นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3550
ความเห็น: 0

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ

 

 

         ปัจจุบันผู้บริโภคมีความตื่นตัวในการรักษาสุขภาพ โดยเน้นการบริโภคอาหารที่สะอาดแลปลอดภัยจากสารพิษ ผลิตภัณฑ์ชีวภาพจึงได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ซึ่งเกษตรอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพเป็นทางเลือกหนึ่งที่เกษตรกรใช้ในการผลิต แต่ขณะเดียวกันผู้คนส่วนใหญ่มีความเข้าใจในความหมายของเกษตรอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ ที่คลาดเคลื่อน ไม่ถูกต้องตามหลักสากล ดังนั้นความรู้ความเข้าใจเรื่องเกษตรอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพที่ถูกต้อง จะเป็นแนวทางและเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ที่จะผลิตพืชผลในระบบเกษตรอินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ความหมายของเกษตรอินทรีย์

สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) ได้ให้ความหมายของเกษตรอินทรีย์ โดยอิงสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (International Federation of Organic Agricultural Movement) หรือชื่อย่อว่า IFOAM เกษตรอินทรีย์คือ ระบบการเกษตรที่ยึดหลักวิธีการทางธรรมชาติ เป็นเกษตรผสมผสานที่มีความหลากหลายของพืชและสัตว์ รักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน ป้องกันและหลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาระบบการผลิตที่พึ่งตนเอง

ความหมายเกษตรอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร
            
 เกษตรอินทรีย์ เป็นระบบการผลิตที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม รักษาสมดุลของธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีระบบการจัดการที่คล้ายคลึงธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ ที่อาจก่อให้เกิดมลพิษในสภาพแวดล้อม  รวมถึงการนำภูมิปัญญามาใช้ประโยชน์ด้วย  จุดที่เหมือนกันของเกษตรอินทรีย์ในความหมายของสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และกรมวิชาการเกษตร คือ เป็นระบบการผลิตที่รักษาสมดุลของสภาพแวดล้อม เกษตรอินทรีย์ในความหมายของกรมวิชาการเกษตร จะเน้นการผลิตเพื่อการส่งออก และใช้ประเด็นความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ ไม่ให้ใช้ปุ๋ยเคมีที่ให้ธาตุหลักไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม แต่ใช้ปุ๋ยที่ให้ธาตุพวกจุลธาตุได้ ขณะที่สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จะเน้นหลักการทางนิเวศธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ ฟื้นฟู รักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน ความสมดุลทางธรรมชาติ ให้ความสำคัญต่อมนุษยธรรม และไม่อนุญาตให้ใช้ปุ๋ยเคมีใด ๆ ในการผลิต

หลักการจัดการเกษตรอินทรีย์ 

ควรเลือกพื้นที่อยู่ห่างจากถนนหลวง ห่างจากโรงงาน ห่างจากแปลงปลูกที่ใช้สารเคมี มีแหล่งน้ำที่สะอาด ไม่มีสารพิษเจือปน มีการปลูกพืชแนวกันชนและขุดคูรอบแปลง มีระบบระบายน้ำ ระบบการกำจัดของเสีย ระบบการเก็บรักษาเครื่องมืออุปกรณ์ และระบบการขนส่งเข้าออกแปลงปลูก พืชที่ปลูกต้องไม่ใช้พืชที่มาจากการตัดต่อสารพันธุกรรม มีการปรับปรุงดินโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมี แต่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และพืชตระกูลถั่ว และมีการใช้วัสดุคลุมดิน ควบคุมศัตรูพืชโดยไม่ใช้สารเคมี แต่ใช้สารควบคุมที่มาจากธรรมชาติ ควบคุมวัชพืชโดยใช้วิธีทางกายภาพ เช่น อบ บด ตาก ถอน ตัด ปลูกพืชตระกูลถั่วคลุมดิน การเก็บรักษาและการขนส่ง ต้องรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด และการบรรจุหีบห่อควรใช้วัสดุที่มีความปลอดภัย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและถูกต้องตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์

 

ปุ๋ยชีวภาพ (Biofertilizer)

ปุ๋ยชีวภาพ หมายถึง ปุ๋ยที่มีจุลินทรีย์ชนิดที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นส่วนผสมอยู่เป็นปริมาณมาก เมื่อเติมลงดินแล้วสามารถดำเนินกิจกรรมได้ทันที โดยทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นหรืออาจทำให้พืชได้รับประโยชน์จากธาตุอาหารในดินมากขึ้น อันเนื่องมาจากกิจกรรมของจุลินทรีย์


ประเภทของปุ๋ยชีวภาพ
1. จุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจน
จุลินทรีย์กลุ่มนี้สามารถเปลี่ยนไนโตรเจนจากอากาศไปเป็นแอมโมเนีย และแอมโมเนียที่ได้นี้ ทั้งจุลินทรีย์และพืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

1.1     จุลินทรีย์ที่ตรึงไนโตรเจนแบบพึ่งพาอาศัยกัน ซึ่งจุลินทรีย์ต้องอยู่ร่วมกับพืช จึงจะสามารถตรึงไนโตรเจนได้ ได้แก่

   เชื้อไรโซเบียม ซึ่งอยู่ร่วมกับพืชตระกูลถั่ว สามารถตรึงไนโตรเจนได้ 24-584กก./ไร่/ปี

   Anabaena azollae ที่พึ่งพาอาศัยอยู่กับแหนแดง สามารถตรึงไนโตรเจนได้ 45-450 กก./ไร่/ปี

  แฟรงเคีย (Frankia sp.) ซึ่งอยู่ร่วมกับไม้ยืนต้นบางชนิด เช่น สนทะเล สนประดิพัทธ์ สามารถตรึงไนโตรเจนได้ 2-362 กก./ไร่/ปี

1.2 จุลินทรีย์ที่สามารถตรึงไนโตรเจนได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องอาศัยสิ่งมีชีวิตอื่น ปริมาณการตรึงไนโตรเจนของจุลินทรีย์กลุ่มนี้ต่ำกว่า จุลินทรีย์ที่ตรึงไนโตรเจนแบบอยู่ร่วมกับพืช เช่น Clostridiu, Azospirillum, สาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว Azotobacter สามารถตรึงไนโตรเจนได้ประมาณ 1-12 กก./ไร่/ปี

2. จุลินทรีย์ย่อยสลายเศษพืช เพื่อใช้เป็นปุ๋ยหมัก ได้แก่ แบคทีเรีย รา และแอคติโนมัยซีส จุลินทรีย์พวกนี้สามารถทนต่ออุณหภูมิสูงได้ และส่วนมากมีอยู่ในธรรมชาติ ดังนั้นการจัดสภาพแวดล้อมในกองปุ๋ยให้เหมาะสม เช่น ให้ความชื้น การระบายอากาศ เพิ่มไนโตรเจนจากมูลสัตว์หรือปุ๋ยเคมี ก็สามารถทำให้กระบวนการย่อยสลายเกิดขึ้นได้

3. จุลินทรีย์ละลายฟอสเฟตและธาตุอาหารพืชธาตุอื่นๆ

                ได้แก่ Bacillus, Aspergillus, Thiobacillus และเชื้อราไมคอร์ไรซา เป็นต้น จุลินทรีย์พวกนี้สามารถทำให้ธาตุอาหารพืชหลายชนิด เช่น ฟอสฟอรัส เหล็ก สังกะสี ทองแดง และแมงกานีส ในรูปที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อพืช ให้ละลายออกมาให้พืชนำไปใช้ประโยชน์


           จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่า จุลินทรีย์ที่ตรึงไนโตรเจนเท่านั้นที่สามารถผลิตปุ๋ยไนโตรเจนได้ โดยใช้ไนโตรเจนจากอากาศเป็นวัตถุดิบ ส่วนจุลินทรีย์ชนิดอื่นทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงธาตุอาหารจากดิน ให้อยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพรูปแบบต่างๆ ขายในท้องตลาด เช่น ไรโซเบียมชนิดผง ไรโซเบียมชนิดเหลว เชื้อไมคอร์ไรซา สาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว ไบโอฟอสก้า (จุลินทรีย์ที่ย่อยสลายฟอสเฟต) เป็นต้น สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยน้ำชีวภาพ ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันแท้จริงก็คือ ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ไม่ใช่ปุ๋ยชีวภาพตามหลักสากล เนื่องจากปุ๋ยชีวภาพประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่มีชีวิต สภาพพื้นที่ที่ใช้ปุ๋ยต้องเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต เช่น อุณหภูมิ ความชื้น การระบายอากาศ สภาพความเป็นกรด-ด่าง เพื่อให้กิจกรรมของจุลินทรีย์ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ปุ๋ยชีวภาพบางชนิดมีความจำเพาะเจาะจงต่อชนิดและพันธุ์พืช เช่น ไรโซเบียมสำหรับถั่วเหลือง หากใช้กับถั่วเขียวการตรึงไนโตรเจนก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้

 

การผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ 

ตารางที่ 1 ปริมาณธาตุอาหารในปุ๋ยชนิดต่างๆ (ดัดแปลงจาก ชนวน, 2545 และธงชัย, 2546)

 

ชนิดของปุ๋ย

N (%)

P2O5 (%)

K2O (%)

 

 

 

ปุ๋ยชีวภาพ (แหนแดง)

1.96-5.30

0.16-1.59

0.31-5.97

 

 

ปุ๋ยหมักฟางข้าว

1.37

0.62

0.75

 

 

มูลไก่

2.52

5.70

1.96

 

 

มูลสุกร

4.70

7.40

1.84

 

 

มูลค้างคาว

3.11

12.20

1.84

 

 

ถั่วพุ่ม

2.89

0.58

3.51

 

 

ปอเทือง

2.51

0.62

3.45

 

 

กากถั่วเหลือง

8.61

0.40

2.30

 

           ทรัพยากรดินของประเทศไทยถูกใช้เพื่อการเกษตรเป็นเวลานาน ธาตุอาหารพืชสูญเสียไปกับผลผลิตที่เก็บเกี่ยว การชะล้าง การกร่อนของดิน และการสูญเสียในรูปก๊าช การเพิ่มเติมธาตุอาหารในรูปของปุ๋ย เพื่อชดเชยธาตุอาหารที่สูญเสียไป เป็นหลักสำคัญในการรักษาระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน ดังที่กล่าวมาแล้ว ปุ๋ยชีวภาพให้ธาตุอาหารเฉพาะเจาะจง และปริมาณธาตุอาหารขึ้นกับชนิดจุลินทรีย์และสภาพแวดล้อม ขณะที่ปุ๋ยอินทรีย์ให้ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชครบทุกธาตุ แต่ปริมาณความเข้มข้นของธาตุอาหารต่ำ ต้องใช้ในปริมาณสูงจึงจะเพียงพอต่อความต้องการของพืช เช่น ในการปลูกข้าว ต้องการไนโตรเจน 20 กก./ไร่ จะต้องใช้ปุ๋ยหมักฟางข้าว (N 1.37 %) 1,460 กก. หรือมูลไก่ (N 2.52 %) 794 กก./ไร่ การผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ ซึ่งใช้เฉพาะปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ เท่านั้น หากผลิตเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ แหล่งของปุ๋ยอาจเป็นข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่ง ถึงแม้ปัจจุบันมีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เชิงการค้า แต่ราคาปุ๋ยเมื่อเทียบต่อหน่วยธาตุอาหารสูงกว่าปุ๋ยเคมีมาก นอกจากนี้ การปลูกพืชหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน การจัดการต่างๆ เช่น การใส่ปุ๋ย การกำจัดวัชพืช การเก็บเกี่ยว ต้องใช้แรงงานคนเป็นหลัก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรอินทรีย์สูง ส่งผลให้ราคาผลผลิตสูง เป็นข้อจำกัดในการเลือกซื้อของผู้บริโภคได้
           อย่างไรก็ดี เกษตรอินทรีย์ เป็นเกษตรที่สร้างสรรค์ให้เกิดระบบนิเวศการเกษตรที่ยั่งยืน ผลผลิตมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีการอนุรักษ์และปรับปรุงสภาพแวดล้อม หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ โดยเน้นการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรในไร่นาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการพึ่งตนเองของการเกษตรทั้งในระดับไร่นาท้องถิ่นและภูมิภาค อย่างไรก็ตามการนำระบบเกษตรอินทรีย์มาใช้ในการผลิตในระดับเศรษฐกิจ จะต้องคำนึงถึงข้อจำกัดและความเป็นไปได้อีกหลายประการ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและเพียงพอกับความต้องการภายในประเทศ รวมทั้งสามารถส่งเป็นสินค้าออก นำรายได้เข้าสู่ประเทศ

 


ข้อมูลโดย

 

:  รศ.ดร. อัจฉรา  เพ็งหนู  ภาควิชาธรณีศาสตร์  คณะทรัพยากรธรรมชาติ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 26 กรกฎาคม 2554 11:26 แก้ไข: 26 กรกฎาคม 2554 11:29 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 คนธรรมดา, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.238.184.78
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ