นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1097
ความเห็น: 0

ความสุขและกำลังใจที่ได้จากน้องธัญย์และคุณพ่อ (กลุ่ม) [C]

ไม่มีใครเหนี่ยวรั้งเวลาไว้ได้

           ในวันอาทิตย์ที่ 12 กพ" ที่ผ่านมา ได้ไปร่วมงานเปิดกระปุกออมสิน ของคณะวิทยาศาสตร์ โดยเป็นการจัดร่วมกันระหว่างคณะฯและสมาคมศิษย์เก่าคณะฯ เป็นประจำทุกปี  ซึ่งแต่ละปีโดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีหลังที่ผ่านมา มีการเชิญวิทยากรมาเสวนาให้บุคลากรและบุคลที่สนใจเข้าร่วมฟังที่ตึกฟักทอง ห้อง L1

            สำหรับปีนี้ ทางคณะวิทย์ฯได้เชิญน้องธัญย์ผู้เสียขายเนื่องมาจากพลัดตกลงบนรางรถไฟฟ้าที่สิงค์โปร์ ดังที่หลาย ๆ คนได้ทราบข่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเชื่อไม๊ว่าผ่านไปขวบปีหนึ่งแล้ว คดีความที่ทางคุณพ่อได้ฟ้องกับบริษัทรถไฟฟ้าที่สิงคโปร์ยังไม่คืบหน้าไปไหน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นประเทศที่เจริญด้านวัตถุนิยม เป็นประชาธิปไตย มีเศรษฐกิจอันดับต้น ๆ ของทวีปและประการสำคัญมีมหาวิทยาลัยที่ติด top5 ของเอเชียต่อเนื่องกันมาหลายปี กลับไม่สามารถว่าคดีความให้แล้วเสร็จให้กับครอบครัวเล็ก ๆ หัวใจใหญ่ชาวตรังของเราให้แล้วเสร็จ

            น้องธัญย์จิตใจเข้มแข็งมาก สามารถสื่อสารกับทางผู้เข้ามาช่วยเหลือตลอดจนสามารถติดต่อกลับมายังผู้ดูแลและถูกนำตัวไป รพ. จนได้รับการรักษาโดยหมอต้องขออนุญาติตัดขา น้องก็สามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ซึ่งแค่เหตุการณ์เท่านี้...ผมเชื่อว่าน้องธัญย์มีอายุเพียงแค่ 14 ปี มีความคิดอ่าน เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวเพียงใด ทำให้นึกถึงคุณพ่อของน้องว่าท่านสอนลูกอย่างไร และไม่เป็นที่ผิดหวัง ทางผู้ดำเนินรายการได้เชิญคุณพ่อน้องมาเล่าให้เราฟัง  สิ่งที่ได้จากการนั่งฟังประมาณ 2 ชั่วโมงของการเสวนาเล่าสู่กันฟัง มีข้อคิดดี ๆ มากมาย จึงขออนุญาติมาเล่าสู่กันฟังและยกตัวอย่างดังนี้

"ต้องมีสติ"  คุณพ่อเล่าว่า มีคนถามว่าน้องธัญย์เข่านั่งสมาธิหรือปล่าว คุณพ่อก็เล่าให้ฟังว่า จะให้ลูกสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืนและทำอะไรด้วยการมีสติ ไตร่ตรองก่อนดำเนินการ ไม่ได้นั่งสมาธิอะไรที่เป็นกิจลักษณะนัก

"คิดแต่บวก"  ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้ไปทำตามฝันของเด็กหญิงเล็ก ๆ คนหนึ่งที่อยากแสดงออกและออกรายการโทรทัศน์บ้าง แต่คุณพ่อกลับสอนน้องว่า การที่ลูกเป็นอย่างนี้ ก็มีโอกาสดีที่ได้ลุกได้รุ้จักกับผู้คนอีกมากมายและมีชื่อเสียงไม่น้อยเช่นกันโดยเฉพาะการที่ลูกสามารถจัดการกับตัวเองได้ขณะที่คุณพ่อ-คุณแม่ไม่ได้อยู่ด้วยขณะเกิดเหตุ และกว่าจะเดินทางไปพบก็เข้าไปห้าวันหลังเกิดเหตุแล้ว ลูกสามารถจัดการตัวเองได้นั้น...มันยิ่งใหญ่และเข้มแข็งกว่าสิ่งใด ๆ อีกมากมาย  จนทำให้มีการทำรายการให้กำลังใจกับคนทั่วโลกโดยมีหน่วยงานหนึ่งมาขอถ่ายการใช้ชีวิตประจำวันของน้องธัญย์และไม่ลงใน you tube เพื่อเป็นกำลังใจให้กับบุคคลที่ต้องการกำลังใจทั่วโลกครับ

            หัวใจของมนุษย์เข้มแข็งและเป็นตัวผลักให้เรามีมานะที่จะเอาชนะกิเลสและอบายที่ผ่านเข้ามานะครับ

             หากท่านใดสนใจ ผมว่ามีเรื่องสามเกลอคนเล็กหัวใจใหญ่ นศ.ผู้พิการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่รายการคนค้นคนไปถ่ายทำไว้ แล้วทุกท่านก็จะรู้ว่ามีคนลำบากกว่าเราที่ยังไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตาอีกมากมาย

สวัสดี

 

 

หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ Public_domain
สร้าง: 17 กุมภาพันธ์ 2555 22:19 แก้ไข: 17 กุมภาพันธ์ 2555 22:19 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 Our Shangri-La, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น
คุณต้องทำการเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น