นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 5522
ความเห็น: 1

มิราเคิล : พืชมหัศจรรย์

 

ถาม: อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับผลมิราเคิล  และการปลูกค่ะ

ถามโดย: คุณสุรีรัตน์.......  oops_yaya@hotmail.com

ตอบ:

 

              มาทำความรู้จักมิราเคิลกันสักนิดนะคะ มิราเคิล (Miracle Fruit) หรือที่บางท้องที่เรียกว่า เทพสาคร มีชื่อทางพฤกศาสตร์ว่า Synsepalum dulcificum เป็นไม้ผลพื้นเมืองของประเทศกานา ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศคล้ายคลึงกับภาคใต้ของประเทศไทย คุณสมบัติพิเศษของต้นมิราเคิล หรือที่หลายคนเรียกว่า "พืชมหัศจรรย์" คือ ผลสุกแก่จะมีสีแดงสดใส เมื่อรับประทานผลสุกแก่เข้าไปแล้ว สารไกโคโปรตีนในผล จะไปเคลือบผิวของลิ้นอยู่นานประมาณ 1-2 ชั่วโมง เมื่อรับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว มะยม ระกำ ตามเข้าไปจะไม่รู้สึกเปรี้ยว ในทางตรงกันข้ามกลับกลายเป็นรสชาติหวานคล้ายน้ำตาล

              การขยายพันธุ์ไม้ชนิดนี้ในปัจจุบันใช้วิธีการ เพาะเมล็ด ส่วนการตอนก็ทำได้ แต่ข้อมูล พบว่า ออกรากช้ามาก มิราเคิล เป็นต้นไม้ที่มีขนาดทรงพุ่มเล็ก มีการเจริญเติบโตช้ามาก ชอบความชื้น สูง ไม่ชอบแดดจัด (สภาพเดิมเกิดในป่า ร้อนชื้น เจริญเติบโตอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ ) มีการออกดอกติดผลตลอดทั้งปี หลังจากปลูกไปได้ 2 ปี และจะทยอยออกดอกไปเรื่อย ๆ แต่จะพบการติดผลมากในช่วงฤดูหนาว

               ในเรื่องการนำไปใช้ประโยชน์นั้น มีการกล่าวถึง โอกาสของการนำผลไม้ชนิดนี้ ไปใช้ประโยชน์ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะต้องงดน้ำตาล แต่ถ้ากินผลไม้ชนิดนี้ก่อน แล้วสามารถทำอาหารได้โดยไม่ใส่น้ำตาลก็อร่อยได้เหมือนอาหารปกติ และยังมีการยกตัวอย่างอีกเรื่อง เช่น มะม่วงมัน ที่มีรสเปรี้ยวมากไปนิด หรือมะม่วงที่เก็บอ่อนไป ถ้ากินมิราเคิลไปก่อนกินมะม่วง จะรู้สึกว่าหวานอร่อย อย่างนี้คนเป็นเบาหวานก็เก็บมะม่วงที่อ่อนสักนิด น้ำตาลไม่มาก เอามาบ่มให้สุก ก็น่าจะอร่อยได้เหมือนกัน มิราเคิลจึงเป็นพืชที่กำลังมีการศึกษาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์และตรวจสอบถึงความเป็นพิษกันอย่างแพร่หลายในหลายๆ ประเทศทั่วโลก

                ในทางการค้านั้น ญี่ปุ่นต้องการผลไม้ชนิดนี้อยู่มาก เนื่องจากไม่สามารถปลูกให้ผลได้ที่ญี่ปุ่น ในญี่ปุ่น เขาใช้ผลมิราเคิลสดๆ จัดวางไว้บนโต๊ะดื่มไวน์ของร้านอาหาร หรือร้านกาแฟ ทำให้เพิ่มรสชาติ และไม่ต้องใส่น้ำตาลในกาแฟมาก จนกลายเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นอย่างแพร่หลาย และนักวิชาการญี่ปุ่นยังได้นำผลไม้ไปวิเคราะห์ และสกัดทำเป็นน้ำตาลก้อนลดความอ้วน ทำให้กลายเป็นธุรกิจที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้น

                   นักวิชาการญี่ปุ่นยังได้นำผลมิราเคิลไปวิเคราะห์  และสกัดเป็นน้ำตาลก้อนลดความอ้วน  อีกทั้งทางวิทยาศาสตร์  ยังได้นำไปใช้สำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาที่มีรสขม  เพราะว่าผลมิราเคิลมีสารไกลโคโปรตีนที่ชื่อว่า  มิราคูลิน  ซึ่งสารนี้ทำให้เปลี่ยนรสเปรี้ยวได้ดีและเปลี่ยนรสขมได้บ้างเล็กน้อย

 

ทิศทางเกษตร:แนวทางปลูก"มิราเคิล"ในเมืองไทย

                ถึงแม้ต้น มิราเคิล (Miracle Fruit) จะไม่ใช่ผลไม้พื้นเมืองของไทย เป็นไม้ผลพื้นเมืองของประเทศกานา ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศคล้ายคลึงกับภาคใต้ของประเทศไทย คุณสมบัติพิเศษของต้นมิราเคิล หรือที่หลายคนเรียกว่า "พืชมหัศจรรย์" คือ ผลสุกแก่จะมีสีแดง เมื่อรับประทานผลสุกแก่เข้าไปแล้ว ในผลมีสารไกโคโปรตีน ซึ่งสารนี้จะไปเคลือบผิวของลิ้นอยู่นานประมาณ 1-2 ชั่วโมง เมื่อรับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว มะยม ระกำ ตามเข้าไปจะไม่รู้สึกเปรี้ยว ในทางตรงกันข้ามกลับกลายเป็นรสชาติหวานคล้ายน้ำตาล ความจริงแล้วมีคนไทยหลายราย พยายามที่จะนำเมล็ดของผลไม้มหัศจรรย์มาเพาะ และขยายพื้นที่ปลูกในประเทศไทย แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ 
                 มิราเคิล จัดเป็นไม้ผลที่ปลูกยากชนิดหนึ่ง ในขณะที่ต้นมิราเคิลเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก มีข้อมูลที่เกี่ยวกับไม้ผลชนิดนี้มากมาย มีการศึกษาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ปัจจุบันพบว่าวัยรุ่นญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ นิยมรับประทานผลมิราเคิล ก่อนที่จะรับประทานอาหารหรือดื่มไวน์ เพื่อทำให้รับประทานอาหารได้อร่อยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนำผลมิราเคิลมาแปรรูปเป็นอาหารเพื่อสุขภาพในรูปของแคปซูล โดยเชื่อว่าในผลจะมี สารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง (ข้อมูลตรงส่วนนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการยืนยันนะคะ)

                 ปัจจุบันการขยายพันธุ์ต้นมิราเคิลส่วนใหญ่จะใช้วิธีเพาะเมล็ด ส่วนการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตอนก็ทำได้ แต่รากจะออกช้ามาก อุปสรรคที่สำคัญในการขยายพื้นที่ในเชิงการค้าคือ เป็นไม้ผลที่มีการเจริญเติบโตช้ามาก นิสัยของไม้ผลชนิดนี้ชอบความชื้น สูง ไม่ชอบแดดจัด เนื่องจากต้นมิราเคิลที่เกิดในธรรมชาติจะเกิดขึ้นในป่าและเจริญเติบโตอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ การปลูกในระยะแรก มีความจำเป็นจะต้องใช้ตาข่ายพรางแสงประมาณ 50% ดินที่มีความเหมาะสมต่อการปลูก ควรเป็นดินที่อินทรียวัตถุสูง มีลักษณะร่วนโปร่ง เช่น ดินขุยไผ่หรือดินผสมจากใบก้ามปูร่วมกับเปลือกมะพร้าว ที่สับเป็นชิ้นในอัตรา 2:1 เพื่อให้กาบมะพร้าวสามารถดูดซึมน้ำให้มีความชุ่มชื้น และถ้าเป็นไปได้ควรรดน้ำทุกวัน

                 ในการปลูกมิราเคิลไม่มีความจำเป็นจะต้องตัดแต่งกิ่ง ในทางพฤกษศาสตร์มิราเคิล เป็นไม้ผลขนาดทรงพุ่มเล็ก ผลแก่จะมีสีแดงสดใส มีการออกดอกติดผลตลอดทั้งปี หลังจากปลูกไปได้ 2 ปี และจะทยอยออกดอกไปเรื่อย ๆ แต่จะพบการติดผลมากในช่วงฤดูหนาว ความสำเร็จของคุณวารินทร์ น่าจะเป็นตัวอย่างให้มีการขยายพื้นที่ปลูกไม้ชนิดนี้ในเชิงธุรกิจกันกว้างขวางมากยิ่งขึ้น เนื่องจากต้นมิราเคิลมีประโยชน์ทางด้านสมุนไพร และด้านอื่น ๆ อีกมากมาย

 

                ทั้งนี้ผู้ที่สนใจเรื่องการปลูกมิราเคิลสอบถาม ได้ที่ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร เลขที่ 2/200 ถนนศรีมาลา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000 โทร.0-5631-3021,0-5665-0145).

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 19 กันยายน 2554 10:06 แก้ไข: 19 กันยายน 2554 10:06 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 น้ำขิง, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
สำเริง สังวริ [IP: 49.229.78.189]
15 มีนาคม 2559 23:38
#104847

สำหรับผู้ที่สนใจ ต้นและผลมิราเคิล เพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน กำหนดค่าวัสดุ ดังนี้ 1. - 10 - 50 ผล ๆ ละ 10 บาท - 51- 100 ผล ๆ ละ 8 บาท - 101- 200 ผล ๆ ละ 6 บาท 2. - กล้าอายุ 3-6 เดือน กล้าละ 100 -200 บาท / 6-12 เดือน กล้าละ 300-1,500 บาท

(ไม่รวมค่าจัดส่ง) ปริมาณขึ้นอยู่กับผลผลิต โปรดสอบถามก่อนที่ คุณสำเริง 08-1280-2761

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.227.186.112
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ