เชิญชวนร่วมเขียนเรื่องราวความสุขของท่าน ผ่าน Share.psu.ac.th โดยใส่คำสำคัญ PSU.QWL
อ่าน: 6029
ความเห็น: 8

ฟักข้าว: ผักพื้นบ้านที่น่าสนใจ

 

ถามโดย คุณมิน  จำปาเงิน  อ.ศรีประจันทร์  จ. สุพรรณบุรี
ถามว่า : ฟักข้าวมีประโยชน์อย่างไร  การปลูกทำอย่างไร
ตอบ: 

ฟักข้าว Momordica cochinchinnensis (Lour.) Spreng.


                อยู่ในวงศ์แตงกวาและมะระคือวงศ์  Cucurbitaceae  ชื่อเรียกอื่นคือ ขี้กาเครือ (ปัตตานี) ผักข้าว (ตาก ภาคเหนือ) มะข้าว (แพร่) แก็ก (Gac  เวียดนาม) Baby Jackfruit, Spiny Bitter Gourd, Sweet Gourd, และ Cochin-chin Gourd  ฟักข้าวมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน พม่า ไทย ลาว บังกลาเทศ มาเลเซียและฟิลิปปินส์ เป็นพืชที่ชาวเวียดนามใช้ประกอบอาหารมาก ในชนบทมีปลูกกันเกือบทุกบ้านเรือน
                  ฟักข้าว เป็นไม้เถาเลื้อยพัน
  มีมือเกาะ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงแบบสลับ ใบรูปหัวใจหรือรูปไข่ กว้างยาวเท่ากันประมาณ ๖-๑๕ เซนติเมตร ขอบใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก ๓-๕ แฉก ดอกเป็นดอกเดี่ยวพบที่ซอกใบ ต้นแยกเพศอยู่คนละต้น กลีบดอกสีขาวแกมเหลือง ตรงกลางมีสีน้ำตาลแกมม่วง ใบประดับมีขน ผลอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง เจริญได้เองโดยไม่ต้อง ถูกผสม เมื่อผลสุกจะมีสีแดง ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดหรือแยกรากปลูก  ฟักข้าวเริ่มมีดอกหลังแยกรากปลูกประมาณ ๒ เดือน เริ่มผลิดอกราวเดือนพฤษภาคมและให้ดอกจน  ถึงราวเดือนสิงหาคม  ผลสุกใช้เวลาประมาณ ๒๐ วัน และใน ๑ ฤดูกาลจะเก็บเกี่ยวผลฟักข้าวได้ ๓๐-๖๐ ผล  โดยเก็บผลสุกได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์   ผลของฟักข้าวมี ๒ ชนิด ผลยาวมีขนาดยาว ๖-๑๐ เซนติเมตร ส่วนผลกลมยาว ๔-๖ เซนติเมตร เปลือกผลอ่อนสีเขียวมีหนามถี่ เปลี่ยนเป็นสีส้มแก่หรือแดงเมื่อผลสุก แต่ละผลหนักตั้งแต่ ๐.๕-๒กิโลกรัม ที่ประเทศเวียดนามมักปลูกฟักข้าวพาดพันไม้ระแนงข้างบ้าน และเก็บเฉพาะผลสุกมาประกอบอาหาร แต่เนื่องจากฟักข้าวให้ผลดีที่สุดในช่วงฤดูหนาว ชาวเวียดนามจึงนิยมใช้ประกอบอาหารในเทศกาลปีใหม่และงานมงคลสมรสเท่านั้น
                 ผลฟักข้าวมีเปลือกหนา ผลสุกเนื้อในหนามีสีส้ม ภายในมีเยื่อสีแดงให้เมล็ดเกาะ เนื้อผลสุกกินได้ ที่ประเทศเวียดนามใช้เยื่อสีแดงและเมล็ด (มีน้ำมัน) เป็นยา ฟักข้าว ๑ ผลจะได้เยื่อสีแดงราว ๒๐๐ กรัม
 

ประโยชน์ทางโภชนาการ
                   ในประเทศไทยใช้ผลฟักข้าวอ่อนสีเขียวเป็นอาหาร รสชาติเนื้อฟักข้าวเหมือนมะละกอ ลวกหรือต้มให้สุกหรือ ต้มกะทิจิ้มน้ำพริกกะปิ หรือใส่แกง ยอดอ่อน ใบอ่อนนำ มาเป็นผักได้ นำมานึ่งหรือลวกให้สุกกินกับน้ำพริก หรือนำไปปรุงเป็นแกง เช่น แกงแค   ประเทศเวียดนามกินข้าวเหนียวหุงกับเยื่อเมล็ดผลฟักข้าวสุก เนื่องจากชาวเวียดนามถือว่าสีขาวเป็น
   สีแห่งความตาย ข้าวสีส้มแดงจึงจัดเป็นมงคลต่องานเทศกาลต่างๆ ชาวเวียดนามเอาเยื่อสีแดงจากผลฟักข้าวสุกพร้อม เมล็ดมาหุงกับข้าวเหนียว ได้ข้าวสีส้มแดงมีกลิ่นหอม ต้องมีเมล็ดฟักข้าวติดมาในข้าวด้วยจึงว่าเป็นของแท้  ถึงกับมีการหุงข้าวใส่สีผสมอาหารสีแดงเลียนแบบการใช้ฟักข้าวนอกฤดูกาลก็มี เชื่อว่าบำรุงสายตา

                    เยื่อเมล็ดของฟักข้าวมีปริมาณบีตาแคโรทีนมาก กว่าแครอต ๑๐ เท่า มีไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศ ๑๒ เท่า  และมีกรดไขมันขนาดยาวประมาณร้อยละ ๑๐ ของมวล การกินบีตาแคโรทีนจากฟักข้าวพบว่าดูดซึมในร่างกายได้ดีเพราะละลายได้ในกรดไขมันดังกล่าว
                    ความเชื่อที่ว่าฟักข้าวบำรุงสายตานั้นถูกต้อง แต่ต้องกินส่วนที่มาจากเยื่อเมล็ดไม่ใช่ส่วนอื่น
  เมื่อใช้เยื่อฟักข้าวเสริมอาหารให้กับเด็กก่อนวัยเรียนในงานวิจัยในประเทศเวียดนาม พบว่าเด็กในกลุ่มมีปริมาณบีตาแคโรทีนและไลโคพีนในพลาสมาสูงขึ้น และกลุ่มที่มีปริมาณความเข้มข้นของเฮโมโกลบินต่ำมีความเข้มข้น เพิ่มขึ้นด้วย จึงแนะนำให้ผู้มีเลือดจางกินข้าวหุงเยื่อเมล็ดฟักข้าวสุกด้วย ปัจจุบันมีผู้นำเยื่อเมล็ดนี้ผลิตเป็นเครื่องดื่มอาหารเสริมจำหน่ายในต่างประเทศ



                   ไลโคพีนเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์  พบได้ในผักและผลไม้บางชนิด ทำหน้าที่เป็นรงควัตถุรวบรวมแสงให้แก่พืช และป้องกันพืชผักจากออกซิเจนโมเลกุลเดี่ยว (อนุมูลอิสระ) และแสงที่จ้าเกินไป  การกินไลโคพีนที่มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นได้รับการพิสูจน์จากวงการแพทย์ว่ามีผลลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร  เนื่องจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวมีไลโคพีน มากกว่าผลไม้อื่นๆ ทุกชนิด  จึงถือว่าเป็นอาหารต้านมะเร็งที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งจากฤทธิ์ของไลโคพีน

ฤทธิ์ในการบำบัดรักษาโรค


         ประเทศจีน
ใช้เมล็ดแก่ของฟักข้าวเป็นยามานานกว่า ๑
,๒๐๐ ปี ใช้บำบัดอาการอักเสบบวม กลากเกลื้อน ฝี อาการฟกช้ำ ริดสีดวง แก้ท้องเสีย อาการผื่นคันและโรคผิวหนังติดเชื้อต่างๆ ทั้งในมนุษย์และสัตว์ต่างๆ การกินฟักข้าวเป็นยานั้น ใช้เมล็ดแก่บดแห้ง  ส่วนการใช้ภายนอก ให้นำเมล็ดฟักข้าวบดแห้งผสมน้ำมันหรือน้ำส้มสายชูเล็กน้อยทาบริเวณที่มีอาการ และใช้เยื่อเมล็ดแทนสีผสมอาหาร งานวิจัยในประเทศจีนพบว่าโปรตีนจากเมล็ดมีความสามารถต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ตับในหลอดทดลอง  เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของฤทธิ์ทางชีวภาพของเมล็ดฟักข้าว ถือว่าลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระจึงมีฤทธิ์ป้องกันมะเร็ง นอกจากนี้ เมล็ดฟักข้าวเป็นส่วนผสมของยาแก้ปวดกล้ามเนื้อและคลายกล้ามเนื้อในเครื่องยาจีนหลายตำรับ 

               ประเทศเวียดนาม การวิจัยทางคลินิกที่มหาวิทยาลัยฮานอย พบว่าน้ำมันจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งตับ 
          
ประเทศไทยมีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลเกี่ยวกับสรรพคุณของเมล็ดฟักข้าว
  พบโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอชไอวี-เอดส์ และยับยั้งเซลล์มะเร็งจดสิทธิบัตรในประเทศไทยแล้ว งานวิจัยอื่นของไทยและต่างประเทศพบว่า เมล็ดแก่ของฟักข้าวมีโปรตีน มอร์มอโคลชิน-เอส  และโคลชินิน-บี  มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของไรโบโซมซึ่งเป็นแหล่งผลิตกรดอะมิโน และต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งหลายชนิดในหลอดทดลอง ซึ่งอาจนำไปใช้พัฒนา เภสัชภัณฑ์ได้ในวันข้างหน้าประเทศฟิลิปปินส์และประเทศไทยใช้รากฟักข้าวสระผมเพื่อกำจัดเหา ใช้รากบดหมักผมกระตุ้นให้ผมดก ประเพณีล้านนาของไทยใช้   ฟักข้าวในการดำหัว (คือการสระผม) สตรีล้านนา ดำหัวสัปดาห์ละครั้ง ยาสระผม ประกอบด้วย ฝักส้มป่อยจี่ ผลมะกรูดเผา ผลประคำดีควายหมกไฟพอให้สุก รากของต้นฟักข้าว รากแหย่งบดหยาบ ทั้งหมดผสมกับน้ำอุ่นหมักผมไว้สัก    ระยะหนึ่งแล้วจึงล้างออก จะทำให้แก้คันศีรษะ แก้รังแค แก้ผมร่วงและช่วยให้ผมดกดำ
                       ประเทศญี่ปุ่นทำการวิจัยพบว่า โปรตีนจากสารสกัดน้ำของผลฟักข้าวยับยั้งการเจริญของก้อนมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูทดลอง โดยลดการแผ่ขยายของหลอดเลือดรอบก้อนมะเร็งและชะลอการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งดังกล่าว ในห้องทดลองน้ำสกัดผลฟักข้าวยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยการทำให้เซลล์แตกตาย  ผลอ่อนฟักข้าวกินได้ ผลแก่ก็อุดมคุณค่า ลองหาพันธุ์มาปลูกให้เลื้อยเล่นหน้าบ้านจะได้กินเมื่อใจ ปรารถนา เป็นการสร้างสุขภาพป้องกันโรคร้ายได้อย่างดี 

การปลูก 
              
การปลูกฟักข้าวใช้วิธีการปลูกด้วยเมล็ด  โดยในการเพาะเมล็ดนั้น
       มีข้อแนะนำคือ  ถ้าเพาะทั้งเปลือก(หมายถึงเปลือกหุ้มเมล็ด) กว่าจะงอกจะใช้เวลานานมาก ไม่ต่ำกว่า 3 เดือน หรืออาจจะถึง 6 เดือน แต่ถ้าจะให้งอกเร็วๆ ต้องกะเทาะเปลือกหุ้มเมล็ดออกก่อนนำไปเพาะ จะใช้เวลาแค่ประมาณ 1 เดือนเท่านั้น(หรืออาจเร็วกว่านี้) เปลือกหุ้มเมล็ดฟักข้าวกะเทาะ(แกะออก)ไม่ยาก เวลากะเทาะเปลือก ระวังอย่าให้เนื้อเมล็ดช้ำอาจทำให้เมล็ดเน่าได้
                ฟักข้าว เป็นพืชโตเร็ว ไม่ต้องการการดูแลเอาใจใส่มากมาย แต่หากต้องการปลูกเป็นพืชสวนครัวคงต้องเตรียมพื้นที่มากหน่อย เพราะทั้งเถาและใบมีขนาดค่อนข้างใหญ่ หากมีพื้นที่มากพอที่จะปลูกก็เพียงหากิ่งแก่ หรือจะเพาะเมล็ดก็ย่อมได้ รดน้ำให้ชุ่มชื้นสักพัก เมื่อออกรากจึงย้ายลงปลูกในที่ที่เตรียมไว้ ค้างสำหรับฟักข้าวน่าจะเป็นค้างที่มีขนาดใหญ่สักหน่อย

 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 12 ตุลาคม 2553 10:08 แก้ไข: 12 ตุลาคม 2553 10:09 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
สมพงษ์ [IP: 124.120.176.166]
12 ตุลาคม 2553 10:51
#60839
สีสรร สวยดี แต่ไม่เคยเห็นขายในตลาดเลย สรรพคุณถือว่าไม่เบาเลยนะครับ ถ้าสกัดให้รับประทานง่าย ๆ คงดี เหมือนอาหารเสริมบางยี่ห้อ เช่น ไบโอสเปรย์ ที่สกัดจากพวกถั่วเหลืองหรือยี่ห้อื่น ๆ
สีสวยน่าทานน๊ะค่ะ..น้อง marky น่าเอาไปจำลองเป็นลูกชุบ.. แต่พี่บิวตี้ทำไม่เป็น อิอิ ^^
Ico48
ศน.เฉลิมศักดิ์ (พิทักษ์) สุพรรณ 085-817-8393 [IP: 202.143.154.185]
21 มีนาคม 2554 11:17
#64418

ได้มีโอกาสเข้ารับความรู้ที่ม.มหิดลกาญจนบุรี เรื่องที่เกี่ยวข้องกับต้นฟักข้าว นับว่ามีประโยชน์มาก เป็นต้นไม้ที่ควรร่วมกับปลุก และอนุรักษ์เอาไว้ มีโอกาสได้ชิมผลผลิตจากการแปรรูปเนื้อจากผลฟักข้าวสุก สูตรของ อ. สงวน ที่สุพรรณบุรีท่านมีต้นฟักข้าว และผลผลิตจึงแปรรูปทำไว้บริโภคเอง โดยเอาเนื่อที่ตักจากผลสุกมากรองด้วยผ้าขาวบาง นำมาผสมกับเนื้อเสาวรสสุก เติมน้ำผึ้งลงไปผสม ใส่เกลือป่นเล็กน้อยใส่กรุปุกนำไปแช่ตู้เย็นชั้นแช่ผัก อ.ท่านเห็นว่าผมสนใจปลูกต้นฟักข้าวจึงได้นำมาให้ผมชิมดู ผมอึ้ง ทึ้งมาก อร่อยจริง ๆ ผมว่าอร่อยกว่าโยเกิร์ตเสียด้วยซ้ำ เรื่องประโยชน์และคุณค่าทางอาหารก็หายห่วง บริโภคแล้วรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า การขับถ่ายเป็นปกติดี ผมว่าเหมาะสมกับทุกเภททุกวัย ปัญหามีอยู่ว่าผลผลิตจากต้นฟักข้าวยังขาดแคลน ไม่เพียงพอกับผู้บริโภค ปัจจุบันผมเพิ่งมีโอกาสปลูกได้เพียงสอง-สี่ต้น ก็น่าสนใจเพราะปลูกไม่ยากเลย บ้านผมมีไม้ยืนต้นอยู่หน้าบ้านหลายต้นเลยตัดสินใจขึงลวดเป็นราวโยงกับต้นไม่ใหญ่ให้ฟักข้าวเลื้อยไปตามลวด ไม่ใช้เสาอะไรเพื่อประหยัดต้นทุนและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เกื้อกูลกัน ประหยัด อาศัยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงเป็นแนวทางทำกิจกรรมก็น่าสนใจดี ระยะต่อไปเป็นเช่นไรจะเล่าให้ฟังอีก ขณะขึงลวดช่วงที่อ้อมต้นไม้อย่าลืมสอดใส่สายยางด้วยเพื่อป้องกันเส้นลวดบาดผิวเปลือกไม่ ถนอมต้นไม้หลักด้วยเพียงอาศัยประโยชน์เพียงเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับต้องมีส่วนทำลายเขากุศลน่าจะเกิด และก็ไม่ก่อบาปใด ๆ  สนใจก็ลองโทร.มาปรึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน 085-817-8393

Ico48
สันติ [IP: 110.49.175.62]
25 พฤษภาคม 2554 17:10
#65651

สนใจเมล็ดฟักข้าว ผลฟักข้าว ต้นอ่อนฟักข้าว ผลิตภัณฑ์แปรรูปของฟักข้าว สนใจโทรสอบถามที083-3136112

Ico48
ธนกร หิรัญ [IP: 101.51.143.125]
01 กันยายน 2554 14:43
#68140

ปลูกฟักข้าว แต่ไม่ดห็นมีผลเลย ทำอย่างไรดีค่ะ

@ คุณธนกร หิรัญ ให้ตรวจสอบดูว่าเป็นต้นตัวผู้หรือต้นตัวเมียค่ะ เพราะต้นที่สามารถให้ผลได้ต้องเป็นต้นตัวเมียเท่านั้นค่ะ ตรวจสอบดูก่อนนะคะ

Ico48
anan [IP: 223.204.28.249]
30 กันยายน 2554 00:06
#69111

เราว่าแล้วคนโบราณเขาพิสูจน์รุ่นต่อรุ่นมากินกันมาทั้งแกง และกินสุก เหมือนลูกยอเช่นกัน

คนแก่รุ่นก่อนท่านเอาใบมารองเวลาทำห่อหมกต่างๆไม่ว่าไก่ ปลา ตอนนี้เอาผลแก่มาหมักที่ป้าเซ็งแกทำได้ผลมาแล้วตอนนี้ก็หมักกันทั่วเมือง ก็มันหายจริงๆด้วยเชื่อกันเถอะ  สมุนไพรบ้านเราใช้ได้มาก ดูชาวเขาสิ เขาไม่ต้องมานอน รพ.สมเด็จย่าท่านก็เอาตำราของชาวเขามาเป็นแม่แบบครับ

Ico48
kumg [IP: 118.172.170.116]
04 มิถุนายน 2555 21:52
#77673

ฟักข้าวมีประโยชน์มากมายทำไมไม่ช่วยกันรณนงค์ปลูกมีมากที่จังหวัดไหนจองประเทศไทยค่ะช่วยบอกหน่อยนะจะไปหาพันธ่มาให้ชาวบ้านปลูกกัน

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 54.204.249.184
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ