เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL
อ่าน: 2616
ความเห็น: 1

การใช้ปุ๋ยคอกและปูนโดโลไมต์ในการปรับปรุงดินกรดเพื่อการปลูกพืชในที่ดอนภาคใต้

นอกจากการใส่ปูนเพื่อลดค่าความเป็นกรด-ด่างของดินแล้ว เพื่อเป็นการเพิ่มธาตุอาหารให้กับดินและพืช ควรใส่ปุ๋ยคอก หรืออินทรียวัตถุควบคู่ไปด้วย

 

 

 

 

                  พื้นที่ทางการเกษตรในภาคใต้ส่วนใหญ่ดินมีสภาพเป็นกรด  คลอบคลุมพื้นที่มากกว่า  20  ล้านไร่  คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ภาคใต้  ทั้งนี้เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของภาคใต้เป็นแบบร้อนชื้น  ฝนตกชุก  ดินผ่านกระบวนการชะล้างมานาน  ทำให้ธาตุอาหารพืชถูกชะล้างและเคลื่อนย้ายออกไป  ส่งผลให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินลดลง  อินทรียวัตถุในดินต่ำ  ดินขาดธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช  เช่น  ไนโตรเจน  ฟอสฟอรัส  โพแทสเซียม  แคลเซียม  แมกนีเซียม  และถำมะถัน  สภาพดินกรดเป็นสภาวะที่ทำให้ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช  เช่น  ฟอสฟอรัส  ละลายออกมาในสารละลายดินได้น้อย  แม้จะมีการใส่ปุ๋ยลงไปก็ตาม  อีกทั้งยังส่งเสริมให้ธาตุเหล็ก  แมงกานีส  และอะลูมินัม  ละลายในสารละลายดินในปริมาณสูง  จนถึงระดับที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของระบบรากพืชได้  นอกจากนี้อะลูมินัมยังทำให้การแบ่งเซลล์ที่ปลายรากชะงัก  มีผลต่อการดูดและเคลื่อนย้ายธาตุอาหารพืชทำให้พืชแสดงอาการขาดธาตุต่างๆ
                การปรับปรุงดินโดยการใส่ปูนขาว (liming) ในระดับที่เหมาะสม  สามารถยกระดับความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (soil pH)  ให้สูงขึ้นจนถึงระดับที่ธาตุอาหารพืช  เช่น  ฟอสฟอรัสในดิน  ละลายอออกมาอยู่ในรูปที่พืชดูดไปใช้ได้สูง  และลดความสามารถในการละลายของธาตุอาหารที่เป็นพิษต่อพืช  เช่น  อะลูมินัม  เหล็ก  และแมงกานีสได้  ส่งผลให้ผลผลิตพืชเพิ่มขึ้น  การใช้อินทรียวัตถุเพื่อปรับปรุงดิน  เช่น  ปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยคอก  หรือปุ๋ยพืชสด  นอกจากปรับปรุงสมบัติทางกายภาพของดินให้ดีขึ้น  เพิ่มธาตุอาหารให้แก่พืช  แล้วยังส่งผลให้ pH ของดินสูงขึ้น  นั่นคือลดความเป็นกรดลงจนไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของพืช  นอกจากนี้การใส่อินทรียวัตถุลงในดินกรดสามารถลดความเป็นพิษของอะลูมินัมได้เนื่องจากกรดอินทรีย์จากอินทรียวัตถุจะไปทำปฏิกิริยากับอะลูมินัม  เกิดการรวมตัวเป็นสารประกอบเชิงซ้อน  การใส่ปูนร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์  มีผลทำให้เกิดการตกตะกอนร่วมของอะลูมินัม  หรือเกิดการรวมตัวกันระหว่างอะลูมินัมกับอินทรียวัตถุ  ลดความเป็นพิษในสารละลายดินได้  แคลเซียมจากปูนสามารถเคลื่อนที่ลงไปในดินชั้นล่างได้เมื่อรวมกับปุ๋ยอินทรีย์  ทำให้สามารถลดความเป็นพิษของอะลูมินัมในดินล่าง  และเพิ่มแคลเซียมในดินล่าง  ซึ่งโดยทั่วไปมักจะขาดในดินกรด  โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงสัตว์ในครัวเรือน  หรืออยู่ในบริเวณที่มีสัตว์เลี้ยงใกล้เคียง  ได้นำมูลสัตว์มาใช้ประโยชน์ได้ 

                วิธีการจัดการดินกรดนั้นสามารถทำได้หลายวิธี  ทั้งการใส่ปูน  การใส่อินทรียวัตถุ  การใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัส  การใส่ปุ๋ยไนโตรเจน  การใส่ปุ๋ยโพแทสเซียม  การใส่ธาตุอาหารเสริม (จุลธาตุ)  เป็นต้น 

สำหรับการจัดการดินโดยการใส่ปูนนั้น  มีข้อควรปฏิบัติ  ดังนี้

                                1)  จำนวนที่ใส่  ควรใส่ในปริมาณน้อย  โดยใส่ทุก 1-2 ปี  โดยการพิจารณาว่าจะใส่ปูนในปริมาณเท่าใดนั้นต้องนำดินไปวิเคราะห์หาความต้องการปูนก่อน  แล้วจึงใส่ปุ๋ยในปริมาณที่แนะนำ  เพื่อให้การใส่ปูนมีประสิทธิภาพสูงสุด  และช่วยลดต้นทุนในการผลิต  ทั้งนี้เนื่องจากดินในแต่ละพื้นที่มีค่าความเป็นกรด-ด่างที่แตกต่างกัน  และพืชปลูกแต่ละชนิดมีความต้องการระดับความเป็นกรด-ด่างของดินที่แตกต่างกัน  ทั้งนี้กรมพัฒนาที่ดินได้แนะนำอัตราการใช้ปูนโดโลไมต์ในการปรับปรุงดินกรด  กล่าวคือ  ควรเลือกใช้คุณภาพปูนที่มีค่าการทำให้เป็นกลางสูงกว่า  90  ค่าความเป็นกรด-ด่างสูงกว่า 8  โดยให้ใช้ในอัตราดังนี้
                                -  ดินกรดรุนแรงเล็กน้อย (pH 4.5-5.0)  ใช้ปูนโดโลไมต์ในอัตรา 0.5 ตัน/ไร่
                                -  ดินกรดปานกลาง (pH 4.0-4.5)  ใช้ปูนโดโลไมต์ในอัตรา 0.5-1.0 ตัน/ไร่ 
                              
-  ดินกรดจัดมาก (
pH ต่ำกว่า 4.0)  ใช้ปูนโดโลไมต์ในอัตรา 1.0-2.0 ตัน/ไร่
  
                             
2)  ระยะเวลาในการใส่  ควรใส่ปูนก่อนทำการปลูกพืชรุ่นแรกเป็นเวลา 2-3 เดือน
                                3)  วิธีการใส่  ควรใส่ปูนพร้อมกับการไถพรวน  โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง ๆ แรกควรหว่านก่อนไถ  ครั้งที่ 2  หว่านหลังไถก่อนการปลูกพืช     
                     
นอกจากการใส่ปูนเพื่อลดค่าความเป็นกรด-ด่างของดินแล้ว  เพื่อเป็นการเพิ่มธาตุอาหารให้กับดินและพืช  ควรใส่ปุ๋ยคอก  หรืออินทรียวัตถุควบคู่ไปด้วย  โดยแนะนำให้ใส่ปุ๋ยคอกเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดินในระดับ 2 เปอร์เซ็นต์  หรือประมาณ 4 ตัน/ไร่  ร่วมกับการใส่ปูน  เพื่อปรับปรุงสมบัติทางเคมีและกายภาพของดิน  และให้พืชสามารถดูดธาตุอาหารไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้เนื่องจากการจัดการดินด้วยวิธีการดังกล่าวทำให้ความเป็นกรดของดินและปริมาณอะลูมินัมในดินลดลงอย่างชัดเจน  มีผลทำให้ธาตุอาหารในดินมีความเป็นประโยชน์เพิ่มมากขึ้น
  

เอกสารอ้างอิง:
สรัญญา  ดำอำภัย, จำเป็น  อ่อนทอง  และชัยรัตน์  นิลนนท์. 2548. ผลของปุ๋ยคอกและปูนโดโลไมต์ต่อสมบัติของดินและการเจริญเติบโตของพืชที่ปลูกในดินกรดที่ดอน. ว. สงขลานครินทร์ (วทท.) 27: 727-737.
สร้าง: 27 มกราคม 2554 15:07 แก้ไข: 27 มกราคม 2554 15:10 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 23.22.224.181
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ