นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 6268
ความเห็น: 29

รับการประเมินให้ได้อย่างมืออาชีพ

"การประเมินผล"  มหาวิทยาลัยรับการประเมินจากภายนอกที่สำคัญอยู่ 2 เรื่อง คือ

    • การรับการประเมินคุณภาพภายนอก  ประเมินผลโดย สมศ. ซึ่งจะประเมิน 5 ปี/ครั้ง
    • การประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ  ประเมินผลโดย
      ก.พ.ร. ซึ่งจะประเมินทุกปีตามปีงบประมาณ

เมื่อวันที่ 29 กพ. 51 วันดี วันพระ ที่มีเพียง 4 ปีครั้งเท่านั้น มหาวิทยาลัยได้ต้อนรับคณะที่ปรึกษาด้านการประเมินผล เพื่อรับการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.  2550 ซึ่งมีผลการประเมิน คือ

 

(ผลการประเมินทั้งหมด)


จากผลการประเมินจะเห็นว่า มหาวิทยาลัยถูกปรับลดผลการดำเนินงานลง 9 ตัวชี้วัด จาก 44 ตัวชี้วัด
ส่งผลให้ค่าคะแนนที่ได้ และค่าคะแนนถ่วงน้ำหนักลดลงไปด้วย โดยถูกปรับลดคะแนนลง 0.5348 คะแนน
จากคะแนน 3.5520  เหลือเพียง  3.0172  คะแนน 

เมื่อคิดร้อยละของความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ (ระดับคะแนน 4 ขึ้นไป)  มหาวิทยาลัยสามารถดำเนินการ
ได้เพียงร้อยละ 50 เท่านั้น  และค่าคะแนนถ่วงน้ำหนัก ที่ได้จะนำไปคำนวณเพื่อจัดสรรเงินรางวัลให้มหาวิทยาลัยตามผลงานต่อไป

อาจเกิดคำถามว่าทำไมทำได้น้อย จริงๆ เรามีผลการดำเนินงาน แต่ไม่ได้จัดเก็บและรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ
... ไม่เห็น ไม่ใช่ไม่มี... แต่ในการประเมินของ ก.พ.ร. จะให้คะแนนจากหลักฐานที่ปรากฎเท่านั้น


อะไรเป็นสาเหตุทำให้ผลการดำเนินงานถูกปรับลด

    • สาเหตุหลักมาจาก การไม่มีหลักฐานอ้างอิงที่จะมายืนยันผลการดำเนินงานที่ชัดเจน
      เช่น บทความวิทยานิพนธ์ที่ได้รับการตีพิมพ์  ไม่ได้ระบุวันเดือนปีที่ตีพิมพ์ ทำให้ยาก
      ในการตรวจสอบว่าเป็นผลงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2550
    • ความเข้าใจในนิยามของแต่ละตัวชี้วัดแตกต่างกันระหว่างผู้ประเมินกับผู้รับการประเมิน
      ส่งผลให้การแจงนับแตกต่างกัน
    • ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพที่วัดผลการดำเนินงานแบบระดับขั้นของความสำเร็จ (Milestone) 
      ขาดกระบวนการ PDCA ซึ่งในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะขาดในขั้นตอนการวางแผน
      และการประเมินผล เมื่อขาดขั้นตอนแรก แม้จะทำขั้นตอนสุดท้ายไปแล้ว คะแนนที่ได้
      ก็จะอยู่ที่ระดับหนึ่งคะแนนเท่านั้น
    • รูปแบบการรายงานผลแตกต่างกัน ในตัวชี้วัดเดียวกันทำให้ยากในการแจงนับ
      รายละเอียดความครบถ้วนของข้อมูลแตกต่างกัน


การรับมือกับการประเมินอย่างมืออาชีพต้องทำอย่างไร

ไม่ใช่แต่เฉพาะการรับมือกับตัวชี้วัดที่ปรับลดผลการดำเนินงานเท่านั้น แต่รวมถึงตัวชี้วัดอื่นๆ ที่ผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น

    • ทำความเข้าใจนิยามตัวชี้วัด  เนื่องจาก  ก.พ.ร. จะมีการประเมินทุกปี แม้จะเป็นตัวชี้วัดเดียวกัน
      แต่เกณฑ์ในการประเมินแตกต่างกันเพื่อพัฒนาคุณภาพให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผู้เก็บรวบรวมข้อมูลต้องศึกษา
      อย่างละเอียด และชัดเจนว่าจะแจงนับอย่างไร ลักษณะแบบไหนนับได้ แบบไหนนับไม่ได้
    • การมีระบบจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน  ขณะนี้ระบบการจัดเก็บข้อมูล online ยังไม่แล้วเสร็จ
      จึงยังต้องเป็นเอกสารทำมืออยู่ ดังนั้น ผู้จัดเก็บข้อมูลต้องออกแบบฟอร์มการรายงานผล
      ที่ครอบคลุมประเด็นตามเกณฑ์ที่กำหนด
    • จัดทำข้อมูลทั้งในส่วนภาพสรุปและจำแนกรายละเอียด ส่วนหลักฐานอ้างอิงที่แสดง
      ผลการดำเนินงานจริง อาจนำเสนอในแผ่นบันทึกข้อมูลได้ ซึ่งในการเก็บข้อมูลครั้งนี้
      ผู้รับผิดชอบตัวชี้วัดด้านการวิจัย เก็บข้อมูลได้ดีมาก ชัดเจน ถูกต้อง ครบถ้วน และเข้าใจง่าย
      เป็น Best Practice ในการจัดเก็บข้อมูลเลยทีเดียว
    • ปรับข้อมูลพื้นฐานให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานจริง เนื่องจากความคาดเคลื่อน
      ในการแจงนับตามคำนิยาม เมื่อเราเข้าใจแล้วว่าการแจงนับที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
      ดังนั้น เพื่อให้การกำหนดเป้าหมายในปีต่อไปสอดคล้องกับความเป็นจริง
    • วางแผนกระบวนการ PDCA ในตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ โดยผู้รับผิดชอบตัวชี้วัดอาจกำหนด
      แผนการดำเนินงานโดยนำเกณฑ์การให้คะแนนมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานของตัวชี้วัดนั้นๆ
      เพื่อให้การทำงานครบถ้วนทุกกระบวนการ

ปัญหามี ปัญญาเกิด  หวังว่าในปีหน้า เราคงสามารถรับมือกับการประเมินได้มากขึ้น โดยเอาผลการประเมินในปีนี้
ไปปรับปรุงวิธีการจัดเก็บข้อมูลให้ดียิ่งขึ้น  และคาดว่าเมื่อระบบจัดเก็บข้อมูล online ที่สำนักประกันคุณภาพ
กำลังดำเนินงานอยู่ขณะนี้แล้วเสร็จ จะทำให้ผู้รายงานและผู้รวบรวมข้อมูลทำงานได้ง่ายและเร็วขึ้น

ขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่มีส่วนทำให้การรายงานผลการการปฏิบัติราชการตามคำรับรองฯ ปี 2550
สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี


ปีหน้าเราจะเป็นมืออาชีพ

 

 

สร้าง: 06 มีนาคม 2551 10:42 แก้ไข: 09 กันยายน 2552 21:34 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

 การไม่มีหลักฐานอ้างอิง

นั่นไงสิ่งสำคัญก็คือข้อมูลที่สามารถจับต้องได้

ใช่ๆ สิ่งที่ขาด ก็การ วางแผนที่ดี และการเก็บข้อมูลให้ได้ประโยชน์

แต่ ศูนย์เครื่องมือ ฝ่ายบริการเครื่องมือวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และฝ่ายประกันฯนั้น มีก ISO มาช่วยในการกำหนดการเก็บข้อมูล เลยทำให้ง่ายขึ้น ทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไป และอ้างอิงได้เสมอ

 

ส่วนเรื่อง ความเข้าใจในนิยามของแต่ละตัวชี้วัดแตกต่างกัน ไม่มีความเห็น 555

 

ขาดกระบวนการ PDCA  มีคับมี ทำอยู่ด้วย 555

 

รูปแบบการรายงานผลแตกต่างกัน  อันนี้ ก็ รอ ระบบการจัดเก็บข้อมูล online ต่อไป 55

 

เยี่ยมคับ ได้ประโยชน์กับ คนทำงานจริง ๆ

 

ไปแระ ไปทำงานต่อ 555

 

พี่สาวเราแน่จริงๆ

ความจริง กรรมการที่มาประเมินก็เป็นตัวแปรสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ ความละเอียด ความรอบรู้ของกรรมการ และส่วนที่สำคัญที่สุดคือ "ถ้ากรรมการของปีนี้ กับปีก่อนหน้าเป็นคนละชุดกัน" ยกตัวอย่าง เช่น มหาวิทยาลัยจะดำเนินการปรับปรุง แก้ไขเก็บข้อมูล การแจงนับ ในปี 2550 ตามข้อเสนอแนะของกรรมการชุดที่เข้ามาประเมินในปี 2549 แต่เมื่อกรรมการประเมินของ ปี 2550 เป็นคนละชุดกับปี 2549 ผลการประเมินก็จะคลาดเคลื่อนอีก ซึ่งปัญหาแบบนี้มหาวิทยาลัยก็จะเจอทุกปี ทั้งที่เราก็คิดว่าเราทำตามข้อเสนอแนะของกรรมการแล้ว

เป็นกำลังใจให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่มีส่วนทำให้การรายงานผลการการปฏิบัติราชการตามคำรับรองฯ ปี 2550 สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี นะคะ (^___^)

คุณ mandala คะ....บันทึกนี้เยี่ยมมาก พี่ขอเป็นบันทึกแนะนำ พรุ่งนี้นะคะ  อันที่จริงอยากให้เป็นวันนเลยแต่เพิ่งขึ้นบันทึกแนะนำของ อ.ไพศาส จาก วข.สุราษฎร์ธานี ไป เมื่อเช้านี่เอง(อายุบันทึกแนะนำ 24 ชม.ค่ะ)...ปรบมือให้ก่อนดังๆ นะคะ

  • เป็นโจทย์ใหญ่ค่ะน้องมันหลากับการ "ไม่มีหลักฐานอ้างอิง"
  • พี่เอาใจช่วยนะคะ
(^-^) เรื่องนี้แจ้งในที่ประชุมคณบดีด้วยครับ

^_^" สู้ๆ ค่ะ

น่าจะเป็นความอ่อนแอ่ที่เข้มแข็งของทุกสถาบันน่ะครับ ลองสู้ๆ กันต่อไปน่ะครับ กับการที่ต้องบูรณาการ การดูที่มาของข้อมูลว่าท้ายที่สุด ข้อมูลเกิดจากใคร อย่างไร การจัดเก็บข้อมูลแบบดิบๆ การอำนวยความสะดวกต่อหน่วยงานที่จะให้ข้อมูล จะทำให้มันง่ายขึ้นครบถ้วน และถูกต้อง อธิบายได้มากขึ้นหรือไม่(มันเหมือนต้นไม้หรือเปล่า ที่มันต้องเริ่มต้นและมีรากที่แข็งแรงพอถึงจะยืนหยัดอยู่ได้นานๆ ท้าลมฝนได้อย่างดี ยกเว้นฟ้าจะผ่าลงมา)

เก่งจังเลยค่ะ  พี่มันดาลา

 ปุยคิดว่า "ไม่เห็น ไม่ใช่ไม่มี"  เป็นเรื่องจริง จริ๊ง จริง ที่ใช้กับการประเมินไม่ได้ค่ะ  เพราะหากเราจะลงสนาม เราต้องยอมรับในกติกา   ซึ่งกติกาที่ว่านี้คือ  ไม่เห็น = ไม่มี  (แย่จัง)

หน้าที่สำคัญประการหนึ่งของทุกคน  จึงต้องทำให้สิ่งที่เรามีมองเห็นได้  สุดท้ายเราจึงต้องมีหลักฐานอ้างอิงอย่างที่คุณพี่ว่า...

มีปัญญา ไว้แก้ปัญหา  ไม่มีปัญหา ปัญญาจะเหงา....ใช่มะ...อิอิ

 

ลำบากใจจัง..สิ่งที่มี มันก็คือมีน่ะแหละ แม้จะไม่มีหลักฐาน ก็ใช่ว่ามันไม่มี..แต่ก็อย่างว่า กติกาเค้ามายังงี้นี่นะ..

ว่าแต่..เจ๋งมากเลยน้องอาร์ (ปรบมือให้ดังๆๆๆๆ).."คุณแน่มาก"....

ขอยกคำพูดจากบันทึกแป้นมาเม้นนะค้าบพี่สาว

ความจริงแป้นชอบการเรียนรู้จากข้อผิดพลาดนะ การเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับแป้น คือการเรียนนรู้จากข้อผิดพลาดที่เราทำ เพราะถ้าเราไม่เคยพลาด เราจะไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่า ความสำเร็จที่สวยงามนั้นเป็นเช่นใด มองได้จาก บรรดาพวก best practiceทั้งหลาย กว่าจะเป็น best practice ก็ต้องผ่าน bad practice มาก่อน หรือ ใครว่าไม่จริง ซึ่ง bad practice นี่แหละ เป็นครูที่ดีเลยที สอนให้เราได้รู้ว่า เมื่อเราเจออุปสรรค เมื่อต้องเจอความเจ็บปวด แต่เราไม่ถอดใจ เราไม่ยอมแพ้ ผลที่ตามมา คือ ชัยชนะ และ ความสำเร็จ เหมือนที่ใครหลายคน เคยบอกว่า ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอ เป็นเช่นใดก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่

bad practice to best practice for win in the future 555 มั่วเอา แปลตรงๆ ตามศัพท์ไทยกันเลยนะค้าบพี่น้องค้าบ

นับถือ นับถือ

"เขาว่า 'หลา เป็นมืออาชีพ"

-- เอาไว้ตั้งชื่อตอนใหม่ หรือเอาไว้เขียนหนังสือขาย ได้เลยครับ (ฮา)
เจ้าตัวบอกว่าเบื่อรูปนี้แล้ว แต่ทิ้งๆ ไว้ก่อนครับ ไว้สู้รบตบ(ลูก)หอยเสร็จค่อยมาใหม่

สมมตินะครับ สมมติ -- ว่าถ้าคนที่ไม่รู้เรื่องกิจกรรมการประเมิน (อย่างผม -- แล้วมันจะสมมติไปทำไมหว่า)
หรือใครก็ได้ที่อยากรู้ (แต่ไม่อยากอ่านคู่มือประกันคุณภาพฯ ทั้งเล่ม -- อย่างผมอีกนั่นแหละ) ว่าเขาประเมินกันยังไง
คือเขารู้กันครับ ว่ามีการประเมิน รู้ว่าใครมาประเมิน แต่ไม่รู้ว่าวัดกันตรงไหน ยังไง

สมมติอีกนะครับ สมมติ (เมื่อไหร่มันจะเลิกเล่นซะที) ว่าอ่านมาเจอ "สี่มิติพิฆาต" ปุ๊บ ความดันขึ้นเลย -- มันคืออะไรหว่า
หรือ สมมติว่างง (จริงๆ ผมก็งงนั่นแหละ) ว่าทำไมตัวชี้วัดกระโดดไปกระโดดมา นับเลขไม่ครบกันหรืออย่างไร (ฮา)

สมมติครับ (ครั้งสุดท้ายแล้วครับ สัญญา ;-) ว่าพอจะมีบันทึกฮ่ายๆ ที่อ่านแล้วตบเข่าฉาดว่า
"อ่อเออออ หมันทำกันพันนี้แหละ ที่เขาประเมิน ประเมินกันฮั้น" หรือเอาแบบ
"ประเมิน ประกัน (คุณภาพ) สำหรับ ผู้ไม่รู้หนังสือ (อย่างผม -- ฮา)  ;-)

ผมพอจะมีหวังมั้ยครับ น้อง 'หลา ครับ ;-)

"หลักฐาน" "หลักฐาน"  และ "หลักฐาน"  แต่ละตัวชี้วัดหลักฐานก็ไม่เหมือนกัน 
ก่อนวันประเมินจริงซักอาทิตย์ ผู้รับผิดชอบตัวชี้วัดแต่ละคน ยุ่งเหมือนยุงตีกัน   หัวฟูไปตามๆ กัน

ช่ายเลย ปุกปุย "ไม่เห็น ไม่ใช่ไม่มี"  ใช้กับการประเมินไม่ได้จริงๆ และเราคงต้องยอมรับกติกา
แต่ถ้ามองอีกมุม  ถ้าหากเราทำจริงๆ อยากน้อยมันต้องมีสิ่งที่มายืนยันในการกระทำอย่างแน่นอน
ไม่สิ่งหนึ่งก็สิ่งหนึ่ง คงถึงเวลาแล้วที่จะทำ "สิ่งที่ไม่เห็น"  ให้เป็นสิ่งที่ "มองเห็นประจักษ์ชัดแจ้ง" ขึ้นมา

การได้มาซึ่งข้อมูล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาดำเนินการต่อไป 
ดังนั้นหากทุกคนทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวชี้วัด ก็ช่วยๆ กันเก็บเป็นหลักฐานหน่อยนะคะ 
ทำบ่อยๆ เข้าก็จะกลายเป็นความเคยชินที่แสนจะธรรมดาต่อไป

  •  หนูณิช...ไอ้เด็กขี้ร้อง ระบบ ISO ช่วยให้การจัดการข้อมูลเป็นระบบจริงๆ  โชคดีจังที่ศูนย์เครื่องมือฯ มีระบบนี้ ทำให้การทำงานต่างๆ ง่ายขึ้น

  • PumPui  กรรมการเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการประเมิน เพราะกรรมการจะเปลี่ยนไปทุกปี
    ความเห็นของแต่ละชุดก็จะแตกต่างกัน แม้ว่าจะประเมินเรื่องเดียวกันก็ตาม การที่แต่ละปี
    กรรมการไม่เหมือนกันยังพอเข้าใจได้ แต่เมื่อปีที่แล้ว(49) กรรมการมา 2 ครั้ง
    แต่ที่เป็นคนละชุดกันในปีเดียวนี่ซิเป็นปัญหากว่าอีก

  • พี่ เมตตา แวะมาเสมอเมื่อเวลาน้องมีสาระ  ขอบคุณค่ะ

  • พี่  อัมพร  โจทย์ใหญ่จริงๆ  ยังหาทางแก้ไม่หมดเลยค่ะ  ตัวชี้วัดเยอะจัด 
    รับกำลังใจมาใส่กระเป๋าด้านซ้ายเรียบร้อยแล้ว

  • คุณ คนธรรมดา  ผลจากที่ประชุมคณบดีเป็นยังไงบ้างคะ  พอมีแนวทางให้น้องไปดำเนินการต่อม่าย

  • คุณ คนชายฝั่ง เราจะสู้ไปด้วยกันนะคะ

  • Ikkyu  รับประเด็นไปพิจารณาเรียบร้อยแล้ว

  • ปุกปุย  ก.พ.ร. กับ ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัดคล้ายๆ กัน  ยังไงก็คงต้องขอความร่วมมือจากคนทำงานประกันอย่างมากที่เดียว

  •  พี่ Kon1Kon  "คุณแน่มาก"  ที่ทำให้คะแนนลดลงตั้ง 0.5 คะแนน ....55 

  • น้อง ยามเฝ้าshare  เห็นด้วยอย่างยิ่ง  ภาษาอังกฤษแบบไทยๆ ที่คนไทยเข้าใจ 
    "bad practice to best practice for win in the future"   

  • พี่เสือ NovemberRain  สาว่าโจทย์ที่ให้ใหญ่พอดู แต่น้องจะพยายามอย่างสุดความสามารถ
    "เมื่อพี่เสนอ  น้องนั้นก็ตอบสนอง"  รออ่านบันทึกหน้านะคะ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านบันทึกนี้ และขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจข้างบนที่มอบให้

เฮ้อ...งานสร้างหลักฐานเนี่ยมันยุ่งยาก ยุ๊บยับนะ..แต่จะพยายาม บันทึกนี้มีประโยชน์มักๆขอบคุณค่ะ

น้องมันหลาค่ะ   รายงานผล ก.พ.ร. ปี 2551 ในรอบ 6 เดือนแรก ในส่วนที่คณะ/หน่วยงานรับผิดชอบ  ไม่เห็นมีการแจ้งขอข้อมูลอย่างเป็นทางการมายังหน่วยงานระดับคณะฯ  ซึ่งช่วงต้นเดือนมี.ค 2551  นี้ควรจะแจ้งให้มีการจัดทำได้แล้ว ว่า ข้อมูลตัวหลัก ๆ  จะเหมือนกับปี 2550  หรือไม่    เนื่องจากเมื่อถึงเวลาที่คณะฯ ต้องส่งข้อมูลให้กับ ม.อ. เกรงว่าจะทำกันไม่เสร็จอีก 
    อย่าลืมน่ะค่ะ  ว่าการเก็บข้อมูลทุกอย่างมาจากระดับภาควิชา/หน่วยงาน  ซึ่งหน่วยงานในส่วนกลางคณะฯ จะมีข้อมูลเพียงบางส่วนเท่านั้นเอง
สำหรับแผนการดำเนินงานในระดับคณะฯ มอนลี่
เองก็ได้แจ้งแผนการขอข้อมูลไปแล้วเมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค 2550  เพื่อจะให้ภาควิชา/หน่วยงาน
ได้เตรียมการแต่เนิ่น ๆ    
     ช่วงเดือนมี.ค - เม.ย 2551  หน่วยงานระดับ
ภาควิชาจะมีการจัดทำข้อมูลหลัก ๆ อีก เช่น
การจัดทำรายงาน SAR ของคณะ
     1.  การรวมข้อมูล Common Data Set 18 กลุ่ม
     2.  ตารางตัวบ่งชี้ในแต่ละองค์ประกอบ จะมี 11 องค์ประกอบ 104 ตัวบ่งชี้

      การจัดทำรายงาน ก.พ.ร. ที่ภาควิชา/หน่วยงานจัด
เตรียมข้อมูลเพื่อรายงาน
      การจัดทำงบประมาณเงินรายได้คณะฯ ที่ภาควิชา/
หน่วยงานต้องจัดทำงบประมาณ

      ดังนั้นจะเห็นได้ว่า  ในช่วงเดือน มี.ค - เม.ย 2551
หน่วยงานในระดับคณะฯ จะภาระงานค่อนข้างมาก และเร่งด่วนที่จำเป็นต้องรายงานให้ ม.อ. ทราบค่ะ

    
 

 

กำลังดำเนินการอยู่ค่ะ พี่ มอนลี่

ในการจัดทำรายงานผล ก.พ.ร. รอบ 6 เดือน (1ตค.50 -  30 มีค. 51)
มหาวิทยาลัยจะจัดประชุมชี้แจงวิธีการเก็บข้อมูลระหว่างผู้รวบรวมข้อมูลทั้งจากส่วนกลาง และจากคณะวิชา
โดยจะชี้แจงรายละเอียดแต่ละตัวชี้วัด ว่าจะนับอย่างไร อะไรนับได้ และอะไรนับไม่ได้

คาดว่าไม่เกินปลายเดือนนี้ค่ะ  และคณะวิชาจะมีเวลารวบรวมข้อมูลประมาณ 1 เดือน
โดยกำหนดรายงานข้อมูลสิ้นเดือนเมษายนค่ะ

ขอบคุณสำหรับคำเตือนที่ทำให้น้องตื่นตัวมากขึ้น

ผมคนหนึ่ง ไม่ชอบการประเมิน ถึงแม้จะจบสาขาการวัดและประเมินผลก็ตาม ... แต่ทำไงได้ หนีไม่พ้น .. ในเมื่อทุกอย่างต้องวัดและประเมินผลกัน .. ไม่เช่นนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่า .. สิ่งไหนดีที่สุดสำหรับ ???

ความเห็นจาก ทปค. มองว่าจุดอ่อนเรื่องการทำความเข้าใจคำอธิบาย เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้และเรียนรู้กันไปร่วมกับผู้ประเมิน เค้าอยากประเมินอะไร ถ้าสิ่งนั้นเราทำไม่ได้จริง หรือได้ไม่ถึงเป้าหมาย ก็คงค่อยพยายามกันต่อไป

แต่ถ้าสิ่งนั้นเราทำได้แล้ว เพียงแต่หลักฐานที่เราโชว์ ไม่ใช่สิ่งเค้าอยากได้ หรือเราเข้าใจผิดไปเสนอข้อมูลที่ไม่ใข่ อันนี้ต้องพยายามช่วยกันไม่ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะหลักฐาน เค้าอยากเห็นหน้าตาวารสารที่เราอ้างว่าเราได้ลงตีพิมพ์ไว้แล้ว ไม่ใช่แค่เพียงให้ชื่อวารสาร ฉบับที่ ปีที่ หน้าที่ พิมพ์บทความที่เราอ้างเท่านั้น และเค้าก็ไม่รอให้มีการส่งหลักฐานเพิ่ม หรือขออุทธรณ์ ถ้ามีขอหาให้เค้าดู ณวันนั้นเลย ถ้าหาไม่ได้ เค้าก็ตัดคะแนนเราลง เท่าที่หลักฐานรองรับ

การประเมินเกิดทุกปี และก็ปรับกันไปเรื่อยๆ คะแนนต่ำเตี้ยลงเรื่อยๆ คนทำก็เนือยลงเรื่อยๆ  คิดเสียว่าเป็นหน้าที่ ตั้งเป้าหมาย และสู้ต่อไปนะคะ

  • น้องว่าจะเม้นต์พี่หลายวันแล้ว แต่ก็ไม่ได้เม้นต์จั๊กกะที ฮ่าๆ
  • น้องขอมายกมือพร้อมพี่เสือ NovemberRain ได้ม้าย สมมตินะคะสมมติ สมมติว่าน้องก็งง สมมติน้องยังก่งก๊ง แล้วพี่จะอธิบายได้ม้าย (กรุณาร้องเป็นเพลง ฮ่า ๆ)
  • น้องขอแบบพี่เสือ 1 ที่ด้วยค่ะ (ฮา) แบบอ่านฮ่าย ๆ จะได้ตบเข่าฉาด พร้อม ๆ พี่เสือ ว่า "อ๋อ  มันเป็นผั่นนี้นี่เอง" สำหรับน้องที่ไม่รู้หนังสือ การประเมิน ประกัน อะไรฮั้น ด้วยคนนะคะ

ถามเหมือนพี่เสืออีก น้องพอมีหวังมั้ยพี่อาร์

งดคิกคัก กำลังงงกับตัวเลข @_@

น้องเล็กเอง 8-)

 

เล่าให้ฟังเท่าที่จำได้ก่อนนะครับ

ก็อย่างที่คุณ plan เขียนไว้นะครับเราต้องเก็บหลักฐานไว้ทุกชิ้นที่ตรงกับเกณฑ์การประเมินด้วย

เช่นจำนวนบทความของบัณฑิตที่ตีพิมพ์ในปีปรเมิน/บัณพิตที่จบในปีประเมินนั้นๆ ซึ่งดูแล้วไม่สะท้อนความเป็นจริงเท่าใดเพราะมันจะได้ค่าต่ำ ซึ่งเราก็ต้องตั้งค่าต่ำไปให้เขาเช่นกัน เพราะกรรมการชุดนี้ยึดตามตัวอักษรของเกณฑ์ประเมินที่กำหนดไว้

หรือจำนวนสิทธิบัตร ซึ่งต้องได้(แล้ว)ในปีนั้นๆ (ของใหม่)  ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ดูโง่มาก เราก็ต้องลดจำนวนลงเพราะที่เรานับอาจเป็นจำนวนสิทธิบัตรที่ยังมีอายุอ ยู่เพราะเมื่อเรายื่นไปแล้วเราไม่รู้ว่าจะได้เมื่อใด เราไม่สามารถควบคุมเวลาการตรวจประเมินของเขาได้ (เข้าใจว่าพวกตั้งเกณฑ์ไม่เคยยื่นจดสิทธิบัตร) ผมยื่นไปเกือบครบปีแล้วยังไม่เห็นวี่แววว่าจะได้รับอนุมัติเลย ดังนั้นต้องตั้งให้ต่ำเข้าไว้หากเกณฑ์ยังเป็นเช่นนี้อยู่

ปัญหาอีกอย่างคือเขาถือสิทธิที่จะเปลี่ยนเกณฑ์ทุกปี เราก็ต้องตามเกณฑ์ใหม่ทุกปีเช่นกัน

ระบบไทยๆ ครับ ทำให้มันยุ่งเข้าไว้ก่อนแล้วจะดีเอง

เศร้า นิดๆ แต่ คิก คิก คิก ได้ 1001 ราตรี

สุขกันเถอะเรา เศร้าไปทำไม อย่ามัวอาลัย.....(จำไม่ได้แล้ว)

สวัสดีค่ะ

สายฝนก็พึ่งเข้าใจแจ่มแจ้งวันนี้ละค่ะ

  • น้อง อะกิ๊บ โชคดีที่มี  ISO มากำกับการทำงาน  แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เราจะบริหารจัดการข้อมูล
    อย่างไรให้สามารถนำข้อมูลที่มีอยู่ มารายงานผลได้ทุกระบบ โดยไม่ต้องทำใหม่

  •  เห็นด้วยกับคุณ mbunsong ค่ะ ว่าการประเมินผลเป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้เราได้รู้ตัวเองว่า
    เราจะต้องทำอีกมากแค่ไหน เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมหาวิทยาลัย หรือขณะนี้เราอยู่
    ตรงไหนแล้ว หากต้องแข่งขันกับสถาบันอื่น 

  • ขอบคุณ ผอ.plan และคุณ คนธรรมดา ที่มาช่วยเติมเต็มให้บันทึกนี่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
    คงจะต้องนำความเห็นจากที่ประชุมคณบดีไปต่อยอดเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ลุล่วงต่อไป
    และคงต้องระมัดระวังมากขึ้นในการกำหนดเป้าหมายในปีต่อไป

  • น้องเล็ก dankejung ตอนนี้พี่กำลังขะมักเขม้นกับการประมวลความคิดจากสมองน้อยๆ อยู่
    ว่าจะเขียนอย่างไร ให้น้องเล็กกับพี่เสือได้ตบเข่าฉาด กับบันทึกการประเมินที่สั้นๆ กระทัดรัด
    อ่านเข้าใจง่าย  ... 55 

  • ดีใจที่บันทึกนี้ทำให้ สายฝน เข้าใจเรื่อง ก.พ.ร. ได้มากขึ้น
  • เห็นด้วยกับความคิดเห็นของคนธรรมดา และข้อเสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ทุกภาควิชา คณะ หน่วยงาน ที่จะต้องรายงานข้อมูลสิ่งที่สำคัญคือจะต้องมี หลักฐานอ้างอิงด้วยนะคะ อย่าลืม เพราะทำให้เราเสียคะแนนไปแล้ว ในปีต่อไปคิดว่าต้องมีทุกตัว และจะต้องมีการ  update ข้อมูลตลอดเวลาในทุกๆๆ เดือน
  • ถ้าหน่วยงานมีงานวิจัยลงตีพิมพ์วารสารระดับชาติ 2 ปี ติดกัน และมีงานวิจัยตลอดถือว่าเป็นมืออาชีพปะ? น้องมันหลา

โอ้...แม่เจ้า...หลักฐาน หลักฐาน อยู่ไหนอ่ะ ...

คุณน้องทำหายไปพร้อม 5 ส แล้วอ่ะ กร้า ๆ (แล้วจะทำไงดีเนีย คุณพี่มันหลา) 

  • พี่ อาภรณ์ จะพยายามประสานงานกับผู้รับผิดชอบตัวชี้วัดของคณะ/หน่วยงานให้มากขึ้น
    เพื่อให้ทราบรายละเอียดของแต่ละตัวชี้วัดให้ชัดเจนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

  • พี่ อัมพร ถ้าเป็นอย่างที่ว่ามาเค้าเรียกว่า "มืออาชีพ" แน่นอนค่ะ  ว่าแต่เขาคือใครน้อ? ... เยี่ยม!

  • น้อง ทะเลดาว ที่ทิ้งไปแล้วก็ให้แล้วกันไป มาเริ่มต้นวันนี้ที่สดใสกันดีกว่า  เริ่มเก็บหลักฐาน
    ตั้งแต่วันนี้นะคะ  แต่ถ้าต่อไปหลงลืมอีก  โดนคาดโทษนะจ๊ะ (ฮิฮิ)
  • "ถ้าเป็นอย่างที่ว่ามาเค้าเรียกว่า "มืออาชีพ" แน่นอนค่ะ  ว่าแต่เขาคือใครน้อ? ... เยี่ยม"
  • ติ๊กต๊อก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆไม่บอกนะ..จะปล่อยให้ง..งู ตามกัน 2 ตัว 5555555
  • อยู่ใกล้น้องนั่นละ มีจริงนะในสนอ.

ขอให้เป้นจริงโดยเร็วตามที่ได้อ่านจากน้องนะค่ะ การเก็บรวบรวมข้อมูลจะได้สะดวกและรวดเร็ว เนื่องจากการประกันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากในปัจจุบันนี้

พี่Rคนสวย ปัญหาที่คณะ คือคนรายงานกพร. กะคนทำ QA มันคนละคนกันอ่ะคะ มันก้อเลยเกิดอาการพูดกันคนที ทำกันคนละหน มันเข้าร่องซักที

อีกอย่างคือ ข้างล่างรู้แต่ว่าต้องรายงานๆๆๆๆขึ้นไปให้ส่วนกลาง แต่ไม่รู้ว่ามันซีเรียสขนาดไหน

  • เพื่อแก้ปัญหาตามที่น้อง น้อง กล่าวถึงนั้น
    เป็นไปได้หรือไม่ หากตัวชี้วัดใดที่เป็นตัวเดียวกันทั้ง ก.พ.ร. และ สมศ. ให้มีผู้รับผิดชอบคนเดียวกัน
    เพียงแต่ผู้รายงานข้อมูลต้องมีความชัดเจนว่า ก.พ.ร.เก็บเป็นปีงบประมาณ แต่ สมศ. เก็บเป็นปีการศึกษา
    ก.พ.ร. มีความสำคัญพอๆ กับ QA  เพียงแต่เราอาจจะอ่อนประชาสัมพันธ์ไปยังคณะ/หน่วยงาน
    ต่อไปจะพยายามชี้แจงให้มากขึ้นค่ะ

  • พี่ ดวงตาทราย  กำลังพยายามจะดำเนินการให้เป็นไปตามที่เขียนไว้ค่ะ  ยังไงคงต้องขอความร่วมมือจะคณะมากๆ รวมทั้งคน QA ด้วยค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.24.113.182
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ