นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2270
ความเห็น: 2

รู้จักคนดี..คนเก่ง..นามบุญกอบ วิริยพงศ์สุธี

                ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนนิดนึงค่ะ  เนื่องจากเป็นงานที่ได้ทำไว้นานแล้วแต่เนื่องด้วยมีงานฉุกเฉินเข้ามาประกอบกับ share เราปิดปรับปรุงไปพักใหญ่ (จะบอกว่าตัวเองไม่ผิด....ซะงั้น)

                เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน  2554  เวลาประมาณบ่ายต้นๆ (ประมาณบ่ายโมงครึ่งน่าจะได้)  หลังจากรับประทานอาหารกลางวันจนหนังท้องตึง  แต่วันนี้หนังตาไม่หย่อน เพราะมีภารกิจสำคัญรอทุกคนอยู่  ตามเวลาที่ได้นัดหมายกันเอาไว้  เราก็เห็นหนุ่มไม่ใหญ่ใจดี  หน้าตายิ้มแย้มนามว่า นายบุญกอบ  วิริยพงศ์สุธี  เดินสำรวมเข้ามายังห้องประชุม 140  พร้อมด้วยทีมงานสัมภาษณ์  ซึ่งประกอบด้วยพี่ใหญ่ -  พี่มอนลี่  (คุณมะลิ  นิลสุวรรณ),  เปตอง (คุณสุนัทณี  แสงแจ่ม), kittima (คุณกิตติมา  ชาติชาคร)  และ Marky เองค่ะ

                เริ่มต้นการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการมากๆ  โดยพี่มอนลี่  ชี้แจงที่มาที่ไปของการสัมภาษณ์ว่าเป็นมติจากที่ประชุมคณะการทำงานจัดการความรู้  ที่ต้องการให้สัมภาษณ์ผู้ได้รับคัดเลือกให้เป็นบุคลากรสายสนับสนุน ผู้มีผลงานดีเด่น  เพื่อเก็บแนวคิด  วิธีการปฏิบัติที่ดีในการทำงานไปถ่ายทอดให้กับบุคคลอื่นๆ ได้รับทราบและสามารถเก็บเกี่ยวไปใช้ประโยชน์ได้

 

อยากรู้จักหนุ่มร่างท้วม  นิสัยดีกันแล้วใช่มั๊ย...... 

                นายบุญกอบ  วิริยพงศ์สุธี  จบการศึกษาระดับปริญญาตรี  จากคณะศึกษาศาสตร์ สาขาชีววิทยา  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตปัตตานี  และจบการศึกษาระดับปริญญาโท  สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่  เข้าทำงานเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในตำแหน่ง  นักวิทยาศาสตร์  สังกัดภาควิชาวาริชศาสตร์  ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม  2548  ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยคนแรกของคณะทรัพยากรธรรมชาติ 

 

 

เข้ามาทำงานที่คณะฯ ได้อย่างไร

                สืบเนื่องจากการศึกษาในระดับปริญญาโทที่ได้เข้าไปสมัครที่คณะอุตสาหกรรมเกษตร แต่เนื่องจากได้เลือกหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาวาริชศาสตร์  อาจารย์จากคณะอุสาหกรรมเกษตรจึงแนะนำให้รู้จักกับ รศ. ดร. กิจการ  ศุภมาตย์  และเมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท  ก็สมัครเข้าทำงานในตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์  ซึ่งตนได้ทำงานอยู่ในปัจจุบัน             

การทำงาน  การสร้างผลงานมีแนวทางอย่างไร

                ถือเป็นโชคดีที่ได้ทำงานกับหัวหน้าที่ให้โอกาส  และสามารถสื่อสารกันได้ทุกเรื่อง  รับฟังข้อมูลที่อยากสื่อออกไป  ทำให้การทำงานไม่มีอุปสรรค  และเป็นคนที่จะทุ่มเทให้กับงาน  โดยเฉพาะงานวิจัยซึ่งเป็นงานที่ต้องให้ทั้งแรง  และเวลา  เพราะบางครั้งจำเป็นต้องมีการติดตามการทดลอง  ประกอบกับต้องมีการวางแผนงานที่ดี  และระลึกไว้เสมอว่างานที่เราทำคือสิ่งที่เรารัก  ต้องทำให้ประสบความสำเร็จให้ได้  ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่คิดว่าสามารถผลักดันให้งานประสบความสำเร็จคือ  การจัดลำดับงานตามความสำคัญและความเร่งด่วนของงาน

 

การทำงานมีการติดต่อกับนักศึกษาหรือไม่

                เนื่องจากงานที่ทำมีลักษณะงานที่ค่อนข้างจะมีความหลากหลาย  ทั้งการทำงานวิจัย  งานช่วยสอน  การเตรียมปฏิบัติการ  และการให้คำปรึกษากับนักศึกษา  ซึ่งส่วนใหญ่มีการติดต่อกับนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษามากกว่านักศึกษาปริญญาตรี  จึงอาศัยโอกาสนี้เป็นที่สอนงานและแนวคิดในการทำงานให้กับน้องๆ  ทั้งนี้เพราะหากตนไม่อยู่จะได้มีผู้ทำหน้าที่สานต่องาน  โดยไม่กระทบกับงานและไม่มีผลต่อองค์กร

 

มีแนวคิดในการเลือกหัวข้อวิจัยอย่างไร

                เป็นสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์ที่ปรึกษา (รศ. ดร. กิจการ  ศุภมาตย์) ด้วยความระลึกยิ่งและเป็นแบบอย่างในการทำงาน ที่สอนให้รู้จักการวิเคราะห์สถานการณ์  และความจำเป็น  รวมถึงการมองความจำเป็นของการนำมาใช้งานและความนิยมของสังคมในปัจจุบันและอนาคต   หัวข้องานวิจัยจึงเลือกที่เจาะจงกับสถานการณ์ปัจจุบันและมีผลกับการนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต

 

ผลงานวิจัยที่ดำเนินการมาแล้วภูมิใจในเรื่องใดมากที่สุด

                เนื่องจากตนให้ความทุ่มเทและตั้งใจในการทำงานวิจัยทุกเรื่อง  ดังนั้นผลงานทุกชิ้นที่ทำจึงเป็นงานที่ตนภูมิใจเท่าเทียมกัน

 

มีงานวิจัยชิ้นไหนที่คิดว่ายากหรือใช้เวลาในการทำนานหรือมีอุปสรรคในการดำเนินงาน

                เนื่องจากก่อนการดำเนินโครงการ  จะมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงและวางแผนการดำเนินงานไว้ล่วงหน้า  จึงทำให้การดำเนินงานสามารถประสบความสำเร็จได้โดยมีอุปสรรคไม่มากนัก  หากจะคิดว่าเป็นอุปสรรคคงน่าจะเป็นเรื่องของสัตว์ทดลอง  เพราะงานวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำเป็นงานที่ต้องดำเนินการกับสัตว์น้ำซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าไปควบคุมความแปรปรวนได้ยาก

 

มีการบริหารเวลาในการทำงานอย่างไร

                งานที่ทำเป็นงานวิจัยที่ต้องติดตามผล ซึ่งในช่วงแรกที่ทำงานยังวางแผนและจัดระบบการทำงานได้ไม่ดีนัก บางครั้งจึงใช้ชีวิตในที่ทำงานมากกว่าคนอื่น แต่ต่อมารู้จักวางแผนเวลาและจัดระบบงานมากขึ้นจึงมีการปรับการทำงานให้เป็นปกติ

 

เมื่อเกิดปัญหาในการทำงานทำอย่างไร

                ปรึกษากับผู้รู้  โดยเร็วที่สุดเมื่อเกิดปัญญาใดๆ ขึ้น  ส่วนด้านอื่นๆ  ทั้งด้านเอกสาร  และการติดต่องานต่างๆ หากมีปัญหาหรือไม่รู้ก็จะถาม  โดยยึดหลักที่ว่า “ถ้าไม่รู้ก็ไม่อายที่จะถาม”

 

มีปัญหาในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานกลางที่คณะฯ หรือไม่

                ในด้านของการติดต่อประสานงานถือว่าไม่มีปัญหา  ทั้งนี้เนื่องจากหากเกิดปัญหาใดๆขึ้นมา  จะเลือกการเข้ามาพบและพูดคุยกันเพื่อแก้ปัญหา    

 

การยื่นขอสนับสนุนโครงการวิจัยดำเนินการอย่างไร

                เลือกหัวข้องานวิจัยที่เจาะจงกับสถานการณ์ปัจจุบัน  และส่งไปยังแหล่งทุนสนับสนุน  เมื่อไม่ได้รับการอนุมัติ  และส่งกลับมาให้แก้ไขก็ดำเนินการแก้ไขตามที่ผู้ทรงคุณวุฒิให้ข้อคิดเห็นมา  และส่งขอสนับสนุนงบประมาณใหม่ในโอกาสต่อไป

 

การเสนอผลงาน

                มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ  โดยในส่วนของต่างประเทศจะใช้วิธีการสืบค้นหาข้อมูล การประชุมวิชาการต่างๆ ในด้านที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้คือต้องมีการวางแผนที่ดีว่าผลงานจะออกมาในช่วงไหน  เพื่อจะได้สืบค้นแหล่งเสนอผลงานไว้ล่วงหน้า  และสมัครเข้าร่วมได้ทันช่วงเวลาที่กำหนด

 

แนวคิดในการเข้าร่วมกิจกรรม...

                การเอาใจเขามาใส่ใจเรา  คือต้องหาโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในและนอกคณะ เป็นผู้จัด ให้มากที่สุด เพื่อเป็นการสนับสนุน ให้กำลังใจ และสานสัมพันธ์อันดี ซึ่งทำให้ได้รับความรู้ใหม่ๆ ที่สอดแทรกอยู่ในกิจกรรมต่างๆ ที่เข้าร่วม ในทางกลับกันถ้าหากเราเป็นผู้จัดแล้วไม่มีใครเข้าร่วม  กิจกรรมนั้นก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ   

 

การทำงานเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นมาทำอย่างไร...

                การทำงานร่วมกันย่อมมีบ้างที่ความเห็นไม่เหมือนกันหรือขัดแย้งกัน  แต่อยากให้ทำงานร่วมกันโดยมองงานเป็นหลัก  เมื่อเกิดความขัดแย้งเกิดขึ้นแล้วต่างคนต่างแยกกันทำงาน  ผลเสียก็จะเกิดกับงานที่ทำ  โดยส่วนตัวจะไม่โกรธใคร  โดยบอกว่า “ไม่รู้จะโกรธไปทำไม” เพราะหากความโกรธเกิดขึ้นจะมีแต่ผลเสียตามมา ทั้งต่อผู้ร่วมงาน ต่องาน และต่อองค์กร

 

แนวคิดในการพัฒนาองค์กร (ศูนย์วิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ)

                ต้องเริ่มจากการสร้างรากฐานที่มั่นคงก่อน  กล่าวคือ   ต้องจัดการระบบ  กลไกการดำเนินงานของงานที่มีอยู่แล้วให้มั่นคง  ก่อนที่จะมีการสร้างงานใหม่ที่เป็นงานพัฒนาเพื่อการพัฒนาองค์กรต่อไป 

 

รู้สึกอย่างไรเมื่อได้รับคัดเลือกเป็นบุคลากรผู้มีผลงานดีเด่น

                รู้สึกดีและคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีที่คณะหยิบยื่นให้  และขอขอบคุณผู้สนับสนุนเบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกท่านด้วย โดยส่วนตัวนั้นงานที่ทำอยู่ก็ทุ่มเทให้กับมันอย่างเต็มที่  รางวัลที่ได้รับก็ถือเป็นกำลังใจและแรงผลักดันในการทำงานให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป  โดยสิ่งไหนที่ทำและคิดว่าดีอยู่แล้วก็จะพยายามรักษาเอาไว้  ส่วนสิ่งที่สามารถพัฒนาปรับปรุงได้ก็จะพัฒนาเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพและพัฒนาต่อไป

 

ประทับใจอะไรในองค์กร...

                ความรักใคร่  สามัคคี  และความกลมเลียวกันในหมู่คณะ  มีการรู้จักกันอย่างจริงใจ 

หลักการครองตน:

  1. พึ่งตนเอง  ขยันหมั่นเพียร  และมีความรับผิดชอบ
  2. ประหยัด  และออม
  3. รักษาระเบียบวินัย และเคารพกฎหมาย
  4. ปฏิบัติตามคุณธรรมของศาสนา
  5. มีความจงรักภักดีต่อชาติ  ศาสนา  และพระมหากษัตริย์

 

หลักการครองคน:

  1. มีมนุษย์สัมพันธ์  สร้างความเป็นกันเองกับผู้ร่วมงาน
  2. ให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน  ยกย่องชมเชย  ให้รางวัลตามโอกาส  ยอมรับและฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมงาน
  3. ร่างเริงแจ่มใส  มีทัศนคติที่ดีกับบุคคลทั่วไป
  4. เคารพในสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น
  5. รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา  สร้างความสุขในการทำงาน
  6. ใช้หลักคุณธรรมกับทุกคนด้วยความเสมอภาค

 

หลักการครองงาน:

  1. รับผิดชอบในหน้าที่
  2. นำความรู้ที่มีไปใช้ในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี  เพื่อแก้ปัญหาหากมีอุปสรรค
  3. ปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพ  เพื่อพัฒนางานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
  4. มีความกระตือรือร้น  ต้องการที่จะปฏิบัติงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
  5. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม

 

อยากฝากอะไรถึงคนอื่นและน้องๆรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงาน...

                ให้แต่ละคนทำงานในหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดอย่างเต็มความสามารถ  และหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้วยตนเองก่อน  ส่วนเรื่องใดที่ไม่รู้ให้ค้นคว้าและสอบถามผู้รู้  ที่สำคัญต้องสร้างมนุษยสัมพันธ์อันดีกับคนอื่นๆ ในองค์กร

 

อยากฝากอะไรถึงน้องๆ นักเรียนที่กำลังมองหาสถานที่ศึกษาต่อ...

                ให้ถามตัวเองดูก่อนว่ามีความสนใจในด้านไหน  ในส่วนของภาควิชาวาริชศาสตร์นั้น  หากมีน้องๆ ที่สนใจ  บอกได้เลยว่าภาควิชาวาริชศาสตร์เป็นภาควิชาที่น่าสนใจ  ทั้งในด้านของวิชาการที่มีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง  และการดูแลกันและกันของรุ่นพี่รุ่นน้องที่เป็นสายใยเส้นใหญ่ที่ไม่เคยทอดทิ้งกัน  โดยดูแลตั้งแต่ตอนเป็นนักศึกษาจนไปถึงตอนทำงาน เนื่องจากมีเครือข่ายศิษย์เก่าที่เข้มแข็ง  และการใช้ชีวิตในขณะที่ศึกษาอยู่นั้นจะเป็นพื้นฐานที่ดีที่ภาควิชาฯ ได้หล่อหลอมให้กับนิสิตทุกคนให้สามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันได้ 

หมวดหมู่บันทึก: ประวัติศาสตร์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 28 มิถุนายน 2554 15:23 แก้ไข: 28 มิถุนายน 2554 15:24 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 คนธรรมดา, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ขอแสดงความยินดีกับน้องบุญกอบด้วยค่ะ

ชอบแนวคิดนี้ค่ะ

"ปรึกษากับผู้รู้ โดยเร็วที่สุดเมื่อเกิดปัญญาใดๆ ขึ้น ส่วนด้านอื่นๆ ทั้งด้านเอกสาร และการติดต่องานต่างๆ หากมีปัญหาหรือไม่รู้ก็จะถาม โดยยึดหลักที่ว่า “ถ้าไม่รู้ ก็ไม่อายที่จะถาม”

 

 

เหมือนกันเลยน้องมอนลี่ ชอบทุกๆ หัวข้อที่สัมภาษณ์

และขอบคุณสำหรับการแบ่งปันสิ่งๆดีที่นำมาแชร์น๊าค่ะ ^^

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.91.4.56
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ