพุทธชินราชจำลองที่ได้อัญเชิญจากเมืองไทยไปประดิษฐานไว้ด้วยพวกเราไม่ได้ไหว้หรอกอยู่ติดๆกันต้องมีเวลาและเดินไปข้างหลังอีกนิดหน่อยจึงจะถึง

ที่นี่เองที่ดิฉันได้เห็นของจริงจากที่ได้ฟังเล่าขานกันว่า ห้องน้ำไม่มีประตูและผู้คนที่นี่สามารถทำกิจกรรมสุขาวดีกันอย่างเป็นวิถีปกติ(ปกติจริงๆเราต่างหากที่เห็นเป็นเรื่องผิดปกติ...)

หลังจากนั้นเราก็เดินทางมุ่งไปที่เมืองฉู่สง...เพื่อจะไปต้าหลี่ ลี่เจียงตามลำดับ แวะเมืองโบราณสวยงามมากมีคูน้ำล้อมรอบเมือง เย็นสบายเราเดินเล่นตามอัธยาศัยนัดหมายเวลากันเพื่อจะเดินทางต่อไป

เราใช้เวลาในการเดินทางระหว่างทางเห็นทัศนียภาพแปลกตาที่เป็นหุบเขา ทำให้ทราบว่าเขามีอาชีพเกษตรกรรมเลี้ยงสัตว์ปลูกผักสีเขียวเป็นอาชีพหลักแปลงผักเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา...เป็นอีกวันที่ชอบได้มีเวลาในการมองดูใช้วิชาจินตนาการอย่างเต็มที่หลายชั่วโมงที่ผ่านมองเห็นระบบชลประทานน้ำที่สมบูรณ์แบบในขณะที่แต่ละเมืองของเขาห่างไกลและเป็นหุบเขา(เขาหิน)ไม่ได้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้สีเขียวเหมือนบ้านเรา


มีภาพ....มาฝากเช่นกัน (link รูป)

สังเกตว่ายิ่งขึ้นไปทางเหนือห้องน้ำจะดีขึ้นเรื่อยๆ เขาจัดระบบบริโภคน้ำแบบประหยัดมาก เช่น เข้าห้องน้ำหาปุ่มกดน้ำไม่เจอเป็นความตั้งใจให้ไม่มี จะมีคนมาราดเป็นเวลา ห้องน้ำที่สร้างใหม่ๆจะใช้ระบบน้ำอัตโนมัติชำระ ไม่มีน้ำให้ราดกันตามอำเภอใจแบบที่เราเคยชิน ก๊อกที่เราจะลืมปิดแล้วน้ำล้นทิ้งจนกว่าจะมีคนมาเจอหรือปิดไม่สนิทให้น้ำหยดกันทั้งวัน ก็ไม่เห็นมี 

โจ๊กย่อมๆ ของพวกเราคือแต่ละที่ที่จอดรถจะมีหน่วยสำรวจลงไปก่อนคำถามพื้นฐานที่หน่วยสำรวจต้องกลับมาตอบคือ .มีประตูมั๊ย มีน้ำมั้ย.. แล้วต่างคนก็ต่างพิจารณาว่าจะเข้ากันหรือเปล่า 

เราบ่นกันว่านั่งรถนานจัง...ทว่ามันคือการเดินทางเป้าหมายของการเดินทางคืออีกเมืองหนึ่งที่ขึ้นไปทางเหนือ มีทางเลือกบินไปแต่จะไม่ได้ชมสถานที่ระหว่างทาง กับนั่งรถไปแต่ใช้เวลานาน ได้แวะเที่ยวชมไปรายทาง"การขยับเข้าใกล้เป้าหมายที่ต่างวิธี เราเลือกวิธีการและเลือกเก็บรายละเอียดที่แตกต่าง"ตรงนี้เองกับโอกาสในการกระชับมิตรของพวกเรา

เข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้ต้องขอโทษคนอ่านด้วยนะคะ)บรรยากาศคล้ายๆโรงเตี้ยมที่เคยดูในหนังจีนค่ำแล้ว คนที่ยังไม่เพลียหรือเพลียแต่กลัวเสียโอกาสในการชมเมืองออกไปท่องราตรีกันต่อ ดิฉันเอนหลังนิดหน่อย..อาบน้ำออกไปเดินเล่นและหากาแฟกิน..แต่ไม่เจอ หยูกยาที่เตรียมมาได้ใช้ก่อนนอน...เพื่อการป้องกัน 

ก่อนนอนพบว่า"ความกลัวหายไปแล้ว"เราเพียงพบกับบรรยากาศแปลกใหม่ที่ไม่คุ้นชินทำให้เราเสีย Self ไประยะหนึ่ง แล้วความเป็นตัวเราก็กลับมา อันนี้สะท้อนได้ว่าอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งมิได้คงอยู่กับเรานานนัก....สอดคล้องกับ "นำขึ้นให้รีบตัก" เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย! อิ...อิ...

วันนี้กลุ่มที่เรามาก็หาคนรู้ใจกันได้แล้ว ไปไหนก็ไปกันเป็นกลุ่มเป็นก๋วนสนิทสนมเพิ่มขึ้น รู้ใจกันพอควรในการเดินเที่ยวซื้อของ การเล่าความในใจ การเป็นที่ปรึกษา ขยับเข้าใกล้เป้าหมายอีกหน่อย

ดิฉันหงุดหงิดกับไกด์ท้องถิ่นที่จัดโปรแกรมให้เราแวะช้อปมากไปหน่อยในขณะที่เราบอกว่าเราสนใจจะเที่ยวธรรมชาติมากกว่า(มาทราบทีหลังว่าคนที่ชอบซื้อของไปร้องขอให้เขาจัด)ไกด์เองก็ชอบอยู่แล้ว(ผิดแผนเดิมที่ตกลงกันไว้ในโปรแกรมไปบ้าง) เวลาจึงใช้ไปกับการแวะแหล่งซื้อของทำเอาคนที่ไม่ชอบซื้อก็เลยต้องแกร่วรอคอยอีกกลุ่ม

ไกด์ท้องถิ่นอธิบายเราว่า
"เป็นภาคบังคับของรัฐบาลจีนที่ส่งเสริมกิจการของแต่ละท้องถิ่นให้แวะชมสินค้าประจำตำบลร้านของรัฐบาล ดิฉันสังเกตุเห็นว่าเขามีวิธีการนำเสนอสินค้าที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ตั้งใจมาซื้อไม่อาจหักใจ “ไม่ซื้อไม่ได้” ในที่สุด

ความร่วมมือในเรื่องการท่องเที่ยวที่ทำกันอย่างเป็นระบบน่าเอาแบบอย่างคือ ไกด์ท้องถิ่นในฐานะล่าม ถ่ายทอดภาษาท้องถิ่นที่พนักงานขายพยายามนำเสนอคุณภาพ “สุดยอดผลิตภัณฑ์” อย่างมีจุดขาย ดิฉันมองว่าเพียงพนักงานมีความตั้งใจทำงานในฐานะลูกจ้างของรัฐบาล ก็ทำให้สินค้าดูน่าซื้อมาได้เหมือนกัน สินค้าสุดยอดผลิตภัณฑ์ ที่เราต้องเดินทางเข้าไปชม(ภาคบังคับ) คือ ชาเขียวหลงจิ่งที่ถูกระบุว่ามีชื่อเสียงที่สุดของประเทศจีนมากว่า 1,200 ปี ฟังกันเพลินจนควักเงินซื้อกับมากันคนละถุงสองถุง

ดิฉันว่ารวมๆ แล้วเป็นทั้งภาคบังคับของรัฐบาลบ้าง ผสมกับภาคบังคับของไกด์เองบ้าง   ที่ได้รายได้จากเปอร์เซ็นต์ยอดขาย

น่าเสียดายที่เราจัดต้าหลี่เป็นเพียงทางผ่าน และแวะชมต้าหลี่เพียงครึ่งวันบวกกับหนึ่งคืนทำให้พลาดโอกาสได้สัมผัสเสน่ห์ที่หลากหลายของเมืองนี้ไปมากทีเดียว แต่การได้นั่งรถจากใต้จรดเหนือของทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ราว 40 กม. ผ่านที่ราบแคบๆ ที่อุดมสมบูรณ์ (เมืองต้าหลี่ตั้งอยู่บนที่ราบนี้) ได้แวะชมทะเลสาบเอ๋อร์ไห่มีน้ำสวยมากๆ  แถมได้ค้างหนึ่งคืนในโรงแรมสไตล์จีนโบราณในเมืองโบราณต้าหลี่ เพียงแค่นี้ก็ทำให้เคลิ้มฝันว่าสักวันหนึ่งจะกลับมาเที่ยวต้าหลี่ให้อิ่มใจ 

ผังเมืองต้าหลี่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเมื่อพันปีที่แล้ว (ไม่เคยมาหรอกค่ะเมื่อพันปีที่แล้วแต่ฟังเขาเล่ามา อิ..อิ...) อาคารบ้านเรือนถูกสร้างขึ้นมาใหม่แต่องค์การบริหารท้องถิ่นพยายามรักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้ กลิ่นอายของอดีตกาลยังคงอบอวลอยู่ทั่วเมืองโบราณ มีโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า ทั้งธารน้ำใสไหลผ่าน ทำให้เราอยากเที่ยวเดินเล่น อยากนั่งเล่นอยู่...อย่างไม่รู้เบื่อ 

คืนนี้ที่ต้าหลี่...หลับฝันถึงชอลิ้วเฮียง จอมโจรผู้ไม่มีสิ่งใดที่เขาปรารถนาจะขโมยแล้วขโมยไม่ได้ ผู้มีวิชาตัวเบาลึกล้ำ ไม่ใช้อาวุธคู่กายใด ๆ มีเพียง หนึ่งสมอง สองมือเท่านั้น   

 

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 19 เมษายน 2552 10:36 แก้ไข: 19 เมษายน 2552 22:16 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เฮอะ! เฮอะ! รู้จัก ชอลิ้วเฮียง ด้วย

จากทีวี หรือจากหนังสือครับ

ในหนังสือสนุกกว่านาครับ

 

เคยไปเมืองจีนมาแล้วครั้งหนึ่งเหมือนกัน

วันหลังจะเอามาเล่าบ้างครับ แลกเปลี่ยนกัน

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.235.85.115
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ